Skip to main content
ความหมายของ “อัครสาวก”

 คำว่า อัครสาวก (apostle) ในพระวรสาร หมายถึง บุรุษสิบสองคนที่พระเยซูเจ้าทรงเรียก ทรงฝึกอบรม ทรงส่งไป และทรงมอบหมายภารกิจเฉพาะในการประกาศข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้า

 ความถี่ที่ค่อนข้างน้อยของการใช้คำภาษากรีกว่า อโพสโตลอส (apostolos) ในพระวรสาร จำเป็นต้องนำมาพิจารณาให้สมดุลกับความถี่ที่พบในหนังสือกิจการอัครสาวก (ซึ่งเป็นเล่มที่สองของชุดลูกา-กิจการ)

 ผู้เขียนหนังสือกิจการฯ ได้บรรยายถึงทั้งการที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกบรรดาอัครสาวก (ลก 6:13; เทียบ กจ 1:2) และการทำงานของบรรดาอัครสาวกในฐานะผู้แทนของพระเยซูเจ้า ภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ การกลับคืนพระชนมชีพ (Resurrection) การเสด็จสู่สวรรค์ และการประทาน พระจิตเจ้า (Holy Spirit) ในวัน เปนเตกอสเต (Pentecost) (เช่น กจ 2:42-43; 4:33)

 การ "ส่ง" อัครสาวกทั้งสิบสอง และในเวลาต่อมาคือผู้แทนคนอื่นๆ เช่น เปาโล ถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการก่อกำเนิดกลุ่มชุมชนบรรดาผู้ติดตามพระเยซูเจ้า

ความหมายของคำว่า อโพสโตลอส
(
apostolos)

 จากการปรากฏของคำนาม อโพสโตลอส (apostolos - "อัครสาวก") ทั้งหมดแปดสิบครั้งในพันธสัญญาใหม่ พบว่ามีเก้าครั้งอยู่ในพระวรสารสหทรรศน์ (มธ 10:2; มก 3:14; 6:30; ลก 6:13; 9:10; 11:49; 17:5; 22:14; 24:10) หนึ่งครั้งในพระวรสารนักบุญยอห์น (ยน 13:16) ยี่สิบแปดครั้งในหนังสือกิจการอัครสาวก (เช่น กจ 1:2, 26; 2:37, 42, 43; 4:33, 35, 36, 37) และสามสิบสี่ครั้งในจดหมายของนักบุญเปาโล

 คำกริยา อโพสเตลโล (apostellō - "ส่งไป") ปรากฏ 132 ครั้งในพันธสัญญาใหม่ โดยพบหกสิบแปดครั้งในพระวรสารสหทรรศน์ และยี่สิบแปดครั้งในพระวรสารนักบุญยอห์น

 ส่วนคำกริยา เปมโป (pempō - "ส่งไป") ปรากฏเจ็ดสิบเก้าครั้งในพันธสัญญาใหม่ โดยพบสิบห้าครั้งในพระวรสารสหทรรศน์ และสามสิบสองครั้งในพระวรสารนักบุญยอห์น

 อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกตอนที่กล่าวถึงการที่พระเยซูเจ้าทรงส่งอัครสาวกทั้งสิบสองไป (ตัวอย่างเช่น ใน มธ 2:8, 16 กษัตริย์เฮโรดทรง "ส่ง" ทหารไปประหารทารกที่เบธเลเฮม)

คำศัพท์เฉพาะทาง
(Terminology)

 คำว่า อโพสโตลอส (apostolos) มีความหมายกว้างขวางในภาษากรีกทางโลก โดยสามารถหมายถึง กองเรือรบ ผู้บังคับการกองเรือรบ อาณานิคม คำสั่งให้จัดส่ง ใบอนุญาตส่งออก หนังสือมอบอำนาจ (ในการเดินเรือ) หรือใบตราส่งสินค้า (ดังที่มักพบในกระดาษปาปิรุส)

 และในบางโอกาส คำนี้ยังหมายถึงผู้ถือสาส์นหรือผู้แทนได้ด้วย (เช่น ผู้ประกาศที่ถูกเรียกว่า apostolos ถูกส่งไปเพื่อเจรจาสงบศึก)

 โยเซฟุสใช้คำนามนี้เพียงครั้งเดียว เพื่ออธิบายถึงคณะผู้แทนที่ถูกส่งจากกรุงเยรูซาเล็มไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิที่กรุงโรม

