เตรียมเผชิญ
ค ว า ม ต า ย
บทที่ 35 การประทับโดยความหวังดีของพระเยซู
โดย นักบุญอัลฟอนโซ มารีย์ เดอ ลีโกวรี
แปลโดย ผู้หว่าน
พระมหาไถ่ทรงพระทัยดีเหลือเกิน ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจ ไถ่บาปมนุษย์ชาติสำเร็จลง และด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ และจะต้องจากโลกไปถึงกระนั้น พระองค์ไม่ทรงปรารถนาจะทิ้งเราไว้เดียวดาย ในเหวน้ำตานี้ นักบุญเปโตร แห่งอัลกันตารา กล่าวว่า “ไม่มีคำพูดในภาษาใด จะอธิบายความรักอันใหญ่หลวงของพระเยซูต่อวิญญาณมนุษย์ได้ พระเยซูทรงเป็นภัสดาแห่งวิญญาณทั้งหลาย เมื่อจะต้องเสด็จจากโลกไป แต่พระองค์ไม่ทรงประสงค์จะให้การจากไปของพระองค์ เป็นเหตุให้วิญญาณลืมพระองค์จึงได้ทรงประทานศีลมหาสนิทไว้เป็นที่ระลึก พระองค์ประทับอยู่ในศีลมหาสนิท เพื่อปลุกความทรงจำของเราให้ตื่นอยู่เสมอ เพื่อปลุกเร้าความทรงจำของเรานั่นเอง พระองค์จึงได้ทรงประทานพระองค์ของพระองค์เองเป็นมัดจำ ระหว่างเรากับพระองค์” จึงปรากฏชัดว่า พระองค์ทรงรักเรามาก สมควรที่เราจะรักพระองค์มาก ๆ ด้วยในสมัยหลัง ๆ นี้ พระองค์ได้ทรงพอพระทัยตั้งงานฉลองพระหฤทัยของพระองค์ขึ้นอีก โดยทรงขอร้องต่อภคินี มาร์คารีตา มารีอา อาลาก๊อก ข้าบริการของพระองค์ ทั้งนี้ก็เพราะทรงประสงค์จะให้ชาวเราแสดงความเคารพและความรักต่อการที่พระองค์ทรงใจดีประทับอยู่ในศีลมหาสนิทบนพระแท่น และในขณะเดียวกัน เพื่อให้ชาวเราทำการชดเชยใช้โทษ แทนการหมิ่นประมาทที่พระองค์ได้ทรงรับ และกำลังรับอยู่เสมอ ๆ ในศีลมหาสนิท ทั้งจากพวกเฮราติก ทั้งจากพวกคริสตังที่เป็นคนไม่ดี
พระเยซูประทับอยู่ในศีลมหาสนิท เพราะเหตุ 3 ประการ คือ 1.เพื่อให้ใคร ๆ ทุกคนเข้ามาหาพระองค์ได้ 2.เพื่อต้อนรับคนทุกคนและ 3.เพื่อประทานพระคุณแก่ทุกคน
1.พระเยซูประทับอยู่ในตู้ศีลเพื่อทุกคน
ประการ แระพระเยซูทรงพอพระทัยประทับอยู่บนแท่นจำนวนมากและทั่ว ๆ ไป ก็เพื่อจะให้ทุกคนที่ปรารถนาจะพบพระองค์ มีโอกาสพบพระองค์ได้เสมอ ในคืนที่พระมหาไถ่จะทรงอำลาสานุศิษย์ เพื่อไปมรณะนั้น สานุศิษย์ต่างเศร้าโศกร้องไห้ ด้วยเห็นว่าพระอาจารย์ที่สุดเสน่หากำลังจะจากไป ฝ่ายพระเยซูทรงบรรเทาใจท่าน และในเวลาเดียวกัน ก็ทรงบรรเทาใจชาวเราด้วยโดยพระวาจาว่า : ลูกรัก เราจะไปตายเพื่อเจ้า เพื่อแสดงความรักต่อเจ้า และแม้เราจะตายจากไป เราก็จะไม่ละทิ้งเจ้าไว้ผู้เดียว เจ้าจะอยู่ในโลกต่อไปตราบใด เราก็จะอยู่กับเจ้าบนพระแท่นศีลมหาสนิทตราบนั้น เรามอบกาย วิญญาณ เทวภาพและตัวเราทั้งหมดให้แก่เจ้า ตราบใด เจ้ายังอยู่บนแผ่นดิน เราก็จะไม่ยอมพรากจากเจ้า “นี่แนะเราประทับอยู่กับพวกเจ้าทุก ๆ วัน จวบจนชั่วพิภพ” (มธ.28,20) นักบุญเปโตร แห่งอัลกันตารา กล่าวว่า “คราวเมื่อพระองค์จะต้องจากไปเป็นเวลานาน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ให้ผู้เป็นชายาอยู่ผู้เดียวจึงได้ทรงมอบเพื่อนไว้ให้ กล่าวคือ ได้ทรงตั้งศีลมหาสนิท ซึ่งพระองค์เองประทับอยู่ในนั้น ไม่มีอะไร ที่พระองค์ทรงมอบให้เป็นเพื่อนของเรา ดีกว่าศีลมหาสนิทแล้ว” พวกคนนอกพระศาสนา ได้คิดประดิษฐ์พระเจ้าของเขาไว้เป็นจำนวนมากมายนักหนา แต่ไม่มีใครเลย ได้คิดประดิษฐ์พระเจ้า ซึ่งทรงความรักดังเช่น พระเป็นเจ้าของชาวเรานี้ พระเป็นเจ้าผู้สถิตใกล้ชิดกับเรา และทรงเอาพระทัยใส่อุปการช่วยเหลือเราเป็นนิตย์ “ไม่มีประชาชาติใด แม้เป็นชาติใหญ่เพียงไรก็ตาม จะมีพระเป็นเจาผู้อยู่ใกล้ชิด ดั่งพระเป็นเจ้าของเรานี้ “ เพลงบทนี้ พระศาสนจักรคัดจากพระคัมพีร์เฉลยพระธรรมบัญญัติ บท 4,7 และนำมาบรรจุไว้ในบทภาวนาประจำวันฉลองพระคริต์กายา (1)
พระเยซูประทับอยู่บนพระแท่น คล้ายกับถูกจำจอง ขังอยู่ในคุกเพราะความรักต่อเรานั่นเอง บางครั้งพระสงฆ์นำพระองค์ออกจากตู้ศีล เพื่อตั้งแสดงหรือเพื่อแจกจ่ายให้บรรดาสัตบุรุษรับประทาน แล้วนำพระองค์เก็บขังไว้อีกเล่า ! พระองค์ประทับอยู่ในตู้ศีง ตลอดจนทั้งกลางวันและกลางคืน ! พระมหาไถ่เจ้าข้า พระองค์ประทับอยู่ในโบสถ์จำนวนมาก ในเวลากลางคืน ขณะที่เขาปิดประตูขังพระองค์ไว้แต่ผู้เดียว ดังนี้จะเป็นประโยชน์อะไร พระเจ้าข้า ? จะประทับอยู่เฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น ไม่พอหรือ พระเจ้าข้า ? แต่พระมหาไถ่ไม่ทรงทำดังนั้น ทรงพอพระทัยประทับอยู่แม้ในเวลากลางคืนด้วย แม้จะต้องทรงอยู่ผู้เดียว ทรงกำลังคอยเมื่อใครอยากจะมาพบพระองค์ตอนเช้า จะได้มีโอกาสพบได้เลยในทันที ในสมัยก่อนภริยาผู้ศักดิ์สิทธิ์ตามหาคู่รักทั่วไปทุกหนทุกแห่ง พบใครก็ถามว่า “ท่านแลเห็นบุคคลที่วิญญาณของข้าพเจ้ารักหรือไม่” (กันต์.3,3) ครั้นหาไม่พบก็ส่งเสียงร้องหาว่า “สามีที่รัก บอกทีเถิด เธอกำลังเลี้ยงแกะอยู่ที่ไหน ? ตอนบ่ายเธอพักที่ไหน ?” (กันต์.1,6) ในสมัยก่อนโน้น ภริยาไม่มีทางจะพบพระสวามีเจ้าได้ เพราะเวลานั้นยังไม่มีศีลมหาสนิท แต่ทุกวันนี้ วิญญาณในปรารถนาอยากจะพบพระเยซูคริสต์เขามีแต่มาที่โบสถ์ ที่อารามฤษี ภคินีแห่งใดแห่งหนี่ง เขาก็จะพบผู้ที่เขารัก กำลังคอยเขาอยู่เสมอ ไม่มีหมู่บ้านใดแม้จะจนเท่าจน ไม่มีอารามนักบวชใด ที่จะไม่มีศีลมหาสนิท ภายในที่สถานที่เหล่านี้พระราชา เจ้าสวรรค์ ทรงพอพระทัยอยู่ในตู้ไม้หรือตู้หิน โดยมากต้องทรงประทับอยู่ผู้เดียว ไม่มีใครมาเฝ้า มีเพียงตะเกียงดวงเยวจุดอยู่ นักบุญเบอร์นาร์ด จึงถามว่า : พระสวามีเจ้าข้า ดั่งนี้สมกับพระมหิทธิศักดิ์ของพระองค์แล้วหรือ ? แต่ พระเยซูตรัสตอบว่า : ไม่เป็นไรหรอกแม้จะไม่สมพระมหิทธิศักดิ์ของเรา แต่ก็สมกับความรักของเราแล้ว
