Skip to main content
“แม่พระช่วยให้ผู้รับใช้ของพระนางพ้นจากนรก”

ผู้รับใช้ของแม่พระที่ให้เกียรติแด่พระนางและเสนอตัวแด่พระนางอย่างซื่อสัตย์อยู่เสมอนั้น จะสูญเสียวิญญาณของตนไม่ได้เป็นอันขาด สำหรับบางคนคำพูดประโยคนี้เมื่อมองดูเผิน ๆ แล้วดูเหมือนว่าจะเกินความจริงไป แต่ข้าพเจ้าขอให้ผู้ที่คิดเช่นนี้จงอย่าเพิ่งด่วนตัดสิน แต่ขอให้อ่านสิ่งที่ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงในหน้าต่อ ๆ ไปนี้เสียก่อน

            เมื่อเรากล่าวว่า ผู้รับใช้ของแม่พระไม่อาจจะสูญเสียวิญญาณของตนได้นั้น เรามิได้กล่าวถึงผู้ที่ฉวยโอกาสเอาการมีความศรัทธาต่อแม่พระเป็นสิ่งบังหน้า ทำบาปให้มากขึ้นโดยมิต้องเกรงกลัวสิ่งใด ผู้ที่มิได้เห็นด้วยกับการพูดถึงความเมตตาของแม่พระต่อคนบาปอย่างมากมาย เพราะเขาถือว่าการกระทำเช่นนี้จะเป็นเหตุให้คนบาปทำบาปมากขึ้นนั้น นับว่าไม่มีเหตุผล คนบาปที่ฉวยโอกาสเช่นนี้ทำบาปนั้นไม่สมควรที่จะได้รับความเมตตาในความหวังปลอม ๆ ของเขาเลย ที่เรากล่าวนี้ เรากล่าวถึงผู้รับใช้แม่พระที่มีความปราถนาที่จะเปลี่ยแปลงชีวิตของตน และมีความซื่อสัตย์ในการให้เกียรติและเสนอตัวเองแด่พระนางอยู่เสมอ ข้าพเจ้าขอกล่าวว่า คนชนิดนี้จะสูญเสียวิญญาณมิได้ และข้าพเจ้าพบว่าคุณพ่อคราสเซทก็กล่าวเช่นเดียวกันในหนังสือที่ท่านเขียนไว้เกี่ยวกับความศรัทธาต่อแม่พระ ก่อนหน้านั้นท่านเวกาก็ได้กล่าวดังนี้ในหนังสือเรื่อง “เทวศาสตร์แห่งแม่พระ” แล้วยังมีท่านเมนโดซาและนักเทวศาสตร์อื่น ๆ อีก และเราอาจจะเห็นได้ว่าท่านเหล่านี้มิได้เพียงแต่พูดไปเฉย ๆ เท่านั้น ในเมื่อเราพิจารณาดูว่าท่านนักบุญและผู้มีวิชาความรู้เป็นจำนวนมากได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ ขออย่าให้ท่านแปลกใจในเมื่อท่านพบว่า คำกล่าวที่ข้าพเจ้านำมาแสดงในที่นี้มีความคล้ายคลึงกัน ที่ข้าพเจ้านำมาเสนอให้หมดนั้นก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ท่านนักเขียนต่าง ๆ มีความเห็นลงลอยกันเท่าไรในเรื่องนี้

            นักบุญอันแซลโมกล่าวว่า “ผู้ที่มิได้มีความศรัทธาต่อแม่พระและทำให้ตนมิได้รับความคุ้มครองจากพระนาง ย่อมจะเอาตัวรอดไม่ได้ฉันใด ผู้ที่วอนขอความช่วยเหลือจากพระนางและได้รับความรักจากพระนางนั้นจะสูญเสียวิญญาณมิได้ฉันนั้น” นักบุญอันโตนีโอพูดในทำนองเดียวกันและเกือบจะใช้คำพูดเดียวกันด้วย “ผู้ที่แม่พระทุ่มเทความเมตตาให้แต่กลับเอาตัวรอดไม่ได้นั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ฉันใด ผู้ที่พระนางหันหน้าไปหาและผู้ที่พระนางสวดให้ก็จะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากจะได้รับพระหรรษทานและความรุ่งเรืองฉันนั้น” ดังนั้น ผู้ที่รับใช้แม่พระจึงจำเป็นต้องได้รับความรอด

