เตรียมเผชิญ
ค ว า ม ต า ย
บทที่ 32 ความวางใจในความปกปักรักษาของพระแม่มารีอา
โดย นักบุญอัลฟอนโซ มารีย์ เดอ ลีโกวรี
แปลโดย ผู้หว่าน
1. พระแม่มารีอา มารดาผู้ทรงฤทธิ์
นักบุญบอนาแวนตูรา อุทานว่า “โอ้! น่าอนุโมทนาพระทัยดีของพระเป็นเจ้าเหลือเกิน ในการที่พระองค์ทรงโปรดให้ชาวเรามีพระนางมารีอาเป็นทนายช่วยเสนอแทนเรา คำภาวนาของพระนาง อาจทำให้เราได้รับพระหรรษทานทุก ๆ ประการ!” (1) พี่น้องคนบาปทั้งหลาย แม้ชาวเราจะได้ทำผิดต่อความยุติธรรมของพระเป็นเจ้า แม้ถูกคาดโทษให้ไปสู่นรก เพราะบาปที่เราได้ทำมาแล้วก็ดี ชาวเราจงอย่าเสียใจเลย จงพากันวิ่งเข้าหาพระมารดาของพระเป็นเจ้าและมอบตัวไว้ใต้ความอารักขาของพระนางเถิด พระนางจะช่วยเราให้รอดเป็นแน่แท้ พระนางทรงขอร้อง เพียงให้เราตั้งใจจะดัดแปลงกริยาจริงเท่านั้น ฉะนั้นหากเราตั้งใจจริง และวางใจในพระแม่มารีอามาก ๆ เราจะเอาตัวรอดไม่ต้องสงสัยเหตุไร? เหตุว่า พระนางทรงเป็นทนายผู้ทรงฤทธิ์ ทนายผู้ทรงเมตตาและทนายผู้ทรงหวังดีต่อชาวเราทุกคน
ประการต้น ชาวเราจงพิเคราะห์ดู พระแม่มาร่อาทรงเป็นทนายผู้ทรงฤทธิ์พระนางมีฤทธิ์จะช่วยเหลือผู้ภักดีต่อพระนางได้ทุกคน เฉพาะพระพักตร์ของพระตุลาการ ฤทธิ์อำนาจอันนี้เป็นเอกสิทธิ์ ที่พระนางได้ทรงรับจากพระตุลาการผู้เป็นพระปิยบุตรของพระนางเอง “พระนางมารีอาทรงฤทธิ์ยิ่งนัก” (2) ท่านยวงแชร์ซองกล่าวว่า: “หากพระนางพรมจาริณีทรงขอสิ่งใดจากพระพระเป็นเจ้า ด้วยมีความประสงค์อยากได้จริงแล้ว เป็นได้เสมอ และในฐานะที่ทรงเป็นพระบรมราชินี พระนางก็ทรงบัญชาสั่งให้นิกรเทวดา ส่องสว่าง ชำระล้าง และบันดาลให้ทาสของพระนางกลายเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ไป” (2ข) เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ชาวเราวางใจในทนายองค์นี้มาก ๆ พระศาสนจักรจึงให้เราวิงวอนออกพระนามว่า “Virgo potens ora pro nobis” “มหาพรหมจาริณี ผู้ทรงฤทธานุภาพ ช่วยวิงวอนเพื่อข้าพเจ้าทั้งหลายเทอญ”
เหตุไร การคุ้มครองรักษาของพระแม่มารีอา จึงมีอำนาจมากเช่นนั้น?- เหตุว่า พระนางเป็นพระมารดาของพระเป็นเจ้านั่นเอง นักบุญอันโตนีโอกล่าวว่า: คำวิงวอนของพระนางมารีอา ในฐานะที่เป็นพระมารดา เป็นดุจคำสั่งสำหรับพระเยซูคริสต์ทีเดียว ฉะนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ เมื่อพระนางออกปากขอแล้ว จะไม่ได้รับ (3) นักบุญเกรโกรี อัครสังฆราชแห่งนีโกเมดีอา กล่าวว่า: พระมหาไถ่ทรงทำอาการเหมือนกับจะสนองพระคุณ ที่พระมารดาได้ทรงให้พระธรรมชาติความเป็นมนุษย์แด่พระองค์ก็ว่าได้ พระองค์จึงทรงฟุงคำวิงวอนของพระมารดาทุกอย่าง (4) นักบุญเทโอฟีล สังฆราชแห่งอาเลกซันเดรียลิขิตว่า: ลูกย่อมดีใจเมื่อเห็นแม่ของสิ่งใด เพราะอยากจะให้ทุกอย่างที่แม่ขอ จะได้ตอบแทนบุญคุณแม่ผู้บังเกิดเกล้าบ้าง นักบุญเมโธดีโอ มาร์ตีร์ เปล่งอุทานว่า: เชิญยินดีเถิด พระแม่มารีอา เชิญยินดีเถิด เพราะว่า ท่านเป็นผู้มีบุญมีพระบุตรเจ้าเป็นลูกหนี้ พระบุตรองค์ที่ชาวเราทั้งหลายเป็นลูกหนี้ของพระองค์อีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้เพราะชางเรามีสิ่งใดล้วนแต่ได้รับมาแต่พระองค์ท่านทั้งนั้น (5)
ท่านโกสมา ชาวเยรูซาแลม กล่าวว่า: ความช่วยเหลือของพระแม่มารีอาทรงฤทธิ์ทุกประการ (6) จริงแล้ว ท่านริชาร์ด แห่งนักบุญเลาแรนซีโอ กล่าวสนับสนุนว่า พระนางทรงฤทธิ์ทุกประการ เพราะว่าเป็นความยุติธรรมอย่างยิ่ง จะให้พระแม่เจ้าทรงมีส่วนร่วมในฤทธิ์อำนาจของพระบุตร เพราะว่าพระบุตรผู้ทรงฤทธิ์ทุกประการ ได้ทรงดลบันดาลให้พระมารดาของพระองค์ ทรงร่วมทรงฤทธิ์ทุกประการไปด้วย (7) พระบุตรทรงฤทธิ์ทุกประการ โดยพระธรรมชาติได้ทรงดลบันดาลให้พระมารดากลายเป็นผู้ทรงฤทธิ์ทุกประการ โดยเป็นพระคุณทั้งนี้หมายความว่า เมื่อพระแม่เจ้าทรงขอสิ่งใด สิ่งนั้นเป็นสำเร็จเสมอ คือเป็นไปตามความในบทกลอนอันเลื่องลือ “Quod Deus imperio tu prece Virgo potes” (พระเป็นเจ้าทรงฤทธิ์อำนาจบังคับสิ่งใดได้ พระนางพรหมจาริณีเจ้าข้า ท่านก็วอนขอสิ่งนั้นได้เหมือนกัย) ความจริงอันนี้ นักบุญบรียิต ได้แลเห็นในประจักษ์ (7ข) วันหนึ่ง เธอได้ยินพระเยซูเจ้าตรัสกับพระแม่มารีอาว่า “คุณแม่อยากได้ริ่งใด ก็จงขอเถิด คุณแม่ทราบดีว่า ลูกจะขัดคำวิงวอนของคุณแม่ไม่ได้” (8) แล้วพระองค์ทรงชี้แจงต่อไป “คราวก่อน เมื่ออยู่ในโลกนี้คุณแม่ไม่เคยขัดใจลูกเลย บัดนี้เมื่อคุณแม่อยู่กับลูกในสวรรค์ จึงสมควรแล้วที่ลูกจะไม่ขัดใจคุณแม่เลยด้วย (9)
สรุปความไม่มีคนบาปคนใดเลย แม้จะเป็นคนบาปหนาเพียงไรก็ตามที่พระแม่เจ้าจะทรงวิงวอนช่วยเหลือไม่ได้ เรื่องนี้นักบุญเกรโกรี ชาวนีโก เมดีอายืนยันเมื่อท่านทูลพระนางว่า “โอ้ พระมารดาของพระเป็นเจ้า ไม่มีอะไรจะสู้กับฤทธิ์อำนาจของท่านได้ เพราะว่าพระผู้ทรงสร้างท่านได้ทรงถือเอาเกียรติยศของท่านเป็นเกียรติยศของพระองค์เอง” (10) นักบุญเปโตร ดามีอาโนเสริมว่า “เป็นอันว่าท่านทำได้ทุกสิ่ง แม้คนที่เสียใจแล้ว ท่านก็ช่วยให้รอดได้ (11)
ข้อเตือนใจและคำวิงวอน