โอ้ ช่างเป็นผู้มีใจศรัทธาแก่กล้าจริง คนที่อุตสาห์ไปเยี่ยมวิหาร โลเรโต ไปเยี่ยมปูชนียสถานต่าง ๆ ในประเทศศักดิ์สิทธิ์ เช่น ถ้ำเบธเลแฮม เนินกาล วารีโอ พระคูหา อันเป็นสถานที่พระเยซูคริสโตได้ทรงสมภพ ทรงพำนักอาศัยทรงมรณะและทรงเป็นที่ปลงพระศพของพระองค์ ! แต่ชาวเราต้องรู้สึกมีใจศรัทธาแก่กล้ายิ่งขึ้นเพียงไรเล่า ! คุณพ่อยวง แห่งอาวีรา กล่าวว่า : สำหรับท่าน ท่านไม่เห็นมีปูชนียสถานแห่งใดจะทำให้ท่านเกิดศรัทธาและรู้สึกชื่นใจมากกว่าการไปเยี่ยมโบสถ์ ซึ่งมีพระเยซูเจ้าสถิตประทับอยู่ในศีลมหาสนิท คุณพ่อบัลธาซาร์ น้ำตาตกเมื่อแลเห็นวังของเจ้านายมีผู้เฝ้าแห่แหนเต็มไปหมด ส่วนโบสถ์ที่ประทับของพระเยซูไม่มีใครไปปล่อยไว้ร้าง โอ้ ! สมมุติว่า พระสวามีเจ้าจะโปรดประทับอยู่ในโบสถ์เฉพาะแห่งเดียวในโลก ตัวอย่างที่มหาวิหารนักบุญเปโตร ณ กรุงโรม และสมมุติอีกว่า พระองค์ทรงรับเฝ้าปีละครั้ง ก็จะมีผู้ไปไปเฝ้าพระองค์เป็นจำนวนมากมายเพียงไรเล่า แน่นอน ผู้มีทรัพย์กี่คน พระราชากี่องค์ จะพยายามฉวยโอกาสไปยังมหาวิหารนนับุญเปโตรในวันนั้นเพื่อจะเข้าร่วมเป็นบริพารแห่งพระมหาราชาธิราชเจ้าสวรรค์ ผู้เสด็จมายังแผ่นดินโลกอีกครั้งหนึ่ง ! จะมีการตกแต่งพระตู้ศีลจนแพรวพราวไปด้วยเพชรมรกตของมีค่าอย่างยิ่ง จะมีการแห่ประทีป เทียน ไฟ มากมายมโหฬาร ณ ที่พระราชฐานของพระเยซูในวันนั้น ! แต่พระมหาไถ่ตรัสว่า : เราไม่ทำดังนั้น เราไม่พอใจประทับอยู่ในโบสถ์แห่งเดียว และแระทับอยู่เฉพาะวันเดียว เราไม่ต้องการให้มีการประดับประดาตกแต่งด้วยไฟเทียนอะไรมากมายเช่นนั้น แต่เราพอใจสถิตอยู่เรื่อยไป ๆ วัน ๆ สถานที่ที่มีสัตบุรุษของเรา ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนพบเราได้ง่าย ๆ พบเราได้เสมอทุกครั้งเมื่ออยากพบ
อ้า ! หากพระเยซูคริสต์เองไม่ได้ทรงประดิษฐ์สิ่งมหัศจรรย์ นิมิตแห่งความรักของพระองค์อันนี้ ใครหนอจะสามารถคิดถึงได้ ? สมมุติว่า ขณะที่พระเยซูกำลังจะเสด็จขึ้นสวรรค์ มีใครคนหนึ่งทูลพระองค์ว่า : พระสวามีเจ้าข้าหากทรงประสงค์จะแสดงความรัก ความห่วงใยต่อพวกข้าพเจ้าแล้ว โปรดประทับอยู่กับพวกเราบนพระแท่นภายใต้เพศปังเถิด พวกเราจะได้สามารถเข้าเฝ้าพระองค์ได้เสมอตามปรารถนา ก็คำกราบทูลอย่างเช่นว่านี้จะถูกกล่าวหาว่ากล้าบ้าบิ่นเพียงใด ? แต่สิ่งที่มนุษย์คิดไม่ออก พระมหาไถ่ได้ทรงคิดถึงและได้ทรงบัลดาลให้เป็นมาแล้ว แต่อนิจจา ! ความกตัญญูของชาวเราต่อพระคุณอันใหญ่หลวงนี้อยู่ที่ไหน ? สมมุติว่า พระราชาองค์หนึ่ง เสด็จมาจากหัวเมืองห่างไกล ทั้งนี้เพราะอยากจะพบกับสามัญชนคนหนึ่ง แต่ผู้นั้นไม่ยอมเข้าพบหรือเข้าพบแต่ประเดี๋ยวเดียว จะต้องว่าเขาใจดำเพียงใดหนอ !
