Skip to main content

“ ชีวิตคืออะไร “

กุญแจสองดอกสู่พระอาณาจักร

สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การไปเยือนแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียคืออุทยานแห่งชาติโยเซมิตี เมื่อขับรถออกจากถนนสายหลักที่เมืองเมอร์เซด เราจะต้องเดินทางลึกเข้าไปในเขตภูเขาอีกราวแปดสิบไมล์ ผ่านดินแดนที่มีเสน่ห์ดึงดูดและน่าสนใจไม่แพ้ที่ใดในโลก ถนนสายนี้ทั้งแคบและคดเคี้ยว มีเนินเขาและทางลาดชันสลับสับเปลี่ยนวิวทิวทัศน์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเรามาถึงแม่น้ำที่ไหลออกจากหุบเขา และทอดยาวคดเคี้ยวไปสู่ทางเข้าของหนึ่งในสถานที่มหัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงสร้างไว้บนโลกใบนี้

หากเราเดินทางมาถึงบริเวณทางเข้าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งมีหิมะโปรยปรายบางๆ เราอาจจะสังเกตเห็นยอดเขาตระหง่านที่ตั้งราวกับคอยเฝ้าประตูทางเข้าอยู่ พวกมันดูขึงขังน่าเกรงขามขณะที่เราขับรถลอดผ่านช่องหินเข้าไปในอุทยาน ภูเขาแฝดที่ทำหน้าที่เสมือนยามรักษาการณ์นี้มียอดสูงเสียดเมฆและต้องเผชิญกับพายุนับครั้งไม่ถ้วน แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นไปกับหมู่เมฆที่ปกคลุมยอดเขาหินแกรนิตเหล่านี้ เพราะเรารู้ดีว่าภายในอุทยานมีที่หลบภัยจากพายุ และมีบ้านพักที่แทบจะไม่เคยได้รับผลกระทบจากพายุพัดกระหน่ำของเทือกเขาเลย ตลอดสองข้างทางที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ เราจะได้เห็นทิวทัศน์ที่ทำให้โยเซมิตีโด่งดัง ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกไบรดัลเวลที่มีสายน้ำเส้นเล็กๆ ทิ้งตัวลงสู่หุบเขาเบื้องล่างจากความสูงหลายร้อยฟุต เสียงของน้ำตกโยเซมิตีที่ตกกระทบกันสองชั้นดังก้องอยู่ในหูเมื่อเราเข้าใกล้และขับผ่านไป เมื่อเงยหน้าขึ้น เราจะเห็นยอดเขาฮาล์ฟโดมอันยิ่งใหญ่ เงาสะท้อนในทะเลสาบมิร์เรอร์ และยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน ซึ่งจะไม่ละลายหายไปจนกว่าจะถึงปลายฤดูร้อน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหลักประกันว่ายังมีภาพความงดงามที่ยิ่งใหญ่กว่ารออยู่ข้างหน้า ถึงกระนั้น สิ่งที่คนมักจะลืมไม่ลงเมื่อนึกถึงโยเซมิตี ก็คือหน้าผาอันสูงชันและดูน่าเกรงขามที่ตั้งตระหง่านเฝ้าทางเข้านั่นเอง

ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณก็ไม่ต่างอะไรกับทางเข้าหุบเขาโยเซมิตี มีหลายคนที่ยอมถอดใจหันหลังกลับเพียงเพราะเห็นยอดเขาสูงชันที่ดูน่ากลัว แต่ต่างจากผู้พิทักษ์หุบเขาชื่อดังตรงที่ ผู้พิทักษ์อันแข็งแกร่งของชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณนั้นเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับเราทุกคน และไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปค้นหา และต่างจากหน้าผาหินที่ทอดทิ้งสายตาลงมายังประตูหุบเขาซึ่งเราต้องแหงนมองด้วยความยำเกรง เพราะสุนัขเฝ้ายามทั้งสองตัวของชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ ถ้าเราจะเรียกแบบนั้น เป็นผู้กุมกุญแจประตูไว้ และหากไม่ได้รับอนุญาตจากพวกมัน เราก็จะไม่มีวันได้เข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเลย

ผู้พิทักษ์ด่านแรกมีชื่อว่า การสวดภาวนา การภาวนามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเราทุกคนที่ต้องการก้าวหน้าในความดีงาม จนเราอาจเปรียบได้กับหนึ่งในเครื่องยนต์แฝดของเครื่องบินโดยสารสมัยใหม่ หากปราศจากการภาวนาแล้ว ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้าไปในพระอาณาจักรของพระเจ้า การภาวนาเป็นสิ่งจำเป็นมากจนพระศาสนจักรต้องกำหนดเวลาสำหรับการภาวนาอย่างเป็นทางการ เพื่อให้แต่ละคนได้ทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ไปส่วนหนึ่ง เมื่อเราเข้าร่วมการภาวนาของพระศาสนจักรในทุกวันอาทิตย์และวันฉลองบังคับ

คุณธรรมอีกประการหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันในชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์อีกตัวหนึ่งของเครื่องบินลำนี้ และเป็นคุณธรรมที่ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการภาวนา ก็คือ คุณธรรมแห่งการพลีกรรมหรือการเสียสละ คุณธรรมนี้มีความสำคัญต่อความรอดมากจนพระศาสนจักรกำหนดเวลาพิเศษสำหรับการพลีกรรมในทุกวันศุกร์ ซึ่งเราจะงดเว้นเนื้อสัตว์ พระศาสนจักรยังกำหนดให้บางช่วงเวลาของปีเป็นเวลาสำหรับการทำพลีกรรมเป็นพิเศษ เช่น วันวารแห่งฤดูกาล เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า และเทศกาลมหาพรต หากปราศจากการพลีกรรมและการสวดภาวนาในระดับหนึ่ง ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครจะเข้าไปในพระอาณาจักรของพระเจ้า

หากเราเปิดดูรายนามนักบุญของพระศาสนจักร เราจะพบว่าตั้งแต่ผู้ที่ต่ำต้อยที่สุดไปจนถึงผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่มีใครเลยที่ได้รับสิริรุ่งโรจน์ที่ทำให้ชื่อของพวกท่านสว่างไสว ไม่มีใครที่ได้รับการยกย่องบนพระแท่นของเรา ไม่มีใครเลยที่ประสบความสำเร็จในชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ โดยที่ไม่ได้ปีนป่ายไปตามเส้นทางหลวงแห่งกางเขนศักดิ์สิทธิ์ เพราะหลักกิโลเมตรตลอดเส้นทางสายนี้จารึกไว้เพียงสองคำ นั่นคือ การภาวนา และ การพลีกรรม ยิ่งเราสวดภาวนามากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเต็มใจที่จะเสียสละมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งพร้อมที่จะลืมความต้องการของตัวเอง ยอมลดทอนความปรารถนาส่วนตัวลงเพื่อให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ แต่ที่สำคัญที่สุดคือเพื่อให้สามารถรับใช้พระเจ้าได้อย่างดีที่สุด ยิ่งเราทำพลีกรรมมากเท่าไหร่ จิตตารมณ์แห่งการภาวนาของเราก็จะยิ่งเติบโตมากขึ้นเท่านั้น

ในหุบเขาแห่งชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ มีภาพนิมิตให้เราได้เห็น มีทิวทัศน์ที่จะทำให้ดวงตาแห่งจิตวิญญาณต้องเบิกบาน ในหุบเขาแห่งชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ มีความปลอดภัยจากพายุร้าย มีความชื่นชมยินดีและความสุขในการรับใช้พระเจ้า การจะไปให้ถึงหุบเขานั้นได้ เราต้องเป็นเพื่อนกับผู้พิทักษ์เสียก่อน เราต้องรู้รหัสผ่านซึ่งก็คือชื่อของพวกเขานั่นเอง และผู้ที่ต้องการเข้าไปในหุบเขาและค้นพบสันติสุขที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้สำหรับผู้ที่รักพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นคนเล็กน้อยหรือผู้ยิ่งใหญ่ ล้วนต้องใช้รหัสผ่านนี้อย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่ได้สำรวจหุบเขา รู้จักมุมที่ซ่อนอยู่ และได้เพลิดเพลินกับขุมทรัพย์ในนั้น คือผู้ที่เข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้นผ่านกุญแจสองดอกที่พระองค์ทรงมอบให้ เพื่อจะรู้จักพระองค์ รักพระองค์ รับใช้พระองค์ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อจะได้รับสันติสุขและความพึงพอใจในโลกนี้ และพักพิงอยู่ในความหวังถึงความสุขอันเป็นนิรันดร์ในโลกหน้า มีเพียงสองคำที่เราต้องรู้จัก นั่นคือ การพลีกรรม และ การภาวนา และกุญแจสองดอกนี้เองที่ทำหน้าที่พิทักษ์ทางเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า

คำถามชวนคิด

1. พาสเวิร์ดแรก การสวดภาวนา

เวลาพูดถึงการสวดภาวนา หลายคนอาจจะนึกถึงการท่องบทสวดมนต์ยาวๆ ในโบสถ์ แต่ถ้าการภาวนาเปรียบเหมือน "เครื่องยนต์" ที่ช่วยขับเคลื่อนชีวิต คิดว่าการลองบ่น ปรึกษา หรือเล่าเรื่องราวในแต่ละวันให้พระเจ้าฟังแบบเพื่อนสนิท จะช่วยฮีลใจและทำให้เราผ่านวันที่หนักๆ หรือมีเรื่องเครียดๆ ไปได้อย่างไรบ้าง

2. พาสเวิร์ดที่สอง การพลีกรรม (การเสียสละ)

คำว่า "พลีกรรม" อาจจะฟังดูเป็นคำศัพท์ที่ยากและไกลตัว แต่จริงๆ แล้วมันคือ "การเสียสละ" ความสุขส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ เพื่อคนอื่นหรือเพื่อฝึกความอดทน ถ้าน้องๆ ต้องลองเลือกเสียสละบางอย่างในสัปดาห์นี้ เช่น ลดเวลาไถโซเชียลเพื่อไปช่วยงานบ้าน หรืองดซื้อของจุกจิกเพื่อเก็บเงินไปทำบุญ  จะเลือกทำอะไร และคิดว่าการฝึกฝืนใจตัวเองแบบนี้จะทำให้จิตใจเราเข้มแข็งขึ้นได้อย่างไร

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

ท่านกำลังอ่าน

“ กุญแจสองดอกสู่พระอาณาจักร ”