ข้าแต่พระบรมราชินี และพระมารดาที่สุดเสน่หา ข้าพเจ้าขอกราบทูลพร้อมกับนักบุญแยร์มาโนว่า: ท่านทรงฤทธิ์ทุกประการสำหรับช่วยคนบาปให้รอด ท่านไม่จำเป็นจะต้องร้องขอเฝ้าวิงวอนพระเป็นเจ้าโดยทางอื่น เพราะว่าท่านคือ พระชนนีแห่งชีวิตโดยแท้ (11ข) ฉะนั้น พระบรมราชินีเจ้าข้า หากข้าพเจ้าเข้ามาพึ่งท่าน แม้ว่าบาปของข้าพเจ้าจะกองใหญ่โตเท่าไรก็ตาม ไม่อาจจะทำให้ข้าพเจ้าต้องเสียใจว่าจะเอาตัวรอดไม่ได้เลย ท่านประสงค์สิ่งใด หากขอ เป็นได้รับทั้งนั้น ฉะนั้นหากท่านขอเพื่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็รอดแน่ ข้าพเจ้าขอกราบทูลท่านพร้อมกับนักบุญเบอร์นาร์ดว่า: โอ้พระมารดาผู้ยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้า โปรดภาวนาอุทิศแก่ข้าพเจ้าคนอาภัพด้วยเถิด เพราะพระบุตรของท่านทรงสดับฟังและอนุญาตตามคำวิงวอนของท่านเสมอ (12) จริงอยู่ ข้าพเจ้าเป็นคนบาปหนาแต่ข้าพเจ้าตั้งใจจะดัดแปลงกิริยาแล้วเจ้าข้า ข้าพเจ้าภูมิใจในการเป็นทาสผู้ภักดีต่อท่าน ความเป็นจริง ข้าพเจ้าไม่สมควรจะมาอาศัยใต้ร่มความอารักขาของท่านแต่ข้าพเจ้าทราบดีว่า ท่านไม่เคยทอดทิ้งใครที่วางใจในท่านเลย ท่านสามารถและมีน้ำใจจะช่วยให้ข้าพเจ้ารอด ข้าพเจ้าจึงขอมอบตัวไว้กับท่าน คราวก่อนเมื่อข้าพเจ้าเสียคนไป ข้าพเจ้ามิได้คิดถึงท่านเสียด้วยซ้ำ ท่านยังได้คิดถึงข้าพเจ้าและได้ช่วยให้ข้าพเจ้าได้รับพระหรรษทาน อันทำให้สำนึกรู้ตัว ก็ข้าพเจ้าจะต้องไว้ใจในความเมตตากรุณาของท่านมากขึ้นเพียงไรเล่า ณ กาลบัดนี้ ที่ข้าพเจ้ากำลังมอบตัวเป็นทาสของท่าน กำลังเฝ้าวิงวอนท่าน และกำลังวางใจในท่าน! โอ้พระแม่มารีอา โปรดภาวนาอุทิศแก่ข้าพเจ้าและบันดาลให้ข้าพเจ้าเป็นนักบุญด้วยเถิด โปรดให้ข้าพเจ้าคงเจริญอยู่ในความประพฤติดี โปรดให้ข้าพเจ้ารักพระบุตรของท่านมาก ๆ และรักท่านผู้น่ารักอย่างยิ่งมาก ๆ ด้วยเถิด พระแม่ที่สุดเสน่หา พระบรมราชินี เจ้าข้า ข้าพเจ้ารักท่าน และหวังจะรักท่านเสมอ เจ้าข้าท่านเองก็โปรดรักข้าพเจ้าด้วยเถิด และโปรดใช้ความรักของท่านนี้ ชุบข้าพเจ้าคนบาป ให้กลายเป็นนักบุญ ด้วยเถิด
2. พระแม่มารีอา มารดาผู้ทรงเมตตา
ประการสอง ชาวเราจงพิเคราะห์ดูพระแม่มารีอา ทรงเป็นทนายผู้เมตตากรุณาคู่เคีอยงสม่ำเสมอกับทรงฤทธิ์ ผู้ใดมาขอพึ่ง พระนางเป็นต้องช่วยเหลือเสมอ ดาวิดขับร้องว่า “พระเนตรของพระสวมีเจ้า เพ่งไปทางผู้ใคร่ธรรม” (สดด. 33, 16) แต่ท่านริชาร์ดแห่งนักบุญเลาแรนซีโอ กล่าวว่า: พระแม่ผู้ทรงเมตตา ทรงเพ่งพระเนตรไป ทั้งทางผู้ใคร่ธรรม ทั้งทางคนบาป ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้เขาหกล้ม จะได้ช่วยเสนอพะยุงให้เขาลุกขึ้น (13) นักบุญเบอร์นาร์ด ยืนยันว่า: เมื่อท่านมองดูพระแม่มารีอาท่านรู้สึกเหมือนว่ากำลังเพ่งมองดูองค์ความเมตตากรุณาเอง (14)