            ในเราสังเกตความเห็นขั้นแรกของนักบุญเหล่านี้เป็นพิเศษและขอให้ผู้ที่ไม่เอาจริงเอาจังในความศรัทธาต่อแม่พระ หรือผู้ที่ละทิ้งความศรัทธาต่อพระนางเพราะความเลินเล่อ จงสั่นกลัวไว้เถิดท่านกล่าวว่า ผู้ที่แม่พระมิได้คุ้มครองนั้นจะเอาตัวรอดไม่ได้ นักองค์อื่นก็กล่าวในทำนองเดียวกัน เช่น นักบุญอัลแบร์โต ท่านประกาศว่า “ข้าแต่พระแม่เจ้า ผู้ที่มิได้เป็นผู้รับใช้ของพระแม่จะพบกับความพินาศ” และนักบุญโบนาเวนตูรากล่าว “ผู้ที่ละเลยแม่พระจะตายในบาปของตน” อีกแห่งหนึ่งท่านกล่าวว่า “ผู้ที่มิได้เรียกหาพระแม่ในโลกนี้จะไปไม่ถึงสวรรค์” เมื่อนักบุญโบนาเวนตูราอธิบายบทเพลงที่ ๙๙ ในพระคัมภีร์ท่านถึงกลับกล่าวว่า ผู้ที่แม่พระหันหน้าหนีจะไม่เพียงแต่ไม่เอาตัวรอดเท่านั้น แต่เขาจะไม่มีแม้กระทั่งความหวังในอันที่จะเอาตัวรอด และก่อนหน้าท่านนักบุญผู้นี้ นักบุญอิกนาซีโอมรณสักขีกล่าวว่า การที่คนบาปจะเอาตัวรอดโดยมิได้อาศัยความช่วยเหลือของแม่พระนั้นไปไม่ได้ เพราะผู้ที่พระเป็นเจ้าจะมิช่วยให้รอดเนื่องจากพระยุติธรรมของพระองค์แล้ว พระองค์จะช่วยด้วยพระมหากรุณาอันหาที่สุดมิได้โดยอาศัยคำเสนอวิงวอนของแม่พระ บางคนสังสัยคำที่กล่าวมานี้มาจากท่าน ท่านนักบุญอิกนาซีโอจริง ๆ หรือเปล่า แต่อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคราสเซทกล่าวว่า นักบุญยวงคริสซ้อสโตโมได้ออกความคิดเห็นในทำนองเดียวกันนี้ และท่านเจ้าอาวาสแห่งเซเลสก็กล่าวเช่นเดียวกัน และด้วยความหมายอันเดียวกันนี้เองที่พระศาสนจักรนำคำในพระคัมภีร์มาใช้กับแม่พระว่า “ผู้ที่เกลียดเรา ย่อมรักความตาย” กล่าวคือ ผู้ที่ไม่รักเราย่อมรักความตายนิรันดร เมื่อริชาร์ดแห่งนักบุญเลาเร็นซีโออธิบายคำในพระคัมภีร์ที่ว่า “นางเปรียบเหมือนเรือของพ่อค้า” นั้นท่านกล่าวว่า ทุกคนทิ่ได้อยู่ในเรือลำนี้จะจมในทะเลแห่งโลกมนุษย์เรา แม้กระทั่งเอโคลัมพาดีโอผู้เป็นเฮเรติ๊กเองก็ยังกล่าวว่า การขาดความศรัทธาต่อแม่พระนั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความพินาศตลอดนิรันดร เขารกล่าวว่า “ขออย่าให้ใครมาพูดว่าข้าพเจ้าปฏิเสธแม่พระ เพราะผู้ที่ไม่มีความศรัทธาต่อพระนางนั้น ข้าพเจ้าถือว่าเป็นผู้ที่มีจิตใจของชาวนรกอย่างแน่นอนนั่นเอง”