 ทว่าในพันธสัญญาใหม่ คำนี้ถูกใช้เฉพาะกับบุคคลเท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะมีความหมายว่า "ผู้ที่ถูกส่งไป" นั่นคือ ผู้แทน ผู้นำสาส์น หรือเอกอัครราชทูต

 แม้คำว่า อโพสโตลอส (apostolos) จะเป็นที่เข้าใจได้ง่ายสำหรับผู้พูดภาษากรีก แต่การที่คริสตชนยุคแรกเริ่มมักใช้คำภาษากรีกที่ค่อนข้างหายากนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของบรรดาอัครสาวกในพระศาสนจักรยุคแรกเริ่ม

 ในบริบทของชาวยิว จะมีการใช้คำว่า เชลีฮา (šĕlîḥaʾ - ภาษาอาราเมอิก) หรือ ชาลีอัค (šalîaḥ - ภาษาฮีบรู) แทน

 ทั้งคำนามในภาษาอาราเมอิก/ฮีบรูและภาษากรีก ล้วนมีรากศัพท์มาจากคำกริยาที่แปลว่า "ส่งไป" โดยคำกริยาภาษากรีก อโพสเตลโล (apostellō) หมายถึง "การส่งบุคคลใดบุคคลหนึ่งไปเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางอย่าง" และคำกริยาภาษาฮีบรู ชาลาค (šālaḥ) หมายถึง "ส่ง ส่งไป"

การใช้ในพันธสัญญาใหม่
(Use in the New Testament)

ความหมายของคำว่า อโพสโตลอส (apostolos) ในพันธสัญญาใหม่ ได้นำการใช้งานทางโลกที่หายากซึ่งมีความหมายว่า "ผู้แทน" หรือ "ผู้นำสาส์น" มาใช้ โดยสามารถแยกแยะการใช้งานหลักได้ 2 ประการ คือ:

1. "ผู้แทน" ในความหมายทางโลกที่หมายถึง "ผู้ส่งเอกสาร/ผู้นำสาส์น": ผู้รับใช้ย่อมไม่เป็นใหญ่กว่านาย และ "ผู้ถูกส่งไป" (ผู้นำสาส์น) ย่อมไม่เป็นใหญ่กว่าผู้ที่ส่งเขาไป (ยน 13:16)

2. "ผู้แทน" ที่มีสถานะพิเศษ:

 (a) บรรดาประกาศกคือ อโพสโตลอย (apostoloi - รูปพหูพจน์) ที่พระเจ้าทรงส่งมายังประชากรของพระองค์ (ลก 11:49; อฟ 3:5; วว 18:20)

 (b) พระเยซูเจ้า ผู้ทรงเป็นมหาสมณะแห่งสวรรค์ ทรงเป็น อโพสโตลอส (apostolos) แห่งความเชื่อที่เราประกาศรับรอง (ฮบ 3:1)

 (c) บรรดาศิษย์ทั้งสิบสองคนที่พระเยซูเจ้าทรงเลือกและทรงส่งไปคือ อโพสโตลอย (apostoloi) (มธ 10:2; มก 3:14; ลก 6:13; 9:10; 17:5; 22:14; วว 21:14; และมักพบในหนังสือกิจการฯ เช่น กจ 1:26; 2:37; 5:29)

 (d) เปาโลเป็น อโพสโตลอส (apostolos) ที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกและทรงส่งไป (เช่น รม 1:11; 1 คร 1:1; 9:1-2; 15:9; กท 1:1)

 (e) มี อโพสโตลอย (apostoloi) ท่านอื่นๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านอภิบาลและงานธรรมทูต เช่น บาร์นาบัส (กจ 14:4, 14), ยากอบ ผู้เป็นน้องชาย (ญาติ) ของพระเยซูเจ้าและเป็นผู้นำพระศาสนจักรในกรุงเยรูซาเล็ม (กท 1:19), ผู้แทนของพระศาสนจักรที่ทำงานเป็นผู้ร่วมงานของเปาโลเป็นระยะๆ เช่น ทิตัส (2 คร 8:23), ซิลวานุสและทิโมธี (เทียบ 1 อล 1:1 กับ 1 อล 2:7), เอปาโฟรดิทัส (ฟป 2:25), ตลอดจนอันโดรนิคัสและจูเนียส (รม 16:7) ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าความเข้าใจเกี่ยวกับอัครสาวกในข้อสุดท้ายนี้ (ข้อ 2e) ควรแยกออกจากความเข้าใจในข้อแรก (ข้อ 1) หรือไม่