ฉะนั้น ท่านนักบุญจึงร้องเตือนใจชาวเราว่า: ไม่ว่าท่านจะอยู่ในสารทุกข์หรือท่านต้องการความช่วยเหลืออย่างใด ๆ ก็จงพากันมาฝากตัวไว้กับทนายผู้ทรงฤทธิ์องค์นี้ ด้วยความวางใจเถิด ด้วยว่าพระนางทรงพระทัยอ่อนโยน ทรงพระทัยดีต่อทุกคนที่มาฝากตัวขอพึ่ง (15) เพราะเหตุที่พระนางทรงพระทัยดี พระทัยอ่อนโยนนี้เอง พระนางจึงได้รับพระนามว่า “ผลมะกอก” “คล้ายกับผลมะกอกงาม ๆ ในทุ่ง” (บสร. 24, 19) ทั้งนี้ก็เพราะว่าเมื่อทำการคั้นผลมะกอกมีแต่น้ำมัน (น้ำมันหมายถึงความเมตตากรุณา) ไหลออกมา ฉันใด พระหัตถ์ของพระแม่มารีอาก็ฉันนั้น มีแต่พระหรรษทาน มีแต่ความเมตตากรุณาที่หลั่งไหลออกมาและพระนางทรงนำมาแจกจ่ายแก่ทุกคนที่มาขอพึ่ง นั้นแล
เพราะเหตุนี้ ท่านดีโอนีซีโอ ฤษีชาร์เตรอส์ จึงถวายนามแด่พระนางมารีอาเหมาะสมแล้วว่า ทรงเป็นทนายของคนบาปทุกคนที่มาขอพึ่ง (16) อนิจจา! คริสตังที่ได้ตกนรกไปแล้ว จะมีความเสียใจเพียงไรหนอ เมื่อมาคิดว่าขณะอยู่ในโลก ตัวอาจจะได้เอาตัวรอดได้อย่างง่ายดาย เพียงแต่ด้วยการวิ่งมาขอพึ่งพระมารดาแห่งความเมตตากรุณาเท่านั้น แต่ตัวเขามิได้ทำดังนั้น และบัดนี้ก็สายไปแล้ว!
วันหนึ่งพระนางพรหมจาริณี ตรัสแก่นักบุญบรียิตว่า “เรานี้มีชื่อว่าแม่ผู้ใจเมตตา และเราก็เป็นผู้มีใจเมตตาจริง ทั้งนี้เพราะพระทัยเมตตากรุณาของพระเป็นเจ้า ทรงบันดาลให้เราเป็นดังนี้” (17) ความจริง ก็อะไรเล่า ได้มอบทนายผู้นี้ให้เป็นผู้ช่วยป้องกันเรา ถ้ามิใช่พระทัยเมตตากรุณาของพระเป็นเจ้าผู้ต้องการจะให้เราทุกคนเอาตัวรอด? แล้วพระแม่มารีอา ทรงกล่าวแก่นักบุญบรียิตสืบไปว่า “กรรมแท้ ๆ กรรมตลอดนิรันดรภาพทีเดียว แต่คนที่เมื่อมีชีวิตอยู่อาจจะมาฝากตัวไว้แก่เรา ผู้มีความหวังดีและเอื้อเฟื้อแก่คนทุกคนได้ แต่อนิจจา! เขามิได้มาขอพึ่งแล้วเลยต้องพินาศไป” (18)
นักบุญเบอร์นาร์ดถามว่า: บางทีเมื่อจะไปขอพึ่งพระแม่มารีอา เราจะกลัวแม่พระปฏิเสธไม่ยอมช่วยเหลือกระมัง?