Skip to main content

“ ชีวิตคืออะไร “

ความโดดเดี่ยว

พวกเราทั้งชายและหญิงต่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนไหวและรับรู้ความรู้สึกได้ง่าย บางครั้งเราก็มีโอกาสได้เห็นผลงานศิลปะที่ประทับแน่นอยู่ในความทรงจำของเราอย่างไม่มีวันเลือนหาย ภาพเหล่านั้นมักจะหวนกลับมาพร้อมกับบทเรียนสอนใจเสมอ และความทรงจำเหล่านั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะลบเลือนไปได้ง่ายๆ เพราะท่วงทำนองแห่งจิตวิญญาณของมันยังคงดังก้องอยู่ ผมอยากจะแบ่งปันความทรงจำแบบนั้นให้พวกคุณฟัง ผมจำไม่ได้ว่าเคยเห็นภาพนี้ที่ไหนหรือเมื่อไหร่ แต่ผมจำความหมายของมันและความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ภาพนั้นทิ้งไว้ในใจได้อย่างแม่นยำ

ศิลปินวาดภาพเช้าวันฤดูร้อนอันเงียบสงบในหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ มีเรือโดยสารลำใหญ่ทอดสมออยู่นอกชายฝั่งเกาะโมโลไก บาทหลวงรูปหนึ่งบนเรือเดินทางมาจากโฮโนลูลูเพื่อมาเยี่ยมคุณพ่อดาเมียน ผู้เปรียบเสมือนชาวสะมาเรียผู้ใจดีแห่งเกาะนี้ แต่กฎระเบียบใหม่ของตำรวจทำให้กัปตันเรือไม่สามารถให้ผู้โดยสารคนใดลงไปเหยียบพื้นที่ที่มีโรคระบาดแห่งนี้ได้เลย มีการส่งข่าวไปที่ฝั่ง และคุณพ่อดาเมียนซึ่งเพิ่งทำมิสซาเสร็จตอนตีสี่ ก็ได้หาเรือแคนูและพายออกไปที่เรือใหญ่ แต่กลับพบว่าข้อห้ามที่ทำให้เพื่อนของท่านลงจากเรือไม่ได้นั้น ก็ห้ามไม่ให้ท่านขึ้นไปบนเรือด้วยเช่นกัน

ท่านได้อุทิศชีวิตเพื่อรับใช้ผู้ป่วยโรคเรื้อน ท่านทำด้วยความเต็มใจ และแม้ในตอนนั้นท่านจะยังไม่ติดโรค แต่ท่านก็ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ร่วมกับคนปกติอีกต่อไป แท้จริงแล้ว พระเจ้าทรงยอมรับความเสียสละของท่าน ท่านถูกแยกออกจากพวกเขาอย่างสิ้นเชิง เหมือนกับเรือลำน้อยที่ถูกแยกออกจากเรือลำใหญ่ ถึงกระนั้น แม้ในความเป็นจริงท่านจะถูกแยกจากพี่น้องคาทอลิก แต่ในเช้าวันนั้น จิตวิญญาณของท่านยังคงอยู่กับพวกเขา เพราะศิลปินได้วาดภาพคุณพ่อดาเมียนยืนอยู่บนเรือแคนูเพียงลำพัง ท่ามกลางคนเป็นและคนตาย ท่านกำลังแก้บาปกับบาทหลวงที่อยู่บนดาดฟ้าเรือ ต่อหน้าลูกเรือและผู้โดยสารทุกคน นับตั้งแต่นี้ไป คุณพ่อดาเมียนจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และในฐานะชายผู้โดดเดี่ยว ท่านจะต้องต่อสู้เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเรื้อนต่อไป และเราแต่ละคนก็ต้องเผชิญกับการต่อสู้ในชีวิตของเราเพียงลำพังเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณหรือเรื่องทางโลก

ความทุกข์ทรมานที่แสนสาหัสที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์คือความโดดเดี่ยว แม้แต่พระทัยอันยิ่งใหญ่ของพระคริสต์ก็ยังตอบสนองต่อความเจ็บปวดนี้ คุณจำได้ไหมตอนที่พระองค์เสด็จไปภาวนาในสวน และทรงให้บรรดาสาวกเฝ้าอยู่ข้างนอก เพียงไม่นาน พระองค์ก็เสด็จกลับมาและพบว่าในยามที่ทรงทุกข์โศกที่สุด พระองค์กลับต้องอยู่เพียงลำพัง บรรดาสาวกต่างพากันหลับใหล "พวกท่านตื่นเฝ้ากับเราสักชั่วโมงเดียวไม่ได้หรือ" เมื่ออยู่บนไม้กางเขน พระองค์ทรงเห็นบรรดาสาวกหลบซ่อนตัว เพื่อนฝูงกระจัดกระจายไปด้วยความหวาดกลัว เหลือเพียงผู้ภักดีไม่กี่คน เสียงร้องที่กลั่นออกมาจากพระทัยของพระองค์ดังก้องขึ้นอีกครั้งว่า "ข้าแต่พระเจ้า ข้าแต่พระเจ้า ทำไมพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพระองค์" เช่นเดียวกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา บ่อยครั้งที่เรามักจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดจากความโดดเดี่ยว และเมื่อเรารู้สึกเช่นนั้น เราก็จะเหมือนพระองค์มากที่สุด มีคนมากมายพร้อมจะร่วมแบ่งปันความสุขกับเรา มีเพียงไม่กี่คนที่พร้อมจะร่วมทุกข์ และยิ่งมีน้อยคนนักที่จะยอมแบกกางเขนไปกับเรา ไม่ว่าเราจะมีเพื่อนมากมายแค่ไหน เราก็ต้องก้าวเดินไปข้างหน้าเพียงลำพัง และในการเดินทางครั้งสุดท้ายของชีวิต จากกาลเวลาไปสู่ความเป็นนิรันดร์ เราก็ต้องเดินทางเพียงลำพังอีกเช่นกัน