            ส่วนแม่พระเองกล่าวว่า “ผู้ที่รับฟังเราจะไม่หมดหวัง” กล่าวคือ ผู้ที่เข้ามาพึ่งพาอาศัยและฟังสิ่งที่พระนางกล่าวจะไม่พินาศไป นี่แหละที่ทำให้นักบุญโบนาเวนตูรากล่าวว่า “ผู้ที่ทำการสดุดีพระนางจะห่างไกลจากความพินาศ” นักบุญฮีลารีโอกล่าวว่า คำที่กล่าวมานี้จะเป็นความจริงแม้กับคนบาปที่ได้เคยทำผิดต่อพระเป็นเจ้าอย่างหนักมากแล้วในอดีต “แม้ว่าเขาจะได้เคยเป็นคนบาปหยาบช้าอย่างไรมาแล้วก็ตาม ถ้าเขามีความศรัทธาต่อแม่พระ เขาจะไม่ประสบความพินาศ”

            เพราะเหตุนี้เองผีปีศาจจึงพยายามสุดความสามารถของมันที่จะทำให้คนบาปสูญเสีญความศรัทธาต่อแม่พระ หลังจากที่เขาได้สูญเสียพระหรรษทานของพระเป็นเจ้าไปแล้ว เมื่อนางซาราเห็นอีซาอั๊กเล่นหัวกับอีชมาแอล ซึ่งเลี้ยมสอนสิ่งที่ไม่ดีงามให้แก่บุตรชายของนาง นางก็ขอให้อาบราฮัมไล่อีชมาแอลและอาการ์ผู้มารดาไปจากบ้านเสีย “จงไล่หญิงทาสคนนี้กับลูกชายของนางไปเถิด” นางไม่พอใจแต่เพียงให้ลูกชายลูกไล่ไปจากบ้านเท่านั้น นางต้องการให้มารดาของเด็กนั้นไปด้วย เพราะนางคิดว่าเขาจะกลับมาอีกถ้าเห็นว่ามารดาของตนยังอยู่ที่นั่น ในทำนองเดียวกัน ปีศาจไม่พอใจที่จะเห็นแต่เพียงพระเยซูเจ้าถูกไล่ออกไปจากวิญญาณเท่านั้น ถ้าพระมารดขององค์ไม่ถูกไล่ไปด้วย “จงไล่หญิงทาสคนนี้กับลูกชายของนางไปเถิด” เพราะปีศาจมันกลัวว่าพระมารดาจะนำพระบุตรของพระนางกลับมาอีกโดยใช้คำเสอนวิงวอนของพระนาง “และความกลัวของมันก็นับว่ามีรากฐานดีมาก” คุณพ่อพาซีอูแชลลีได้กล่าวไว้ว่า “เพราะผู้ที่ซื่อสัตย์ในการรับใช้พระมารดาพระเป็นเจ้านั้นในไม่ช้าก็จะกลับไปหาพระเป็นเจ้าพระองค์เอง”

            นักบุญเอเฟรมพูดถูกแล้ว เมื่อท่านเรียกการมีความศรัทธาต่อแม่พระว่า “สัญลักษณ์แห่งอิสรภาพ” ผู้กีดกันมิให้เราตกนรก ท่านเรียกแม่พระด้วยว่า “เป็นที่คุ้มครองของผู้ที่จะเสียวิญญาณ” แล้วท่านก็พูดถูก เพราะตามความคิดเห็นของนักบุญเบอร์นาร์โดนั้น ท่านกล่าวว่า เป็นสิ่งแน่นอนที่ว่าแม่พระมิได้ขาดอำนาจหรือความตั้งใจที่จะช่วยเราให้รอด นักบุญอันโตนีโนกล่าวว่าพระนางมิได้ขาดอำนาจ เพราะการที่พระเป็นเจ้าจะไม่รับฟังคำภาวนาของพระนางนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ นักบุญเบอร์นาร์โดกล่าวว่า คำอ้อนวอนของพระนางจะไม่ไร้ผลเป็นอันขาด และพระนางจะได้รับทุกสิ่งที่พระนางปราถนา พระนางมิได้ขาดซึ่งจิตใจที่จะช่วยให้เรารอดเพราะพระนางคือมารดาของเราและปราถนาที่จะช่วยให้เรารอดมากกว่าตัวเองเสียอีก ถ้าเป็นเช่นนี้จริงแล้ว ผู้ที่มีความศรัทธาต่อพระนางจะพบกับความพินาศได้อย่างไร? เขาอาจจะเป็นคนบาปก็จริง แต่ถ้าเขาพากเพียรในความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตและมอบตัวเองแด่พระนางอยู่เสมอไปแล้ว พระนางก็จะรับภาระที่จะวอนขอความสว่างให้เขาละจากทางแห่งความชั่วช้า ให้เขาเป็นทุกข์ถึงบาป พากเพียรในฤทธิ์กุศล และในที่สุดก็จะได้สิ้นใจตายอย่างดี แม่คนไหนบ้างที่สามารถช่วยให้ลูกของตนพ้นจากความตายโดยเพียงแต่เอ่ยปากขอท่านตุลาการ แต่แล้วก็ไม่ยอมทำ? และเราจะคิดว่าแม่พระ มารดาที่น่ารักและใจดีเป็นอย่างยิ่งต่อผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระนาง จะไม่ช่วยลูกของพระนางให้พ้นจากความตายชั่วนิรันดร ในเมื่อพระนางอาจจะทำได้อย่างง่ายดายเช่นนั้นหรือ?