- แล้วท่านเองตอบว่า: ไม่ได้เป็นเช่นนั้นไม่ได้เป็นอันขาด ผู้มาขอพึ่ง แม้จะเป็นคนอาภัพบาปหนาเพียงไรก็ตาม พระแม่มารีอาไม่รู้จักทั้งไม่เคยรู้จักอดกลั้นความสมเพช หรืองดไม่ช่วยเหลือสักครั้งเดียวเลย (19) ที่พระแม่เจ้าไม่รู้จักทำเฉย และไม่สามารถทำเฉยนั้น ก็เพราะว่า พระเป็นเจ้าได้ทรงตั้งพระนางขึ้นเป็นบรมราชินี และเป็นพระมารดาแห่งความเมตตากรุณานั่นเอง ในฐานะที่ทรงเป็นพระบรมราชินีแห่งความเมตตากรุณา พระนางจำต้องเอาพระทัยใส่ต่อคนอาภัพน่าสงสารทั้งหลาย นักบุญเบอร์นาร์ด ร้องทูลว่า “ท่านคือพระบรมราชินีแห่งความเมตตากรุณา ก็ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินแห่งความเมตตากรุณานั้น จะเป็นใครเล่า ถ้ามิใช่พวกคนอาภัพอนาถา?” (20) และเพราะใจสุภาพ ท่านนักบุญทูลสืบไปว่า “ข้าแต่พระมารดาแห่งพระเป็นเจ้า เพราะท่านเป็นพระบรมราชินีแห่งความเมตตากรุณา ท่านจึงต้องเอาใจใส่ต่อตัวข้าพเจ้านี้มากขึ้น ด้วยว่า ข้าพเจ้าเป็นคนอาภัพน่าสงสารมากกว่าใครอื่นหมด” (21) ในฐานะที่ทรงเป็นพระมารดาแห่งความเมตตากรุณา พระแม่เจ้าทรงมีหน้าที่ต้องช่วยเหลือผู้ป่วยเจ็บให้รอดตาย เพราะว่าเป็นกิจหน้าที่ของพระแม่เจ้าโดยเฉพาะ นักบุญบาซีลีโอ จึงเรียกพระนางว่า เป็นสุขศาลาสาธารณะ (22) สุขศาลาสาธารณะมีไว้เพื่อคนป่วยที่ยากจนอนาถา ยิ่งใครเป็นคนป่วยที่ยากจนและอนาถามาก ก็ยิ่งจะมีสิทธิ์เข้าไปรับการรักษานั้น เพราะเหตุผลอันนี้เอง นักบุญบาซีลีโอจึงกล่าวว่า ยิ่งเป้นคนบาปหนาที่มาขอพึ่งพระแม่มารีอา พระนางยิ่งจะทรงต้อนรับด้วยพระทัยดี พระทัยเมตตามากขึ้น
ชาวเราทั้งหลาย จงอย่าแคลงใจในพระทัยเมตตากรุณาของพระแม่มารีอาเป็นอันขาด วันหนึ่งนักบุญบริยิตได้ยินพระมหาไถ่ตรัสกับพระมารดาของพระองค์ว่า “คุณแม่ ถ้าปีศาจมันมีใจสุภาพเข้ามาขอพึ่งคุณแม่แล้ว คุณแม่คงจะกรุณามันเป็นแน่” (23) ลูซีแฟร์ปีศาจจองหองมันจะไม่ยอมถ่อมตัวเป็นอันขาด แต่สมมุติว่า มันยอมถ่อมตัวและเข้ามากราบลุงเฉพาะพระพักตร์พระมารดาแห่งพระเป็นเจ้า และขอให้พระนางทรงช่วยมันแล้ว พระแม่เจ้าจะทรงช่วยมันให้พ้นนรกเป็นแน่ทีเดียว ด้วยพระวาจาที่กล่าวมานี้ พระเยซูคริสต์ทรงใคร่จะสอนเราอย่างเดียวกับที่พระนางมารีอาเองได้ตรัสแก่นักบุญบริยิตว่า: คนบาปแม้จะเป็นคนชั่วช้าสามานย์เพียงไรก็ตาม หากมาขอพึ่ง พระนางจะไม่ทรงมองดูบาปของเขา จะดูแต่ความตั้งใจของเขาเท่านั้น และหากเขามาขอพึ่งด้วยน้ำใจดี ปรารถนาจะดัดแปลงกิริยาจริง ๆ แล้ว พระนางก็ทรงต้อนรับ และรับรักษาขาดแผลของเขาไม่ว่าชนิดใด ๆ พระนางได้ตรัสแก่นักบุญบริยิตว่าดังนี้: “เขาจะมีบาปมากมายเพียงไรก็ตาม หากเขากลับใจจริงและหันมาพึ่งเรา เราก็พร้อมจะต้อนรับเขาในทันที เราไม่มองดูว่าเขามีบาปเท่าไร จะมองดูแต่น้ำใจของเขาเราไม่รังเกียจจะบำบาดแผลของเขาไม่ว่าชนิดใด ๆ เพราะว่าเรานี้มีชื่อว่าเป็นแม่แห่งความเมตตากรุณา และเราก็เป็นดังนั้นจริง” (24)