 การแยกความแตกต่างระหว่างอัครสาวกที่ได้พบกับพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ (กลุ่มอัครสาวกสิบสองคน [ข้อ 2c] และเปาโล [ข้อ 2d]) กับอัครสาวกที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระศาสนจักร (ข้อ 2e) มีประโยชน์ในความหมายกว้างๆ เท่านั้น

 สิ่งนี้ไม่สามารถอธิบายข้อเท็จจริงที่ว่า เปาโลใช้คำว่า อโพสโตลอส (apostolos) ทั้งในความหมายที่เป็นตำแหน่งของพยานที่ได้รับมอบหมายจากองค์พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพให้ไปประกาศพระวรสาร (1 คร 1:1; 15:9) และในความหมายทางพระศาสนจักรที่หมายถึงผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระศาสนจักร (2 คร 8:23; 1 อล 2:7) โดยไม่ได้ยืนกรานที่จะใช้คำในความหมายที่แตกต่างกันเลย

 ข้อเท็จจริงที่ว่าเปาโลตระหนักดีว่าตนเองได้รับการทรงเรียกและได้รับมอบหมายจากองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ เมื่อชีวิตของท่านเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงบนถนนสู่เมืองดามัสกัส (กท 1:1, 15-17) และการที่ท่านได้ทำงานร่วมกับบาร์นาบัสในฐานะ อโพสโตลอส (apostolos) ของพระศาสนจักรในเมืองอันทิโอก (กจ 14:4, 14; เทียบ กจ 13:2-3) ชี้ให้เห็นว่า คริสตชนในยุคแรกเริ่มไม่ได้แยกแยะอย่างชัดเจนระหว่างอัครสาวกที่ได้รับมอบหมายจากพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ กับอัครสาวกที่ได้รับมอบหมายจากพระศาสนจักร

 นอกจากนี้ การอ้างถึง อโพสโตลอย (apostoloi) ใน 1 คร 4:9 ยังหมายรวมถึงกลุ่มพยานที่ใหญ่กว่า ซึ่งทำหน้าที่เทศน์สอนพระวรสารและยอมทนต่อการต่อต้านและความทุกข์ยาก

ที่มาของการใช้งานในพันธสัญญาใหม่
(Origin of New Testament Usage)

 ข้อเสนอที่ว่าแนวคิดเรื่อง "อัครสาวก" ในพันธสัญญาใหม่มีที่มาจากสถาบันของชาวยิว ซึ่งเจ้าหน้าที่ศาสนาในกรุงเยรูซาเล็มจะส่งผู้แทน หรือ เชลูฮิม (šĕlûḥîm, เอกพจน์คือ ชาลีอัค [šalîaḥ]) ไปยังชุมชนชาวยิวพลัดถิ่น (โดยมีข้อสันนิษฐานว่าคำว่า ชาลีอัค เป็นคำที่ตายตัวทางกฎหมายและเชิงสถาบัน ดังที่ปรากฏในมิชนาห์ Ber. 5:5 ว่า "ผู้ที่ถูกส่งไปย่อมเป็นเสมือนผู้ที่ส่งเขาไป") นั้น ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าคลาดเคลื่อนทางประวัติศาสตร์

 ทฤษฎีที่ว่าตำแหน่ง "อัครสาวก" มีที่มาจากตำนานปรัมปราของกลุ่มนอสติก ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าผิดพลาด

 ส่วนความพยายามที่จะขยายคำอธิบายโดยอาศัยแนวคิด ชาลีอัค (šalîaḥ) ของชาวยิว ในแง่ของความเข้าใจทางนิติศาสตร์ที่ได้รับความนิยมเกี่ยวกับ "ตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจ" ซึ่งมาจากกฎหมายตะวันออกและแนวคิดแบบเซมิติก ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เช่นเดียวกัน

 การยอมรับว่าคำว่าอัครสาวกของคริสตชนยุคแรก สามารถอธิบายได้ดีที่สุดโดยอาศัยการใช้คำกริยา อโพสเตลโล (apostellō) และด้วยเหตุนี้จึงอ้างอิงถึงแนวคิดทั่วไปเกี่ยวกับผู้แทน ทำให้การสืบสาวที่มาจากความคล้ายคลึงกับธรรมเนียมยิวนั้นไม่มีความจำเป็น

 แนวคิดเรื่องการส่งผู้แทนที่พบในบริบทของยิว กรีก และโรมันนั้น ล้วนมีองค์ประกอบในระดับที่แตกต่างกัน เช่น (1) การมอบหมายภารกิจเฉพาะ (2) การเป็นตัวแทนของผู้ส่งในการปฏิบัติภารกิจนั้น (3) การมอบอำนาจสำหรับการกระทำบางอย่างที่ผู้แทนไม่สามารถทำได้ภายใต้สถานะทางกฎหมายของตนเอง