ข้อเตือนใจและคำภาวนา
โอ้พระเยซูพระมหาไถ่ โอ้องค์ความรักแห่งวิญญาณของข้าพเจ้า สำหรับการมาประทับอยู่ในศีลมหาสนิท พระองค์ได้ยอมเสียสละเพียงไรเล่า ! พระองค์ได้ทรงรับมรณะ ก่อนจะเสด็จมาประทับบนพระแท่น และเมื่อประทับอยู่ในศีล มหาสนิทแล้ว พระองค์ต้องทนการหมิ่นประมาทมากมายเพียงไรเล่า ! เรามนุษย์ล้วนเป็นคนเกียจคร้าน ไม่เอาใจใส่ในการเข้าเฝ้าพระองค์แม้ทราบอยู่ดีว่าเมื่อเข้าไปเฝ้าพระองค์ ก็ทำให้พระองค์ทรงยินดีมาก และเมื่อไปกราบอยู่เฉพาะพระพักตร์นั้น พระองค์จะทรงประทานพระหรรษทานให้จำนวนมาก ! อนิจจา ! พระสวามีพระเจ้าข้า ในจำนวนคนใจดำเหล่านั้นมีข้าพเจ้าอยู่ด้วยผู้หนึ่งประทานโทษเถิด พระเจ้าข้า ข้าแต่พระเยซู แต่บัดนี้เป็นต้นไปข้าพเจ้าใคร่จะไปเฝ้าพระองค์บ่อย ๆ ใคร่จะอยู่กับพระองค์นาน ๆ เท่าที่จะนานได้ เพื่อสมนาพระคุณ เพื่อแสดงความรักและเพื่อขอพระหรรษทานจากพระองค์ เพราะว่าที่พระองค์ทรงยอมถูกขังอยู่ในตู้ศีล ก็เพื่อจะให้ข้าพเจ้าปฏิบัติกิจดังกล่าวนี้ โอ้องค์ความใจดีปราศจากขอบเขต ข้าพเจ้ารักพระองค์ โอ้พระผู้เป็นเจ้าแห่งความรักข้าพเจ้ารักพระองค์ โอ้ความดีที่ล้นพ้นและที่น่ารักกว่าความดีทั้งหลาย ข้าพเจ้ารักพระองค์ โปรดให้ข้าพเจ้าลืมตัวเอง และลืมทุกสิ่งเถิด สำหรับจะได้คิดถึงแต่จะรักพระองค์ แต่บัดนี้ไป ขอโปรดให้ข้าพเจ้าไม่รู้สึกยินดีในสิ่งใด มากกว่าการกราบอยู่แทบพระบาทของพระองค์ โปรดเผาข้าพเจ้าให้ระอุร้อนอยู่ด้วยความรักต่อพระองค์เถิด พระเจ้าข้า
ข้าแต่พระนางมารีอา ช่วยวิงวอนให้ข้าพเจ้ามีความรักต่อศีลมหาสนิทมาก ๆ เถิด และภายหน้าหากข้าพเจ้าเพิกเฉย โปรดช่วยให้ข้าพเจ้าระลึกถึงคำมั่นสัญญาที่ข้าพจ้าได้กระทำไว้ในวันนี้ คือ จะไปเฝ้าศีลมหาสนิท ทุก ๆ วัน ด้วยเถิด
2. พระเยซูทรงต้อนรับทุกคน
พระเยซูในศีลมหาสนิท ทรงต้อนรับไม่ว่าใครที่เข้ามาเฝ้าพระองค์ นักบุญเทเรซาบอกว่า : ในโลกเรานี้ ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าเฝ้าเจ้านายได้ คนยากคนจนอาจมีหวังจะกราบทูล หรือร้องทุกข์บ้าง โดยอาศัยผู้อื่นเสนอให้ แต่ก็อยากมากสำหรับพระราชาเจ้าสวรรค์ เราเข้าเฝ้าได้ โดยไม่ต้องการคนกลางเป็นผู้ช่วยเสนอและทุกคน ไม่ว่าคนมีคนจนก็อาจเข้าไปสนทนากับพระองค์ในศีลมหาสนิทได้สองต่อสอง ฉะนั้น พระเยซูจึงทรงขนานนามพระองค์เองว่า “เรานี้ คือดอกไม้ตามทุ่ง และดอกซ่อนกลิ่นตามหุบเหว”(กันต์.2,1) ดอกไม้ตามสวนเขากั้นรั้วไว้เป็นของที่หวงห้าม แต่ดอกไม้ตามทุ่ง ใคร ๆ ก็เด็ด ใคร ๆ ก็ชมได้ พระคาร์ดินัล ฮูโก บอกว่าที่พระองค์ตรัสว่า “เราคือดอกไม้ตามทุ่ง” ก็เท่ากับตรัสว่า : เราอนุญาตให้ทุกคนเข้าพบเราได้ (1ข)