            ท่านผู้อ่านที่มีใจศรัทธา เราจงโมทนาคุณพระเป็นเจ้าเถิดถ้าพระองค์ทรงโปรดให้เรามีความรักและความไว้ใจในราชินีแห่งสวรรค์องค์นี้ เพราะตามคำของนักบุญยวง ดามาซีน พระองค์ไม่ประทานพระหรรษทานนี้ให้แก่ผู้ใดนอกจากผู้ที่พระองค์ทรงปราถนาจะประทานความรอดให้เท่านั้น ต่อไปนี้คือคำพูดของท่านนักบุญซึ่งท่านใช้เร้าความไว้ใจของตัวท่านเองและของเราด้วย ท่านกล่าวว่า “ข้าแต่พระมารดาพระเป็นเจ้า ถ้าลูกอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของพระแม่ก็ไม่มีสิ่งใดที่ลูกจะต้องกลัว เพราะความจริงที่ว่า ลูกเป็นผู้รับใช้ของพระแม่นั้นหมายความว่า ลูกมีอาวุธที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจในอันที่จะเอาตัวรอดซึ่งพระเป็นเจ้าประทานให้แต่เฉพาะผู้ที่ทรงปราถนาจะให้เอาตัวรอดเท่านั้น” เอรัสมูสถวายสดุดีแดแม่พระด้วยคำว่า “วันทาความสพึงกลัวของนรกและความหวังคริสตังค์ ความไว้ใจในพระแม่คือสัญลักษณ์แห่งความรอด”

            ปีศาจจะรู้สึกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพียงไรเมื่อมันเห็นวิญญาณใดพากเพียรในความศรัทธาต่อแม่พระ? เราอ่านในชีวประวัติของคุณพ่ออัลฟอนโซ อัลวาเรส ผู้มีความศรัทธาต่อแม่พระอย่างลึกซึ้งว่า ครั้งหนึ่งท่านกำลังสวดภาวนาอยู่ และถูกปีศาจรบกวนด้วยการประจญล่อลวงในเรื่องความบริสุทธิ์ ปีศาจกล่าวแก่ท่านว่า “จงยกเลิกความศรัทธาต่อแม่พระเถิด แล้วเราจะหยุดล่อลวงท่าน”

