มีสิ่งหนึ่งในชีวิตของทุกคน เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งก่อให้เกิดความโศกเศร้าและความผิดหวัง ตั้งแต่วัยเรียน ไปจนถึงวัยกลางคนและบั้นปลายชีวิต ความรู้สึกพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรเลย บ่อยครั้งเมื่อถึงวัยกลางคน ความรู้สึกนี้มักจะมาพร้อมกับความขมขื่นและปวดร้าวใจ เพราะเราทำสิ่งที่เราตั้งใจไว้ไม่สำเร็จ
ในวัยเยาว์ เราตั้งเป้าหมายความสำเร็จไว้ในใจ แต่บัดนี้ หลังจากทำงานหนักด้วยความอดทนมาหลายปี เรากลับพบว่ามือของเราว่างเปล่า ปราศจากความสำเร็จใดๆ หัวใจถูกถ่วงด้วยความรู้สึกหงุดหงิดท้อแท้ เราตระหนักว่าชีวิตได้ทำให้เราผิดหวัง หรือไม่เราก็เป็นฝ่ายทำให้ชีวิตล้มเหลวเสียเอง
แล้วเราจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี เรายังไปไม่ถึงจุดสูงสุดที่เคยวาดฝันไว้ในวัยเด็ก เราไม่ได้มีชื่อเสียงมากไปกว่าวันวานที่หัวใจยังเบิกบาน วันที่ความหวังผุดพรายอยู่เสมอว่าวันหนึ่งชื่อของเราจะถูกจารึกไว้ทั่วโลกในฐานะผู้ประสบความสำเร็จในเส้นทางที่เราเลือก เราเคยหวังว่าสักวันหนึ่งผู้คนจะชี้ชวนกันดูเราในฐานะคนที่ทำสำเร็จ ผู้คนจะยินดีที่ได้จับมือเรา และเพื่อนฝูงจะปลาบปลื้มที่ได้รู้จักเรา แต่ตอนนี้หัวใจกลับหนักอึ้ง เพราะเห็นชัดเจนว่าเรายังไม่ประสบความสำเร็จ เรายังไม่ได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ชีวิตและความสำเร็จของเราล้วนธรรมดามากๆ บางทีชีวิตอาจดูเหมือนความล้มเหลว
ถึงกระนั้น ความล้มเหลวในสายตามนุษย์ก็มักจะหมายถึงความสำเร็จฝ่ายจิตวิญญาณ ความจริงข้อนี้เห็นได้ชัดจากประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักร เพราะเมื่อใดก็ตามที่พระศาสนจักรได้สัมผัสกับความรุ่งเรืองทางโลกมากที่สุด ความล้มเหลวฝ่ายจิตวิญญาณก็เด่นชัดไม่แพ้กัน ความสำเร็จทางโลกไม่ได้หมายถึงชัยชนะฝ่ายจิตวิญญาณ ในทางกลับกัน มันมักจะเป็นสัญญาณของความโชคร้ายฝ่ายจิตวิญญาณเสียมากกว่า ในมุมมองของโลก นักบุญส่วนใหญ่คือผู้ล้มเหลว แต่วันนี้ เช่นเดียวกับในประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักรเสมอมา นักบุญเพียงองค์เดียวย่อมมีคุณค่ามากกว่าคนธรรมดานับแสนที่ไม่สนใจชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณเลย
ผู้อ่านหลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวของธรรมทูตและกวีชาวอิตาลีผู้ต่ำต้อยท่านหนึ่ง ท่านเทศนาให้ชาวเมืองแห่งหนึ่งฟัง แต่ความพยายามของท่านดูเหมือนจะสูญเปล่า ท่านรู้สึกว่าชีวิตของท่านเองคือสาเหตุของความล้มเหลว และเหมือนกับโยนาห์ในอดีตกาล ท่านเหนื่อยล้ากับทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านยอมทิ้งบ้านและเพื่อนฝูง ท่านยอมเป็นตัวตลกในสายตาของชาวโลกที่ฉลาดหลักแหลม เพื่อที่ตนจะได้เป็นอิสระจากภาระหน้าที่ทางธุรกิจ และสามารถรับใช้พระเจ้า พร้อมทั้งนำพาผู้อื่นให้รู้จักพระองค์มากขึ้น แต่ท่านก็ยังดูเหมือนจะไม่คืบหน้าไปไหนเลย