 ข้อเท็จจริงที่เปาโลพูดถึงอัครสาวกซึ่งเป็น อโพสโตลอย (apostoloi) ก่อนหน้าท่าน (กท 1:17) แสดงให้เห็นว่า ท่านไม่ได้เป็นผู้บัญญัติการใช้คำนี้เป็นตำแหน่ง และไม่ได้เป็นผู้คิดค้นหน้าที่ของอัครสาวกขึ้นมาเอง

 บรรดาผู้ติดตามกลุ่มแรกสุดของพระเยซูเจ้าซึ่งทำหน้าที่เป็นพยานของพระองค์ในกรุงเยรูซาเล็มและแคว้นยูเดียทันทีหลังจากการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนมชีพนั้น เห็นได้ชัดว่าได้มีการใช้ชื่อเรียกภาษากรีกว่า อโพสโตลอย (apostoloi) อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งสันนิษฐานว่าใช้ควบคู่ไปกับคำภาษาฮีบรูว่า เชลูฮิม (šĕlûḥîm) (โปรดสังเกตว่าพระศาสนจักรในกรุงเยรูซาเล็มใช้สองภาษา [กจ 6:1])

 นอกเหนือจากอัครสาวกทั้งสิบสองแล้ว พยานยุคแรกๆ เหล่านี้ที่ถูกเรียกว่า อโพสโตลอย (apostoloi) ยังรวมถึง ซิลวานุส (ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับสิลาสใน กจ 15:22, 27) ซึ่งหากท่านสังกัดพระศาสนจักรในกรุงเยรูซาเล็ม ท่านก็อาจอยู่ในกลุ่มผู้ที่ได้เห็นพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพด้วย

 เช่นเดียวกันกับอันโดรนิคัสและจูเนียส ซึ่งเป็นผู้ติดตามพระเยซูเจ้าก่อนหน้าเปาโล (รม 16:7) ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ศรัทธาชาวยิวที่พูดภาษากรีกจากกรุงเยรูซาเล็ม และสันนิษฐานว่าเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นธรรมทูตมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม

 ไม่ว่าพระเยซูเจ้าจะทรงใช้คำเรียก "อัครสาวก" หรือ "ผู้แทน" (เชลูฮิม - šĕlûḥîm) สำหรับผู้ที่พระองค์ทรงเรียกและทรงส่งไปหรือไม่ก็ตาม แต่ที่แน่นอนคือพระองค์ทรงแต่งตั้ง บรรดาศิษย์ (disciples) สิบสองคน โดย "ทรงส่ง" พวกเขา (ลก 9:2) เข้าไปตามเมืองและหมู่บ้านต่างๆ ในแคว้นกาลิลี เพื่อประกาศข่าวดีเรื่อง พระอาณาจักรของพระเจ้า (kingdom of God) และเพื่อ "รักษาโรค" พร้อมทั้งมอบหมายให้พวกเขาสืบสานพันธกิจของพระองค์ต่อไป

 แม้ใน ลก 9:2; 10:1 ผู้เขียนคือลูกาจะใช้คำกริยา อโพสเตลโล (apostellō) (เทียบ มธ 10:5, 16; มก 3:14; 6:7) แต่ใน ลก 10:3 คำกริยานี้ถูกใช้จากพระโอษฐ์ของพระเยซูเจ้าเอง ในขณะที่พระองค์ทรงแต่งตั้งและทรงส่งศิษย์เจ็ดสิบสองคนออกไปในฐานะผู้แทนของพระองค์ (ลก 10:16)

 อัตลักษณ์ของอัครสาวกกลุ่มแรก (อัครสาวกสิบสองคน) หน้าที่ในฐานะผู้แทนของพระเยซูเจ้า งานในฐานะพยานของพระองค์ และสาส์นที่พวกเขานำไปในฐานะผู้แทนของพระองค์นั้น ล้วนมาจากพันธกิจของพระองค์เอง และมาจากการทรงเรียกที่แผ่ขยายไปยังอัครสาวกทั้งสิบสองและบรรดาศิษย์คนอื่นๆ ทั้งสำหรับพระเยซูเจ้าและบรรดาอัครสาวก หน้าที่การงานนั้นมีความสำคัญมากกว่าตำแหน่ง

ความหมายของ “อัครสาวก”