            โบลซีอูสเล่าว่า พระเป็นเจ้าได้ไขแสดงแก่นักบุญคาธารีนาแห่งซีเอนาว่า เพราะเห็นแก่พระบุตรซึ่งแม่พระได้เกียรติเป็นพระมารดาของพระองค์ จะได้มีคนบาปคนใดเลยที่จะตกเป็นเหยื่อนรก ถ้าเขาได้มอบถวายตัวแด่แม่พระ แม้กระทั่งดาวิดก็ยังวอนขอให้ตนเองพ้นจากนรก เพราะเห็นความรักที่พระเป็นเจ้าทรงมีต่อพระแม่ “พระสวามีเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้รับความงามแห่งที่พำนักพระองค์.......ข้าแต่พระเป็นเจ้า โปรดอย่านำเอาวิญญาณของข้าพเจ้าไปกับคนชั่วเลย” ดาวิดกล่าวว่า “ที่พำนักของพระองค์” เพราะว่าแม่พระคือที่พำนำซึ่งพระเป็นเจ้าได้ทรงสร้างขึ้นบนโลกนี้ในเมื่อพระองค์เสด็จมาในโลกเพื่อเป็นที่พำนักพักผ่อนของพระองค์  ดังที่มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ว่า “องค์พระญาณสุขุมได้ทรงสร้างที่พำนักเพื่อพระองค์เอง” นักบุญอิกนาซีโอมรณสักขีกล่าวว่า ผู้ที่หมั่นเพียรในความศรัทธาต่อแม่พระจะประสบความพินาศมิได้เลยเป็นอันขาด และนักบุญโบนาเวนตูรากูกล่าวซ้ำอีกว่า “ข้าแต่พระแม่มารีอา ผู้ที่รักพระแม่ย่อมได้รับสันติสุขในชีวิตนี้ และวิญญาณของเขาจะไม่เห็นความตายชั่วนิรันดร” โบลซีอูสผู้ศรัทธาให้ความแน่ใจแก่เราว่า ยังไม่เคยปรากฏและจะไม่ปรากฏเลยว่าผู้รับใช้ที่สุภาพและศรัทธาของแม่พระจะถูกสาปแช่งตลอดนิรันดร

            ท่านโทมัส อาเคมบีสกล่าวว่า “มีกี่คนที่ยังถูกสาปแช่งและดื้อดันในบาปของตนถ้าแม่พระมิได้วิงวอนพระบุตรของพระนาง?” เป็นความเห็นของนักเทวศาสต์ส่วนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งของนักบุญโทมัสว่า บางทีแม่พระอาจจะวอนขอให้พระเป็นเจ้าระงับการตัดสินของมนุษย์บางคนที่ตายในบาปหนัก และช่วยให้เขากลับมาทำกิจใช้โทษบาปในโลกนี้

            นักเขียนที่ออกจะเคร่งครัดหลายคนได้เล่าถึงเรื่องชนิดนี้ ในจำนวนนี้มีท่านโฟลโดอาร์ดซึ่งมีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่เก้า ท่านเขียนในสมุดบันทึกของท่านว่า มีอนุสงฆ์ผู้หนึ่ง อาเดลมัน ซึ่งใคร ๆ ก็บอกว่าได้สิ้นใจแล้ว แต่พอเขาจะทำพิธีฝังศพ อนุสงฆ์ผู้นี้ก็กลับคืนชีวิตและกล่าวว่าตนได้เห็นที่ในนรกที่ตนได้ถูกสาปแช่งให้ไปจมอยู่ด้วยอาศัยคำภาวนาของแม่พระ ตนได้ถูกส่งกลับมาทำกิจใช้โทษบาปในโลกนี้

            ซูรีอูสได้เล่าเรื่องคล้าย ๆ กัน เกี่ยวกับชายโรมันผู้หนึ่งซึ่งได้สิ้นใจตายโดยมิได้เป็นทุกข์ถึงบาป  และแม่พระได้รับอนุญาตให้ส่งเขากลับมามีชีวิตอยู่เพื่อจะได้รับการอภัยโทษ ยิ่งไปกว่านั้น ท่านพัลบาร์ดกล่าวว่า ในสมัยของท่านในเมื่อจักรพรรดิซีกีสมูนด์กำลังข้ามเทือกเขาแอ้ลป์ร่วมกับขบวนกองทหารนั้น มีเสียงดังมาจากโครงกระดูกขอให้หาพระสงฆ์มาฟังแก้บาป เขาประกาศว่า เขาได้เคยมีความศรัทธาเป็นพิเศษต่อแม่พระในระหว่าที่เป็นทหาร และพระนางได้รับอนุญาตให้ปล่อยให้เขาดำรงชีวิตอยู่โครงกระดูกนั้น จนกระทั่งเขาอาจจะสารภาพบาปของเขาได้ เขาก็ได้สารภาพบาปแล้วก็สิ้นใจตาย