ความรู้สึกโดดเดี่ยวแปลกแยกคงจะสร้างความกดดันอย่างหนักให้กับคุณพ่อดาเมียน ท่านเป็นทั้งบาทหลวง หมอ สถาปนิก และกรรมกร แต่กลับเป็นคนปกติเพียงคนเดียวในเมืองแห่งโรคเรื้อน ซึ่งเป็นบ้านของคนที่เหมือนตายทั้งเป็น ท่านถูกแยกออกจากพี่น้องคนปกติด้วยความสมัครใจของท่านเอง แต่ท่านก็ยังไม่สามารถเข้าถึงความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยโรคเรื้อนได้อย่างเต็มที่ เพราะท่านยังไม่เคยสัมผัสกับความเจ็บปวดที่พวกเขากำลังเผชิญ เหมือนกับที่เราไม่มีวันรู้ซึ้งถึงความหมายของความเป็นคริสตชน จนกว่าเราจะได้ผ่านความทุกข์ทรมานนั้นมาแล้ว

ทุกๆ วันอาทิตย์ ปีแล้วปีเล่า ท่านจะทักทายสัตบุรุษของท่านว่า "พี่น้องในพระคริสต์ที่รัก" แต่แล้วความเปลี่ยนแปลงก็มาถึง เช้าวันหนึ่ง ท่านได้สัมผัสกับความรู้สึกใหม่ ท่านทำถ้วยน้ำเดือดหกลดเท้า และแม้ว่าผิวหนังจะพุพอง แต่ท่านกลับไม่รู้สึกเจ็บเลย นี่คือสัญญาณของผู้ป่วยโรคเรื้อน ในวันอาทิตย์ต่อมา ผู้ป่วยโรคเรื้อนของท่านได้รับการทักทายแบบใหม่ ครั้งนี้ท่านเริ่มต้นว่า "พวกเราผู้ป่วยโรคเรื้อน" ในที่สุดท่านก็กลายเป็นหนึ่งในพวกเขา ท่านไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป ท่านได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ป่วยโรคเรื้อนทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณอย่างแท้จริง

สำหรับบางคน วันเวลาแห่งการเดินทางบนโลกนี้กำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า สำหรับคนอื่นๆ อาจจะยังอีกยาวไกล แต่สำหรับเราทุกคน แม้ว่าเส้นทางนี้จะสูงชันและการเดินทางจะยากลำบาก เราต้องจำไว้ว่าเราไม่ได้ก้าวเดินไปเพียงลำพัง เพราะเมื่อเราถวายทุกความคิด ทุกคำพูด ทุกการกระทำ ทุกความเจ็บปวดและความโศกเศร้า แด่พระองค์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา เราก็จะมีพระองค์เป็นเพื่อนร่วมทางอยู่เสมอ และเรารู้ดีว่าการทนทุกข์ร่วมกับพระองค์ในตอนนี้ แม้จะเพียงเล็กน้อย ก็หมายความว่าวันหนึ่งเราจะได้ร่วมครอบครองสิริรุ่งโรจน์ไปพร้อมกับพระองค์

คำถามชวนคิด

1. ความเหงาไม่ใช่เรื่องแปลก

เคยรู้สึกไหมว่าบางทีแม้จะอยู่ท่ามกลางเพื่อนมากมาย หรือมีคนฟอลโลว์ในโซเชียลเยอะๆ แต่ลึกๆ เรากลับรู้สึก "เหงา" หรือไม่มีใครเข้าใจเราจริงๆ การที่ได้รู้ว่าแม้แต่พระเยซูหรือคนเก่งๆ อย่างคุณพ่อดาเมียนก็เคยผ่านความรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้มาแล้ว สิ่งนี้ช่วยให้เรารับมือกับความเหงาในใจ หรือรู้สึกอุ่นใจขึ้นได้อย่างไรบ้าง

2. จากคำว่า "ฉัน" เปลี่ยนเป็น "พวกเรา"

ตอนที่คุณพ่อดาเมียนป่วยเป็นโรคเรื้อนเสียเอง ท่านได้เปลี่ยนคำทักทายจาก "พี่น้องที่รัก" เป็น "พวกเราผู้ป่วยโรคเรื้อน" ซึ่งทำให้ท่านเข้าใจพวกเขาแบบสุดหัวใจ ลองมองดูรอบๆ ตัว มีเพื่อนคนไหนที่มักจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวไหม แล้วเราจะสามารถก้าวเข้าไปเป็น "พวกเรา" เพื่อช่วยแบ่งปันหรือทำให้เขาหายเหงาได้อย่างไรบ้าง

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

ท่านกำลังอ่าน

“ ความโดดเดี่ยว ”