เพราะการคำนึงถึงเรื่องนี้ นักบุญบอนาแวนตูรา จึงเตือนใจชาวเราว่า “เจ้าคนบาปผู้เสียคนไปแล้ว เจ้าจงอย่าเสียใจเลย ให้ยกตาขึ้นมองหาพระแม่มารีอาเถิด แล้วจงหายใจโล่งด้วยความวางใจในความเมตตากรุณาของพระมารดา” (25) ท่านนักบุญเตือนสืบไปว่า “ชาวเราจงแสวงหาพระหรรษทานที่เราได้ทำเสียไป และจงแสวงหาโดยทางพระแม่มารีอาเถิด” (26) ท่านริชาร์ดแห่งนักบุญเลาแรนซีโอเสริมว่า “พระหรรษทานที่เราได้เสียไปนั้น พระมารดาทรงพบแล้ว ฉะนั้นถ้าเราอยากได้คืนเราก็ต้องเข้าไปหาท่าน” (27) เมื่ออัครเทวดาคาเบียลนำสารมาแจ้งแด่พระนางมารีอาว่า พระนางจะทรงเป็นพระมารดาของพระเป็นเจ้า ท่านกราบทูลพระนางตอนหนึ่งว่า “โปรดอย่าวิตก พระนางมารีอาท่านได้พบพระหรรษทาน” (ลก. 1, 30) อันว่าพระนางมารีอาไม่เคยปราศจากพระหรรษทานเลย กว่านั้นอีก ทรงเปี่ยมเต็มด้วยพระหรรษทานเสมอ ไฉนอัครเทวดาจึงกราบทูลว่า: ท่านได้พบพระหรรษทานเล่า?- พระการ์ดินัลฮูโกตอบว่า: พระนางมารีอามิได้ทรงพบพระพระหรรษทานเพื่อพระนางเอง แต่ได้ทรงพบเพื่อชาวเราทั้งหลายผู้ที่ได้ทำหายไป แล้วท่านกล่าวสืบไปว่า: ชาวเราจงพากันไปหาพระแม่มารีอาเถิด พลางให้ทูลพระนางว่า: ข้าแต่พระบรมราชินีของที่เก็บได้ เป็นสิ่งที่ต้องคืนแก่เจ้าของ พระหรรษทานที่ท่านเก็บได้นั้นไม่ใช่ของของท่าน เพราะท่านไม่เคยหายไปเลย แต่เป็นของของพวกข้าพเจ้า ที่ได้ทำบาปเป็นเหตุให้เสียไป ฉะนั้นจึงสมควรที่ท่านจะคืนแก่พวกข้าพเจ้า เมื่อเป็นเช่นนี้คนบาปทั้งหลายผู้ได้เสียพระหรรษทานไป จงวิ่งไปหา วิ่งไปเฝ้าพระนางพรหมจาริณีเถิด แล้วให้กราบทูลพระนาง ปราศจากความสะทกสะท้านว่า: ของของข้าพเจ้าที่ท่านเก็บได้นั้น โปรดคืนแก่พวกข้าพเจ้าด้วยเถิด (28)
ข้อเตือนใจและคำภาวนา
ข้าแต่พระมารดาผู้ยิ่งใหญ่แห่งพระเป็นเจ้า นี่แน่ะคนบาปน่าสงสารกำลังกราบอยู่แทบพระบาท ลูกคือผู้ได้จงใจทำลายพระหรรษทาน ที่พระบุตรของท่านได้ทรงพระกรุณาไถ่คืนมาให้ ด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เองได้ทำลายไม่ใช่ครั้งหนึ่งสองครั้ง แต่มากครั้งมานักแล้ว! โอ้ พระมารดาแห่งความเมตตากรุณา ข้าพเจ้าเข้ามากราบเฝ้าท่าน มีบาดแผลเหวอะหวะทั่ววิญญาณโปรดอย่าทรงรังเกียจเลย แต่โปรดทรงเมตตา และช่วยเหลือข้าพเจ้าให้มากขึ้นเถิด เจ้าข้า โปรดทอดพระเนตรดูความวางใจของข้าพเจ้าต่อท่าน และอย่าละทิ้งข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าไม่ขอทรัพย์สมบัติฝ่ายแผ่นดิน ขอแต่พระหรรษทานของพระเป็นเจ้า