            ขออย่าให้เรื่องเหล่านี้และเรื่องในทำนองนี้ให้กำลังใจผู้ที่มีใจมักได้ให้มีชีวิตอยู่ในบาป ด้วยความหวังว่าไม่เร็วก็ช้าแม่พระจะช่วยให้เขาพ้นจากนรกแม้ว่าเขาจะตายในบาปก็ตาม การกระโจนลงไปในบ่อแล้วหวังให้แม่พระช่วยให้ตนพ้นจากความตาย เพราะพระนางได้เคยช่วยผู้ที่อยู่ในกรณีแบบเดียวกันนั้น นับว่าเป็นการกระทำที่บ้าบิ่นฉันใด การเสี่ยงอันตรายที่จะสิ้นใจตายในบาปโดยหวังว่าแม่พระจะช่วยให้ตนรอดจากนรกก็เป็นการกระทำที่บ้าบิ่นเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างเหล่านี้ควรจะรื้อฟื้นความไว้ใจของเรา ในเมื่อเราตระหนักแน่แล้วว่า แม่พระได้สามารถช่วยแม้กระทั่งผู้ที่สิ้นใจตาย ในบาปให้พ้นจากนรกด้วยคำอ้อนวอนของพระนางได้ และพระนางยิ่งกระทำได้มากกว่านั้นเสียอีก สำหรับผู้ที่หันไปหาพระนางในชีวิตนี้ด้วยความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัว และรับใช้พระนางด้วยความซื่อสัตย์ให้พ้นจากนรก

            ดังนั้นเราจงกล่าวร่วมกับนักบุญเยอร์มานูสว่า “ข้าแต่พระมารดาพระเป็นเจ้า ถ้าพระแม่ละทิ้งเราแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นแก่เราคนบาป ผู้ปราถนาที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตและหันมาหาพระแม่ผู้เป็นชีวิตของคริสตังค์เล่า?” เราจงฟังคำของนักบุญอันแซลโมผู้กล่าวว่า “ผู้ที่แม่พระเคยสวดให้จะไม่ลิ้มรสความตายชั่วนิรันดรเลยท่านกล่าวว่า “ผู้ที่แม่พระอ้อนวอนให้แม้แต่เพียงครั้งเดียวจะไม่ถูกสาปแช่งตลอดนิรันดร” ดังนั้นขอให้พระแม่จงภาวนาเพื่อเราเถิดแล้วเราก็จะพ้นจากนรก เมื่อลูกว่า ลูกจะมิได้พบองค์พระตุลาการทรงมีใจเมตตาต่อลูกตราบใดที่ลูกมีพระแม่เป็นผู้ป้องกันลูก? โอ้พระมารดาแห่งความเมตตา ริชาร์ดแห่งนักบุญวิคเตอร์ได้กล่าวไว้ว่า “ถ้าข้าพเจ้ารเข้าใกล้บัลลังก์ตัดสินและมีพระมารดาแห่งความเมตตาอยู่ข้างข้าพเจ้าแล้ว ใครเล่าจะมาบอกข้าพเจ้าว่าพระตุลาการไม่ทรงพอพระทัยในตัวข้าพเจ้า?”

            ท่านบุญราศีเฮนรี่ ซูโซมักจะยืนยันว่า ท่านฝากวิญญาณของทานไว้ในมือของแม่พระ และถ้าพระมหาตุลาการจะตัดสินลงโทษท่านแล้ว ท่านต้องการให้แม่พระเองเป็นผู้นำคำตัดสินนี้มาให้แก่ท่าน ท่านหมายความว่า ถ้าท่านถูกตัดสินลงโทษแล้ว ท่านไว้ใจว่าคำตัดสินนี้จะไม่สำเร็จลุล่วงไปได้ ถ้าคำตัดสินนี้จะต้องผ่านมือที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาของแม่พระเสียก่อน ลูกขอกล่าวและหวังสิ่งเดียวกันนี้สำหรับตัวลูกเอง ข้าแต่ราชินีผู้มีบุญ ลูกได้มอบและลูกจะไม่ผิดหวังตลอดนิรันดร” ข้าแต่พระมารดผู้มีบุญ ลูกได้มอบความหวังทั้งหมดของลูกไว้กับพระแม่ ดังนั้นลูกจึงหวังด้วยความไว้ใจว่าจะไม่สูญเสียวิญญาณเลยเป็นอันขาด แต่จะได้รับความรอดเพื่อจะได้สรรเสริญและรักพระแม่ตลอดนิรันดรในสวรรค์