ฉะนั้น ใคร ๆ ก็เข้าเฝ้าพระเยซูคริสต์ในศีลมหาสนิทได้ และเข้าเฝ้าได้ทุกเวลไม่จำกัดด้วย นักบุญเปโตร กรีโชโลโค อธิบายเกี่ยวกับการสมภพของพระมหาไถ่ที่ถ้ำแบธเลแฮม : พระราชาในแผ่นดินโลกนี้ ไม่อนุมัติให้เข้าเฝ้าพระองค์ได้ทุกเวลา หลาย ๆ ครั้ง เมื่อมีผู้ใดขอเข้าเฝ้า มหาดเล็กมักบอกว่า : ไม่ใช่เวลา โปรดมาภายหลัง แต่พระมหาไถ่ทรงพอพระทัยสมภพในถ้ำ ที่เปิดกว้าง ไม่มีประตู ไม่มีคนมาเฝ้า ใครอยากเข้าเฝ้า ก็เฝ้าได้ทุกคน และทุกเวลา พระเยซูในศีลมหาสนิทก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน ประตูโบสถ์ วิหารเปิดอยู่เสมอ ใคร ๆ ก็เข้าเฝ้าพระราชาเจ้าสวรรค์ได้ ตามความพอใจของตน เพราะพระเยซูทรงประสงค์จะให้เราสนทนากับพระองค์อย่างกันเอง และด้วยความวางใจนั่นเอง จึงประทับอยู่ภายในเพศปัง สมมุติว่า พระเยซูจะปรากฏอยู่เหนือพระแท่น ประทับอยู่บนพระบัลล์ลังประกอบด้วยรัศมีรุ่งโรจน์คล้ายกับในคราวที่พระองค์จะเสด็จมาในวันพิพากษาครั้งสุดท้ายแล้ว ใครเล่าจะบังอาจเข้าไปใกล้พระองค์ ? นักบุญเทเรซา จึงว่า ! พระสวามีเจ้าทรงประสงค์ให้เราสสนทนากับพระองค์ให้เราขอพระหรรษทาน ด้วยความวางใจโดยไม่ตกใจสะทกสะท้านเลย ฉะนั้น จึงทรงซ่อนพระมหิทธิศักดิ์ไว้ภายใต้เพศปัง ท่านโทมัส อาเคมปีส ยังพูดว่า “พระองค์ทรงประสงค์ให้เราทำต่อพระองค์ดุจเพื่อนทำต่อเพื่อน” (2)
เมื่อวิญญาณมากราบอยู่แทบพระแท่น ดูเหมือนว่า พระเยซูจะตรัสแก่เขาด้วยถ้อยคำในเพลงรักว่า “ลุกขึ้นเถิด เร็วเข้า เพื่อนรัก แม่คนงามเอ๋ย เข้ามาเถิด” (กันต์.2,10) ที่ว่า “ลุกขึ้นเถิด” หมายความว่า ลุกขึ้นอย่ากลัวเลย “เร็วเข้า” ให้เร่งเข้ามา “เพื่อนรัก” เพราะเจ้าไม่เป็นศตรูของเราต่อไปแล้ว เจ้าได้สำนึกตัวเป็นทุกข์กลับใจแล้ว “แม่คนงามเอ๋ย ” เจ้าไม่เป็นที่รังเกียจแก่ดวงเนตรของเราต่อไปแล้ว พระหรรษทานได้ตกแต่งเจ้าไว้งามวิไล “เข้ามาเถิด “ เข้ามา เจ้าต้องการสิ่งใด จงบอกเรา เราอยู่ที่นี่ ก็เพื่อสดับฟังเจ้า ผู้อ่านที่รัก ท่านจะรู้สึกยินดีเป็นกระไร หากพระราชาทรงพระกรุณาเรียกท่านเข้าไปในห้องส่วนตัวของพระองค์ และตรัสแก่ท่านว่า : เจ้าอยากได้อะไร จงบอกมา เจ้าต้องการอะไร ? เรารักเจ้า และหวังดีต่อเจ้า พระเยซูคริสต์ พระราชาแห่งสรวงสวรรค์ ก็ตรัสดังนี้แก่ทุกคนที่มาเข้าเฝ้าพระองค์ “ท่านทั้งหลาย ผู้เหนื่อยยากและบอบช้ำ จงมาหาเราเถิดและเราจะชุบท่านให้ฟื้นคืนกำลัง” (มธ.11,28) มาเถิด ท่านคนยากจน คนไข้ คนประสบทุกข์ทั้งหลาย เรานี้ปรารถนา และสามารถบันดาลให้ท่านมั่งมี ให้ท่านหายป่วยและทุเลาบรรเทาใจท่าน เราประทับอยู่บนพระแท่น ก็เพื่อช่วยเหลือท่านดังนี้เอง “นี่แนะ ! เราแระทับอยู่ที่นี่” (อสย.52,6)
ข้อเตือนใจและคำภาวนา
ข้าแต่พระเยซูที่สุดเสน่หา พระองค์ประทับอยู่บนพระแท่น ก็เพื่อทรงสดับตรับฟังคำวิงวอนของคนอาภัพน่าสงสาร ที่มาขอพึ่งพระบารมี ณ วันนี้ โผรดสดับฟังคำภาวนาของข้าพเจ้าคนบาปน่าสังเวชด้วยเถิด โอ้ พระชุมพาน้อยของพระเป็นเจ้า ผู้ได้พลีพระชนม์ชีพ และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ได้ทรงไถ่ข้าพเจ้าด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง โปรดอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า และประทานพระหรรษทานค้ำจุน เพื่อข้าพเจ้าจะไม่เสียพระองค์อีกแล้ว พระเจ้าข้าพระเยซูเจ้าข้า โปรดให้ข้าพเจ้าเป็นทุกข์ถึงบาปให้เหมือน ๆ กับที่พระองค์ได้ทรงระทมทุกข์ ณ สวนเก็ตเซมะนี ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าเสียใจ เพราะได้ทำเคืองพระทัย ข้าแต่พระสวามีที่สุดเสน่หา หากข้าพระเจ้าจะได้ตายไปในบาปแล้วปานนี้ ข้าพเจ้าจะรักพระองค์ไม่ได้ต่อไป แต่เดชะบุญ พระองค์ได้ทรงเมตตาเพียรคอยให้ข้าพเจ้ามารักพระองค์ ขอฉลองพระคุณที่ได้ทรงโปรดให้ข้าพเจ้ามีเวลา และเพราะว่า ขณะนี้ข้าพเจ้ายังรักพระองค์ได้ ข้าพเจ้าจึงตั้งใจรักพระองค์ พระเจ้าข้าโปรดประทานพระหรรษทานให้ข้าพเจ้ารักพระองค์เถิด รักพระองค์จนลืมทุกสิ่งเพื่อคิดถึงแต่จะทำความยอนดีแด่พระองค์แต่อย่างเดียว โอ้ ! พระเยซูเจ้าข้าพระองค์ได้ทรงพลีพระชนม์ชีพของพระองค์ทั้งหมดเพื่อข้าพเจ้า โปรดเถิด อย่างน้อยโปรดให้ข้าพเจ้าพลีชีวิตที่ยังมีเหลืออยู่นี้ เพื่อพระองค์ด้วย พระเจ้าข้า โปรดดึงดูดตัวข้าพเจ้าทั้งหมดให้มารักพระองค์ และบัลดาลให้ข้าพเจ้าเป็นของของพระองค์จนหมดทั้งสิ้น ก่อนที่ข้าพเจ้าจะตายลาโลกไปเถิดพระเจ้าข้า ข้าพเจ้ามั่นใจว่า คำวิงวอนทั้งหลายของข้าพเจ้านี้จะสัมฤทธิ์ผลแน่ ทั้งนี้โดยพึ่งพระบารมีแห่งพระมหาทรมานของพระองค์ พระเจ้าข้า
ข้าพเจ้ายังมั่นใจในคำเสนอวิงวอนของท่านด้วย พระนางมารีอา แม่ที่รักท่านทราบดีว่า ข้าพเจ้ารักท่าน โปรดเอ็นดูข้าพเจ้าด้วยเถิด
3. พระเยซูทรงคำคุณต่อทุกคน
พระเยซูในศีลมหาสนิท ทรงต้อนรับทุกท่าน ก็เพื่อจะทรงประทานพระคุณแก่ทุกคนนั่นเอง นักบุญเอากุสติน กล่าวว่า “พระสวามีเจ้า ทรงปรารถนาจะประทานพระคุณให้แก่เรา มากกว่าเราปรารถนาจะได้รับเสียอีก” (3)
ที่เป็นดังนี้ก็เพราะว่า พระเป็นเจ้าทรงเป็นองค์ความดีปราศจากขอบเขตนั่นเอง ความดีมีธรรมชาติ กระจายตัวเอง กล่าวคือ เผื่อแผ่ความดีของตนำไปสู่ผู้อื่นทุกคน เพราะฉะนั้น พระสวามีเจ้าจึงทรงรู้สึกน้อยพระทัย เมื่อไม่มีใครมาขอพระหรรษทานของพระองค์ ตรัสว่า “เหตุไร ท่านจึงไม่มาหาเราอีก ? ท่านถือว่า เราเป็นที่ดินอันไร้ผล และเกิดผลช้ากระนั้นหรื ?” (ขรม.2,31 ) นักบุญยวง ได้แลเห็นพระอุระของพระสวามีเจ้า เต็มไปด้วยพระเกษียร น้ำนม หมายถึงความเมตตา กรุณา และพระอุระนั้น คาดอยู่ด้วยรัดประคดทอง ซึ่งหมายถึงความรัก ความปรารถนาจะแจกจ่ายพระหรรษทานของพระองค์แก่เรา รัเยซูคริสต์ ทรงเตรียมพร้อมจะประทานพระหรรษทานของพระองค์แก่ชาวเราอยู่เสมอ แต่ศิษย์ที่รักของพระองค์ กล่าวว่า : เฉพาะอย่างยิ่งพระเยซูในศีลมหาสนิททรงประทานพระหรรษทานอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ฉะนั้น ท่านบุญราศีเฮนรีซูซอนจึงว่า : ในศีลมหาสนิท พระเยซูทรงสดับฟังคำวิงวอนของชาวเรา ด้วยพระทัยดียิ่งขึ้น
แม่ เมื่อมีนมเต็มเต้า ย่อมเที่ยวตามหาลูกจะได้ให้ดูดเพื่อตัวจะได้เบาลงฉันใด พระสวามีเจ้าในศีลมหาสนิทก็ฉันนั้น ทรงเรียกหาเราทุก ๆ คน ตรัสว่า : “มาเถิด มาดูดนมของเรา แม่ย่อมลูบเล้าลูกฉันใด เราจะทุเลาบรรเทาท่านฉันนั้น” (อสย.66,12) วันหนึ่ง คุณพ่อบัลธาซาร์ อัลวาแรส แลเห็นพระเยซูในศีลมหาสนิท มีพระหรรษทานอยู่เต็มพระหัตถ์ แต่อนิจจา ! ไม่มีใครอยากรับ !