และขอแต่ความรักต่อพระบุตรของท่าน ข้าแต่พระแม่ กรุณาภาวนาอุทิศแก่ข้าพเจ้า โดยไม่หยุดหย่อนเถิด พระบุญญาบารมีของพระเยซูคริสต์และคำเสนอวิงวอนของท่านนั่นแหละ จะเป็นเครื่องช่วยให้ข้าพเจ้ารอด ท่านมีภาระหต้าที่ช่วยเสนอวิงวอนเพื่อคนบาป ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงขอกราบทูลท่าน พร้อมกับนักบุญโทมาส แห่งวิลลานอวา ว่า: โปรดปฏิบัติตามหน้าที่ของท่าน คือ ฝากข้าพเจ้าไว้กับพระเป็นเจ้า และช่วยป้องกันข้าพเจ้าเถิด (29) ไม่มีคดีใหญ่โตอันใดแม้เป็นคดีที่หมดหวังเพียงไรก็ตาม ที่หากท่านรับเป็นทนายแล้ว จะพ่ายแพ้ไปได้ฉะนั้น ท่านจึงเป็นความหวังของคนบาป และเป็นความหวังของข้าพเจ้าด้วย โอ้พระแม่มารีอา ข้าพเจ้าจะไม่หยุดปรนนิบัติท่าน ข้าพเจ้าจะไม่หยุดรักท่าน หยุดวิ่งเข้ามาขอพึ่งท่านทุก ๆ เวลา ท่านเองก็ขออย่าหยุดการช่วยเหลือข้าพเจ้าด้วยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อท่านแลเห็นว่าข้าพเจ้ากำลังอยู่ในภัยจะเสียพระหรรษทานของพระเป็นเจ้า โอ้ พระแม่มารีอา โอ้ พระมารดาผู้ยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้าโปรดสงสารข้าพเจ้าเถิด เจ้าข้า
3. พระแม่มารีอา มารดาของชาวเราทุกคน
ประการสาม ชาวเราจงพิเคราะห์ดูพระนางมารีอา ทรงเป็นทนายผู้ใจดีทรงช่วยเหลือมิใช่แต่ผู้ที่เข้ามาขอพึ่งเท่านั้น พระนางเองยังทรงเที่ยวตามหาคนอาภัพหวังจะช่วยให้เขารอดอีกด้วย พระนางทรงร้องเชิญ และทรงเตือนทุกคนให้วางใจว่า จะได้รับทุกสิ่ง เมื่อมาขอพึ่งพระนาง “ในตัวเรานี้ มีความหวังทุกอย่างจะได้ทั้งชีวิตและฤทธิ์กุศล ให้ทุกคนจงพากันมาหาเราเถิด” (บสร. 24, 25) ท่านแปลบาร์โต บุรุษใจศรัทธา อธิบายพระคัมภีร์ตอนนี้ว่า: พระแม่มารีอาทรงเชิญหมดทุกคน ทั้งผู้ใคร่ธรรม ทั้งคนบาป (30) นักบุญเปโตรเตือนให้สังวรณ์ว่า “ปีศาจวิ่งวน เที่ยวหาเหยื่อจะขบกิน” (1 ปต. 5, 8) ตรงข้าม ท่านแบร์นาร์ดีนเดบูสตีน กล่าวว่า: พระมารดาของพระเป็นเจ้าผู้นี้ ก็เที่ยววิ่งวนตามหาคนบาปเพื่อจะช่วยให้เขารอด (31) พระนางมารีอาเป็นพระมารดาแห่งความเมตตากรุณาเพราะความเมตตากรุณาที่พระนางทรงมีต่อเรานั้น ทำให้พระนางทรงสมเพชเที่ยววิ่งตามหาเราอยู่เสมอ เพื่อจะได้ช่วยให้เรารอด ทรงมีพระอาการดุจแม่ที่เมื่อแลเห็นลูกอยู่ในภัย ไม่สามารถจะทำเฉยได้ นักบุญเบอร์นาร์ด อุทานว่า “รองจากพระเยซูคริสต์ลงมา ใครหนอ จะเอาใจใส่ต่อความรอดของเรา มากไปกว่าท่าน โอ้พระมารดาแห่งความเมตตากรุณา?” (32) นักบุญบอนาแวนดูราเสริมว่า “พระนางมารีอาทรงสาละวนช่วยเหลีอคนอาภัพ จนดูเหมือนว่า ไม่ทรงประสงค์อะไร นอกจากช่วยเหลือเขา” (33)