- ตัวอย่าง -

            ในปี ๑๖0๔ ที่เมืองแฟลนเดอร์ส มีนักเรียนหนุ่มอยู่สองคน แทนที่จะใช้ชีวิตในการเรียนหนังสือ ทั้งสองกลับดื่มเหล้าเมายาและประฟฤติชั่วต่าง ๆ คืนหนึ่งในขณะที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันในบ้านของผู้หญิงไม่ดี คนหนึ่งในจำนวนสองคนนี้ชื่อริชาร์ดอยู่เฉพาะแต่เพียงระยะเวลาอันสั้นแล้วก็กลับบ้าน ส่วนเพื่อนอีกคนหนึ่งอยู่ต่อไป เมื่อเขากลับบ้านก็เริ่มเตรียมตัวเข้านอน แต่มาระลึกว่าตนยังมิได้สวดบท”วันทามารีอา” สองสามบทที่เขามักจะสวดทุกวัน เขารู้สีกว่วงนอนและไม่อยากจะสวด แต่เขาก็บังคับตัวเองให้สวดจนได้แม้ว่าจะง่วงแสนง่วง เขาสวดโดยไม่มีความศรัทธาอะไรนัก แล้วก็หลับไป เมื่อเขากำลังเคลิ้ม ๆ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังสนั่น ประตูยังปิดอยู่ แต่รูปร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งผ่านประตูเข้ามา เขามีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวมาก “ท่านเป็นใครกัน?” ริชาร์ดถาม เพื่อนของเขาตอบว่า “แกจำกันไม่ได้หรือ?” “ได้ แต่-แต่ทำไมแกถึงเปลี่ยนแปลงไปอย่างนี้เล่า? แกมีหน้าตาเหมือนกับปีศาจ” “กันรู้แล้วว่าหน้าตาเหมือนปีศาจ” เขากล่าวขึ้นอย่างน่าสงสาร “เพราะกันถูกสาปให้ตกนรก” “ทำไม ! มีอะไรเกิดขึ้น?” “ขณะที่กันกำลังกลับจากบ้านชั่วนั้นเจ้าปีศาจมันมาบีบคอกัน ศพของกันนอนอยู่ข้าง ๆ ถนน แต่วิญญาณของกันอยู่ในนรก และแกก็ควรจะได้รับโทษเช่นเดียวกัน แต่บท “วันทามารีอา” สองสามบทที่แกสวดนั่นเองที่ทำให้แม่พระช่วยให้แกรอด ถ้าแกไม่โง่แกก็จะฉวยโอกาสใช้การเตือนนี้ซึ่งพระมารดาพระเป็นเจ้าได้ใช้กันมาบอกแกให้เป็นประ
โยชน์” พอพูดแล้วเขาก็เปิดเสื้อคลุมทำให้เห็นเปลวไฟและสัตว์ร้ายที่กำลังทรมานเขา แล้วเขาก็หายตัวไป ริชาร์ดกราบลงแทบพื้นและโมทนคุณแม่พระที่ได้ช่วยให้เขารอดด้วยน้ำตาอาบแก้ม ขณะที่เขากำลังคิดว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างไร เขาก็ได้ยินระฆังสวดที่อารามฟรันซีสกัน เขาจึงกล่าวแก่ตัวเองว่า “พระเป็นเจ้าทรงเรียกให้ฉันไปทำการใช้โทษบาป” แม้ว่าจะเป็นเวลาเช้าตรู่ เขาก็รีบไปที่อารามทันที และขอให้นักบวชในอารามรับเขาไว้ นักบวชเหล่านั้นทราบถึงชีวิตอันชั่วช้าของเขาก็รู้สึกลังเลใจ แล้วเขาจึงเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยน้ำตานองหน้าพระสงฆ์สององค์จากอารามก็เดินไปที่ถนนและพบซากศพของเพื่อนริชาร์ดถูกบีบคอและดำมิดเหมือนกับถ่าน เมื่อเห็นดังนี้เขาก็ยอมรับริชาร์ดเข้าไปในอาราม ตั้งแต่วันนั้นมาเขาดำเนินชีวิตเป็นอย่างที่ดีตลอดเวลา ต่อมาเขาถูกส่งตัวไปประกาศความเชื่อที่ประเทศอินเดีย แล้วก็ไปญี่ปุ่น ซึ่งเขาได้รับโชคดีและพระหรรษทานให้เสียชีวิตเป็นมรณสักขีเพื่อพระเยซูคริสตเจ้าโดยการถูกเผาทั้งเป็น