โอ้ ! ช่างเป็นผู้มีบุญจริง วิญญาณที่กราบอยู่แทบพระแท่น วิงวอนขอพระหรรษทานจากพระเยซูคริสต์ ท่านเคานเตส แหงฟรีอา ภคินีนิกายนักบุญกลารา เธอชอบเฝ้าอยู่ต่อหน้าศีลมหาสนิทเสมอ เป็นเวลานานเท่าที่จะนานได้ใคร ๆ จึงเรียกเธอว่า “ภริยาแห่งศีลมหาสนิท” เธอได้รับพระหรรษทานจากศีลมหาสนิทมากต่อมากเรื่อยมา วันหนึ่งมีผู้ถามเธอว่า : ดิฉันยินดีจะเฝ้าศีลมหาสนิทเช่นนี้เรื่อยไปตลอดนิรันดรภาพที่เดียว ! ท่านถามว่า : ทำอะไรต่อหน้าศีลมหาสนิทหรือ ? ก็มีอะไรเล่าที่เราจะไม่ต้องทำต่อหน้าศีลมหาสนิท ? คนขอทานทำอะไรเมื่ออยู่ต่อหน้าเศรษฐี ? คนไข้ทำอะไรเมื่ออยู่ต่อหน้าหมอ ? ดิฉันทำอะไรหรือ ? ก็ขอบคุณ รัก รักและวิงวอนนะซิ โอ้ ! คำตอบสุดท้ายนี้ช่างมีค่ามากสอนวิธีให้เราเฝ้าศีลมหาสนิทอย่างมีผลแท้
วันหนึ่งพระสวามีเจ้า ทรงรำพันกับข้าบริการของพระองค์ ภคินี มารีอา อาลาก๊อกผู้ที่เราเคยกล่าวถึง ว่ามนุษย์ทำใจดำต่อพระองค์ในศีลแห่งความรักเหลือเกิน ต่อนั้นทรงแสดงให้ภคินีแลเห็นดวงพระทัยมีหนามล้อมรอบ มีกางเขนอยู่ข้างบนตั้งอยู่บนเปลวไฟ ทรงแสดงให้เธอทราบว่าเพราะความใจดีนั่นเองพระองค์จึงทรงสถิตประทับอยู่ในศีลมหาสนิทแล้วตรัสแก่เธอว่า “นี่แน่ะ ! ดวงใจที่ได้รักมนุษย์เหลือเกิน ยอมบูชาทุกสิ่งหมด จึงยอมมอดไปเพื่อให้มนุษย์แลเห็นว่ารักเขาเพียงไร แต่เรานี้ได้รับการสนองตอบความรักอันนี้โดยความกตัญญูของคนส่วนมาก : เขาขาดความเคารพต่อเรา เขาทำทุราจาร เขาใจเย็นเฉยเขาดูหมิ่นเราในศีลมหาสนิท และที่ทำให้เราเจ็บใจยิ่งนัก ก็คือพวกข้าบริการของเราเองก็ยังทำดังนั้น”
เหตุไรคนเราจึงไม่ไปเฝ้าพระเยซูคริสต์ ห็เพราะเขาไม่รักพระองค์นั่นเอง “ฉนเราจึงยินดี เราจึงชอบสนทนากับเพื่อนของเรา เป็นเวลานานได้ตั้งชั่วโมง ๆ แต่เมื่อจะอยู่เฝ้าพระเยซูคริสต์ สักครึ่งชั่วโมง เราก็รู้สึกเบื่อเต็มที่แล้ว ? บางคนจะค้านว่า : แล้วไฉนพระเยซูคริสต์ ไม่ทรงโปรดให้ฉันรักพระองค์เองเล่า ? ขอตอบว่า : หากท่านไม่ขับไล่ความรักต่อแผ่นดินโลก อันมีอยู่เต็มดวงใจของท่านให้ออกไปก่อนแล้ว ความรักต่อพระเยซูเจ้า จะเข้ามาในใจของท่านได้อย่างไร ได้อา ! หากท่านจะพูดได้ด้วยจริงใจ อย่างนักบุญฟีลิป เนรี เมื่อแลเห็นศีลมหาสนิทว่า “นี่แน่ะ ความรักของข้าพเจ้า นี่แน่ะ ความรักของข้าพเจ้า ” แน่นอน เมื่อนั้นท่านจะไม่รู้สึกเบื่อหน่ายแม้เมื่อเฝ้าศีลเป็นเวลาชั่วโมง ๆ และแม้ตลอดทั้งวันด้วย !
วิญญาณที่ปฏิพัทธ์รักพระเป็นเจ้าจริง ๆ แม้เฝ้าศีลมหาสนิทเป็นเวลานานตั้งชั่วโมง ๆ ก็จะเห็นเหมือนชั่วครู่เดียว นักบุญฟรังซิส เซเวียร์ ได้ทำงานช่วยเหลือวิญญาณตลอดทั้งวัน ตกกลางคืน ท่านพักผ่อนอย่างไร ? ท่านไปเฝ้าศีลมหาสนิทนั่นแน่ะ นักบุญยวง ฟรังซีส เรยีส นักเทศน์คนสำคัญของประเทศฝรั่งเศสทำหน้าที่ฟังแก้บาปและเทศนาตลอดทั้งวัน เวลากลางคืนท่นก็ไปที่วัด หรือหลาย ๆ ครั้งเมื่อปิดแล้ว ท่านก็เฝ้าศีลอยู่นอกประตู ยอมทนหนาว ทนลม เพื่อถวายตัวเป็นข้าบริพารของพระสาวมีผู้ที่ท่านรัก แม้ต้องอยู่ในที่ห่างไกลก็ยังยินดีในเมื่อจะเข้าใกล้ไม่ได้ ! นักบุญหลุยส์ คอนซาคา อยากจะเฝ้าศีลมหาสนิทเรื่อยไปแต่ผู้ใหญ่ไม่อนุญาต เมื่อท่านเดินผ่านพระแท่น