เมื่อเดินออกจากเมือง ท่านนั่งลงริมถนนและพักผ่อนด้วยความเหนื่อยอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ ท่านผล็อยหลับไปและฝันว่าสวรรค์เปิดออก ท่านเห็นถนนที่ปูด้วยทองคำ ดินแดนแห่งความสุขอันเต็มเปี่ยม สันติสุขและความเจริญรุ่งเรือง เป็นสรวงสวรรค์ของสิ่งดีงามทั้งปวง มีเสียงหนึ่งตรัสว่า "ลูกเอ๋ย ทั้งหมดนี้คือของเจ้า" "แต่ข้าแต่พระเจ้า" ท่านตอบ "ข้าพระองค์ไม่คู่ควรกับสิ่งเหล่านี้เลย" "เจ้าคู่ควร" เสียงนั้นตอบกลับ "หากเจ้าทำงานในแต่ละวันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้" ธรรมทูตของเราไม่ต้องการคำกระตุ้นเตือนใดๆ อีก เพราะท่านตระหนักแล้วว่า จากความล้มเหลวที่เห็นอยู่ตรงหน้า พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพสามารถนำมาซึ่งความสำเร็จได้ และในช่วงเวลาที่ความพยายามในสายตามนุษย์ดูเหมือนจะไร้ค่าที่สุด นั่นแหละคือเวลาที่ความพยายามเหล่านั้นก่อให้เกิดความดีงามได้มากที่สุด
สำหรับผู้ที่ป่วยอยู่ที่บ้านหรือในโรงพยาบาล อาจดูเหมือนว่าชีวิตมีโอกาสน้อยเหลือเกินที่จะทำสิ่งใดเพื่อพระเจ้าหรือเพื่อนมนุษย์ แต่มีคำกล่าวถึงนักบุญเทเรซาแห่งอาวีลาผู้เก็บตัวอยู่ในอารามว่า คำภาวนาของท่านสามารถช่วยให้วิญญาณกลับใจมาหาพระเจ้าได้มากพอๆ กับการเดินทางเผยแผ่ศาสนาที่แสนเหน็ดเหนื่อยของนักบุญฟรังซิส เซเวียร์ อัครสาวกแห่งอินเดียเลยทีเดียว ผู้ป่วยและผู้ที่ทนทุกข์คือเพื่อนคนพิเศษของพระเจ้า เป็นขุมพลังฝ่ายจิตวิญญาณที่สามารถสร้างความดีงามได้อย่างมหาศาล เพียงแค่ถวายความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของตนเพื่อการกลับใจของคนบาป และเพื่อความเจริญก้าวหน้าของพระศาสนจักร ในโลกทุกวันนี้ มีความพยายามจากบางประเทศที่จะกีดกันพระเจ้าออกไป ทำให้มนุษย์ลืมเลือนพระนามและการมีอยู่ของพระองค์ จึงมีความจำเป็นต้องมีการชดเชยบาปสำหรับการลบหลู่เช่นนี้ บางทีพระเจ้าอาจทรงเลือกคุณสำหรับงานนี้ก็เป็นได้ อย่าคิดว่าไม่มีอะไรให้ทำ คุณคือฟันเฟืองที่สำคัญมากในวงล้อฝ่ายจิตวิญญาณ และเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
ล้มเหลวหรือ ท้อแท้หรือ ไม่เลย แน่นอนว่าไม่มีชีวิตใดที่จะดูเหมือนล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงได้เท่ากับชีวิตขององค์พระผู้เป็นเจ้าของเราอีกแล้ว ในสายตาของมนุษย์ การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ดูเหมือนจะเป็นจุดจบของชีวิตที่ทุกเป้าหมายถูกทำลายลง แต่ความล้มเหลวที่เห็นนั้น กลับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก
พระเจ้าทรงมอบหมายงานให้เราทำ เราจึงต้องแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์อยู่เสมอ หลายครั้งที่พระองค์ทรงนำสิ่งที่เราเรียกว่าความสำเร็จออกไปจากเส้นทางของเรา เพื่อที่เราจะได้ลดอุปสรรคในการทำตามพระประสงค์ของพระองค์ที่ทรงมีต่อเรา พระองค์ประทานงานให้เราทำบนโลกนี้ และเราต้องลงมือทำในแต่ละวัน พระองค์ประทานความสามารถที่จำเป็นให้เรา แม้จะไม่เท่ากันทุกคน แต่สำหรับคุณค่าที่มอบให้นั้น พระองค์ทรงกำหนดงานให้ทำอย่างเหมาะสมกับความสามารถนั้นแล้ว เมื่อดูเหมือนว่าเราไปไม่ถึงไหน เราควรหยุดและไตร่ตรองถึงความคิดที่ว่า พระเจ้าทรงต้องการให้ฉันอยู่ที่นั่นจริงๆ หรือเปล่า หากพระองค์ทรงประสงค์เช่นนั้น เราย่อมไปถึงจุดหมายได้ด้วยการใช้ความสามารถที่พระองค์ประทานให้อย่างเหลือเฟือ งานตรงหน้าคือสิ่งที่เราต้องทำให้ดีที่สุด พระเจ้าทรงมีพระประสงค์เช่นนั้น อนาคตที่เราวางแผนไว้ พระองค์อาจทรงละทิ้งมันไป แต่อนาคตที่พระองค์ทรงวางแผนไว้ให้เรานั้นปลอดภัยและมั่นคงเสมอ หากเราทำงานในแต่ละวันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่างานนั้นจะดูต่ำต้อยเพียงใด เราก็กำลังเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับความสำเร็จในงานของพระองค์
บางทีตลอดชีวิตของโจรกลับใจที่สิ้นใจเคียงข้างพระคริสต์อาจจะเป็นคนซื่อสัตย์มาตลอด เขาอาจทำผิดพลาดเพียงครั้งเดียวและต้องชดใช้ด้วยโทษสูงสุด ถึงกระนั้น สำหรับสิ่งที่เขาทำได้ดี เขาก็ได้รับรางวัล และแม้เขาจะไม่เคยตระหนักถึงคุณค่าของมัน แต่ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา เขาก็ได้กลายเป็นแบบอย่างของคนบาปที่กลับใจ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขา เกิดขึ้นในขณะที่ความตายเริ่มเข้ามาปกคลุมดวงตาของเขาแล้ว
จงวางใจในพระเจ้า จงทำส่วนของคุณให้ดีที่สุด ตราบใดที่คุณทำเช่นนั้น คุณจะไม่มีวันรู้จักกับความเจ็บปวดจากความล้มเหลวในบั้นปลาย เพราะทั้งในปัจจุบันและเมื่อถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต คุณจะรู้ว่าชีวิตที่ดำเนินไปตามพระประสงค์ของพระเจ้านั้น คือความสำเร็จและคือผลงานแห่งชีวิตอย่างแท้จริง
คำถามสะกิดใจ
1. ปลดล็อกความรู้สึก "เฟล"
ในยุคที่เปิดโซเชียลมาก็เจอแต่คนเก่งๆ หรือคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เราเคยแอบ "นอยด์" หรือกดดันตัวเองจนรู้สึกเฟลบ้างไหม? การที่บทความนี้บอกว่า "คนล้มเหลวในสายตาโลก อาจเป็นคนที่สำเร็จสุดๆ ในสายตาพระเจ้า" ช่วยปลดล็อกความคาดหวังและลดความกดดันในใจเราได้ยังไงบ้าง?
2. ความสำเร็จไซส์มินิในทุกๆ วัน
ถ้าการทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า ไม่ใช่การต้องทำอะไรยิ่งใหญ่กู้โลก แต่คือการ "ทำหน้าที่ตรงหน้าให้ดีที่สุด" ไม่ว่าจะเป็นการตั้งใจเรียนวิชาที่น่าเบื่อ ช่วยงานบ้าน หรือแค่เป็นผู้ฟังที่ดีของเพื่อน... วันนี้น้องๆ คิดว่ามี "งานเล็กๆ" อะไรในชีวิตประจำวันที่เราสามารถตั้งใจทำให้ดีขึ้น เพื่อถวายแด่พระเจ้าได้บ้าง?
แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com