Skip to main content

“ ชีวิตของพระนางมารีย์ “

การเสด็จเยี่ยมเยียน

ในข้อความของทูตสวรรค์ได้กล่าวถึงเอลีซาเบธ และด้วยเหตุนี้พระวรสารจึงบันทึกว่า "ในเวลานั้น พระนางมารีย์ทรงรีบออกเดินทางไปยังเมืองหนึ่งในแถบภูเขาแคว้นยูเดีย" (ลูกา 1:39) มันเป็นการเดินทางที่ใช้เวลาประมาณสามสิบชั่วโมง และอาจต้องใช้เวลาประมาณสี่วันกว่าพระนางมารีย์จะไปถึงบ้านของเอลีซาเบธ เป็นไปได้มากว่าตามธรรมเนียมของชาวยิว นักบุญโยเซฟได้เดินทางไปส่งคู่หมั้นของท่านจนถึงบ้านญาติอย่างปลอดภัย โยเซฟอาจรู้สึกประหลาดใจกับความสงบสำรวมและการรำพึงภาวนาอย่างเงียบๆ ของคู่หมั้น แต่ท่านก็ไม่ได้ถามพระนาง และพระนางก็ไม่ได้บอกท่านถึงธรรมล้ำลึกแห่งพระผู้ช่วยให้รอดที่กำลังจะเสด็จมา เมื่อพระนางมารีย์เข้าไปในบ้าน ก็กล่าวทักทายเอลีซาเบธ "เมื่อเอลีซาเบธได้ยินคำทักทายของมารีย์ ทารกในครรภ์ก็ดิ้น และเอลีซาเบธก็เปี่ยมด้วยพระจิตเจ้า จึงร้องเสียงดังว่า ท่านได้รับพระพรมากกว่าหญิงใดๆ และบุตรในครรภ์ของท่านก็ได้รับพระพรด้วย ทำไมหนอพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงเสด็จมาเยี่ยมข้าพเจ้า เพราะทันทีที่เสียงทักทายของท่านเข้าหูข้าพเจ้า ทารกในครรภ์ก็ดิ้นด้วยความยินดี เป็นบุญของท่านที่เชื่อว่า พระดำรัสที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่ท่านจะสำเร็จเป็นจริง" (ลูกา 1:41-45)

นักบุญเบอร์นาร์ดได้กล่าวถึงเหตุการณ์เหล่านี้ว่า "ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นตามมาติดๆ อัศจรรย์แห่งการแจ้งข่าวการประสูติที่เมืองนาซาเร็ธตามมาด้วยอัศจรรย์ในบ้านของเอลีซาเบธ ด้วยการส่องสว่างจากพระจิตเจ้า นางพูดราวกับว่าได้เป็นพยานในการแจ้งข่าวการประสูติด้วยตนเอง นางเป็นคนแรกที่เรียกพระนางมารีย์ด้วยตำแหน่งที่สูงส่งที่สุดว่า 'พระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า' ซึ่งก็คือพระมารดาของพระเจ้านั่นเอง อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นคือทารกในครรภ์ของนางดิ้นด้วยความยินดี นี่คือช่วงเวลาที่ทูตสวรรค์ได้ทำนายไว้เกี่ยวกับเด็กที่จะมาเป็นผู้เบิกทางให้กับพระเยซู ว่าเขาจะเปี่ยมด้วยพระจิตเจ้าตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์มารดา" (ลูกา 1:15) ดังนั้นทั้งมารดาและทารกจึงได้รับการชำระให้บริสุทธิ์จากการมาเยือนของพระนางมารีย์และพระวจนาตถ์ที่ทรงรับเอากายในครรภ์ของพระนาง ณ ที่นี้เองที่พระนางมารีย์ได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นคนกลางแจกจ่ายพระหรรษทานผ่านทางพระเยซูเจ้าแล้ว

IMG 6342

คำตอบของพระนางมารีย์ที่มีต่อคำทักทายของเอลีซาเบธคือบทเพลงสรรเสริญพระเจ้า ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ "มักญีฟีกัต" ตามคำแรกของบทเพลง มีความว่า "วิญญาณข้าพเจ้าประกาศความยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า จิตใจของข้าพเจ้าชื่นชมยินดีในพระเจ้า พระผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทรงทอดพระเนตรความถ่อมตนของผู้รับใช้ของพระองค์ บัดนี้เป็นต้นไป ชนทุกยุคทุกสมัยจะเรียกข้าพเจ้าว่าผู้มีบุญ เพราะพระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการอันยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า พระนามของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์ พระกรุณาต่อผู้ยำเกรงพระองค์แผ่ไปตลอดทุกยุคทุกสมัย พระองค์ทรงแสดงอานุภาพแห่งพระกรของพระองค์ ทรงทำให้คนที่มีใจเย่อหยิ่งแตกฉานซ่านเซ็นไป พระองค์ทรงคว่ำผู้ทรงอำนาจจากบัลลังก์ และทรงยกย่องผู้ถ่อมตนให้สูงขึ้น พระองค์ทรงประทานสิ่งดีงามแก่ผู้หิวโหย และทรงไล่เศรษฐีให้กลับไปมือเปล่า พระองค์ทรงช่วยเหลืออิสราเอลผู้รับใช้ของพระองค์ โดยทรงระลึกถึงพระกรุณาของพระองค์ ดังที่ทรงสัญญาไว้กับบรรพบุรุษของเรา แก่อับราฮัมและลูกหลานตลอดไป" (ลูกา 1:46-55)

บทเพลงสรรเสริญพระเจ้าสำหรับพระพรที่ประทานแก่พระนางมารีย์และมวลมนุษยชาตินี้ ไม่เคยหยุดถูกขับร้องเลยตลอดหลายยุคหลายสมัย ตามแบบอย่างของพระนางมารีย์

พระคัมภีร์สรุปเรื่องราวการไปเยี่ยมเอลีซาเบธของพระนางมารีย์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ "มารีย์พักอยู่กับเอลีซาเบธประมาณสามเดือน จึงกลับบ้าน" (ลูกา 1:56) จากสิ่งนี้ เราสามารถสรุปได้ว่าพระนางมารีย์ทรงอยู่กับญาติของพระนางจนกระทั่งยอห์น บัปติสต์ประสูติ บทเรียนที่เราได้เรียนรู้จากการไปเยี่ยมและการพักอยู่ของพระนางมารีย์ ซึ่งในช่วงเวลานั้นพระนางต้องได้ช่วยเหลือญาติของพระนางอย่างนับไม่ถ้วน ก็คือเราเองก็ควรมีใจเมตตาและพร้อมที่จะช่วยเหลือเพื่อนบ้านในทุกวิถีทางที่เราสามารถทำได้เสมอ

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

ท่านกำลังอ่าน

“ การเสด็จเยี่ยมเยียน ”