รู้สึกเหมือนถูกพระเยซูเจ้าดึงดูดให้เข้าไปเฝ้าพระองค์ แต่ท่านจำใจต้องจากพระองค์ไปทำหน้าที่ตามความนบนอบ นัหบุญหนุ่มน้อยผู้นี้จึงหราบทูลพระองค์อย่างน่าเอ็นดูว่า “พระสวามีเจ้าข้า กรุณาอย่าหน่วงข้าพเจ้าไว้เลย(4) ปล่อยข้าพเจ้าไปเถิด เพราะความนบน้อมสั่งดังนั้นพี่น้องที่รัก แม้ท่านจะไม่มีความรู้สึกรักต่อพระเยซูเช่นนี้ ท่านจงพยายามมหาโอกาสไปเฝ้าพระองค์ทุก ๆ วันเถิด พระองค์ทรงเผาดวงใจของท่านเอง ท่านรูสึกว่าใจเย็ยหรือ ? นักบุญคัทเธอรีน แงซีเอนา ก็ฉนะท่านว่า : จงเข้าไปใกล้ไฟเถิด โอ้ ! ท่านจะมีบุญมหาลาภมาก หากพระเยซูเองทรงเผาดวงใจของท่านให้ร้อนรักพระองค์ แน่นอน เมื่อนั้นท่านจะรักพระองค์มากขึ้น และท่านจะดูถูกข้าวของของแผ่นดินมากขึ้น นักบุญฟรังซีส เดอ ซาลส์ บอกว่า “เมื่อไฟไหม้บ้าน เขาก็ขว้างของออกทางหน้าต่าง”
ข้อเตือนใจและคำภาวนา
อา ! พระเยซูเจ้าข้า โปรดให้มนุษย์มารู้จักและรักพระองค์เถิด พระองค์ทรงน่ารักหาที่สุดมิได้ ทั้งได้ทรงแสดงความรักต่อมนุษย์ จนไม่รูว่าจะทรงแสดงอย่างไรอีกแล้ว ! แต่แล้ว ทำไมหนอจึงมีมนุษย์น้อยคนนักที่รักพระองค์ ? อนิจจา ! ในพวกคนใจดำจำนวนมากก็ต้องนับข้าพเจ้าอยู่ในจำนวนนี้ด้วย ทั้งเป็นที่น่าทุเรศมากกว่าด้วย เมื่อใครทำคุณต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเคยแสดงความรู้คุณต่อเขาด้วยอัธยาศัยอันดี แต่แล้วเมื่อพระองค์ทรงประทานพระองค์แก่ข้าพเจ้า ไฉนข้าพเจ้ายังทำใจดำ ยังคัดเคืองพระทัยมาก ๆ หลายครั้ง ยังบังอาจด่าว่าพระองค์ โดยการกระบาปอีกเล่า ข้าพเจ้ามองเห็นแล้วพระเจ้าข้า ว่าควรหนักหนาที่พระองค์จะทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเสียแล้ว แต่พระองค์กลับทรงวิ่งไล่ตามข้าพเจ้า กลับมาง้อขอให้ข้าพเจ้ารักพระองคื ข้าพเจ้ากำลังรู้สึกเหมือนว่า พระองค์กำลังไล่ตามข้าพเจ้า พลางก็ร้องท่องพระบัญญัติแห่งความรักว่า “เจ้าจงรักพระสวามีพระผู้เป็นเจ้าของเจ้าด้วยสิ้นสุดจิตใจ”(มธ.22,37) ไหน ๆ พระองคืทรงประสงคืให้ข้าพเจ้าคนใจดำรักพระองค์ ข้าพเจ้าจึงยินดีรัก พระเจ้าข้า พระองค์ทรงอยากได้ความรักของข้าพเจ้า และบัดนี้โดยพระหรรษทานของพระองค์ช่วย ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาอยากได้อะไร นอกจากรักพระองค์ ข้าพเจ้ารักพระองค์ องค์ความรักของข้าพเจ้า สารพัดของข้าพเจ้า เดชะพระโลหิตที่ได้ทรงหลั่งเพื่อข้าพเจ้า โปรดช่วยให้ข้าพเจ้ารักพระองค์เถิดพระเจ้าข้า ข้าแต่พระมห่ไถ่ที่สุดเสน่หา ข้าพเจ้าวางใจในพระโลหิตของพระองค์ และวางใจในคำเสนอวิงวินแห่งพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่งของพระองค์ เพราะเป็นความประสงค์ของพระองค์ที่ต้องการในคำภาวนาของพระแม่เจ้าช่วยให้ข้าพเจ้ารอด พระเจ้าข้า
ข้าแต่พระนางมารีอา แม่ที่รักเจ้าข้า ช่วยวิงวอนพระเยซูเพื่อข้าพเจ้าด้วยผู้ใดรักท่าน ท่านเคยโปรดให้เราทุกคนรักพระเป็นเจ้า ข้าพเจ้าก็รักท่าน ฉะนั้นโปรดให้ข้าพเจ้ารักพระเป็นเจ้าด้วยเถิด
(1) Resp. 1, Noct. 3.
(1b) Quia omnibus me exhibeo ad inveniendum.
(2) Ut amicus ad amicum.
(3) Plus vlus tibi benefacere quam tu accipire concupiscas.
(4) Recede a me, Domine, recede.
ท่านกำลังอ่าน