- บทภาวนา -

            ข้าแต่พระแม่มารีอา พระมารดาสุดที่รักของลูก ลูกคงจมอยู่ในเหวแห่งความชั่วช้าอันล้ำลึกมากเพียงใด ถ้าลูกมิได้รับความรอดและความช่วยเหลือให้พ้นเป็นเวลาหลายครั้งด้วยมืออันเมตตาของพระแม่? บัดนี้ลูกคงจะจมอยู่ในนรกเป็นเวลากี่ปีแล้ว ถ้าคำภาวนาอันเปี่ยมด้วยอำนาจของพระแม่มิได้ทำให้ลูกรอดพ้นไปได้ บาปอันเลวทรามของลูกได้ส่งลูกไปนรก พระยุติธรรมของพระเป็นเจ้าก็ได้ตัดสินลงโทษแล้ว และปีศาจก็ตื่นเต้นที่จะกระทำตามคำตัดสินนั้น แต่พระแม่เจ้าข้า แม้ว่าลูกจะมิได้เรียกหาพระแม่ พระแม่ก็ได้มาช่วยลูกให้รอด ข้าแต่พระแม่ผู้เป็นเหตุแห่งความรอดของลูก ลูกจะใช้หนี้พระแม่สำหรับพระหรรษทานและความรักอันมากมายได้อย่างไร? พระแม่ชนะดวงใจอันแข็งแกร่งของลูก พระองค์ชักจูงลูกให้มารักและไว้ใจในพระแม่ ถ้าดวงใจอันเมตตาของแม่พระมิได้ช่วยให้ลูกพ้นจากอันตรายซึ่งลูกกำลังดิ่งลงไปแล้ว ลูกจะมิได้จมลงไปในความชั่วช้ายิ่งไปกว่านี้หรือ? โอ้ความหวังและชีวิตของลูก! โอ้มารดาผู้เป็นที่รักของลูกมากกว่าชีวิต ลูกวอนขอแม่พระให้ช่วยปกปักรักษาลูกให้พ้นจากนรกและบาปซึ่งลูกอาจจะทำได้ในภายหน้า

            โปรดอย่าให้ลูกต้องไปสาปแช่งพระแม่ในนรกเลย ข้าแต่พระมารดาผู้น่ารักยิ่ง ลูกรักพระแม่ คุณความดีของพระแม่จะทนดูผู้รับใช้ซึ่งรักพระแม่ต้องถูกส่งตัวไปนรกตลอดนิรันดรได้หรือ? โปรดประทานพระหรรษทานอย่าให้ลูกได้ขาดความซื่อสัตย์ต่อพระแม่และต่อพระเป็นเจ้าผู้ใดประทานพระหรรษทานมากมายแก่ลูก เพราะเห็นแก่ความรักต่อพระแม่เลย พระแม่เจ้า พระแม่พูดอะไรแก่ลูกนะ? ลูกจะตรนรกหรือพระแม่เจ้า? ถูกแล้ว ลูกจะถูกสาปให้ตกนรกแน่ถ้าลูกละทิ้งพระแม่ แต่ใครเล่าจะกล้าละทิ้งพระแม่? ลูกจะลืมความรักที่พระแม่แสดงต่อลูกได้หรือ? ถัดจากพระเป็นเจ้าแล้วพระแม่คือความรักของลูก ลูกไม่กล้าที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่รักพระแม่ ลูกอยากจะให้พระแม่มีความสุข ลูกรักพระแม่และหวังว่าจะรักพระแม่เสมอไปทั้งในบัดนี้และในชีวิตนิรันดร โอ้มารดาผู้สวยงาม ศักดิ์สิทธิ์ อ่อนหวาน และน่ารักที่สุดในโลก อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

“ แม่พระช่วยให้ผู้รับใช้ของพระนางพ้นจากนรก “