ฉะนั้น เมื่อเราเข้าไปขอพึ่งพระนาง พระนางจะทรงช่วยเหลือแน่ เพราะไม่ทรงเคยขับไล่ใคร ท่าน “อีดีโอตา” กล่าวว่า “พระนางทรงพระทัยดี จนไม่เคยได้ทรงขับไล่ใครสักคนเดียวเลย” (34) ท่านริชาร์ด แห่งนักบุญวิกตอร์เสริมว่า “พระนางไม่ทรงอิ่มใจแต่เพียงแค่นั้น ยังทรงล่วงหน้าคำร้องขอของเราเสียอีก ทรงช่วยเหลือเรา ก่อนที่เราจะได้วิงวอนขอเสียอีก” (35) แล้วท่านกล่าวต่อว่า “พระนางมารีอาทรงเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา จนแต่พอแลเห็นความอาภัพน่าสงสารเท่านั้น ก็ทรงช่วยเหลือทันทีแล้ว ไม่ทรงรู้จักมองดูเฉยโดยไม่ช่วยเหลือ” (36) แท้จริง พระกิริยาอาการอันนี้ พระแม่เจ้าได้ทรงบำเพ็ญนับตั้งแต่ทรงดำรงอยู่ในโลกนี้อยู่แล้ว ดังที่ชาวเราย่อมทราบเหตุการณ์ที่เป็นมาในงานวิวามงคลที่ชนบทกานา แคว้นคาลิเลนั้น คือ คราวเมื่อเหล้าองุ่นหมด พระนางมิได้ทรงคอยให้เจ้าภาพขอร้องก่อนเลย แต่ทรงสงสารกลัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะได้รับความทุกข์ร้อน ความอับอาย จึงได้ทรงวิงวอนขอพระบุตรให้ทรงช่วยแก้ไขสถานการณ์ พระนางเร่งกราบทูลพระบุตรว่า “เขาไม่มีน้ำองุ่นแล้ว” (ยน. 2, 3) ในคราวนั้นเอง พระนางได้ทรงเป็นเหตุให้พระบุตรทรงทำอัศจรรย์ ให้น้ำกลายเป็นเหล้าองุ่น นักบุญบอนาแวนตูรา จึงกล่าวว่า “หากขณะที่พระนางยังดำรงชีพอยู่ในโลก ได้ทรงพระทัยเมตตากรุณาต่อผู้ยากถึงเพียงนี้แล้ว แน่นอน พระนางจะทรงพระทัยเมตตากรุณาและช่วยเหลือชาวเรา ยิ่งกว่าครั้งกระโน้นอีก ในเวลานี้ ที่พระนางกำลังประทับอยู่ในสวรรค์ และทรงแลเห็นความอาภัพทุกข์ร้อนของชาวเรายิ่งขึ้น และจะทรงสงสารมากขึ้นเป็นลำดับ” (37) ท่านนอวารีโอเสริมว่า “หากไม่ทันถูกร้องขอ พระนางมารีอาได้ทรงแสดงว่า ทรงสรรพพร้อมจะช่วยเหลือดังนี้แล้ว ก็เมื่อมีผู้ไปร้องขอความช่วยเหลือ พระนางจะทรงเอาพระทัยใส่ถึงเขาเพียงไรเล่า?” (38)
ฉะนั้น ชาวเราทั้งหลาย เมื่อตกทุกข์ได้ยากอย่างใด ๆ ก็ตาม จงอย่าละเลย จงวิ่งเข้ามาขอพึ่งพระมารดาของพระเป็นเจ้าเถิด พระนางทรงสรรพพร้อมจะช่วยเหลือผู้ที่มาขอพึ่งอยู่แล้ว ท่านริชาร์ด แห่งนักบุญเลาแรนซีโอ บอกว่า “ท่านจะพบพระนางกำลังเตรียมพร้อม จะทรงช่วยเหลือท่านเป็นนิตย์” (39) ท่านแบร์นาร์ดีน เดบูสตีน แถมว่า “พระนางทรงปรารถนาจะประทานพระคุณแก่เรามากกว่าเราปรารถนาจะได้รับเสียอีก” (40) ท่านกล่าวสืบไป: ดังนั้น ขณะที่เขาวิ่งมาพึ่งพระนาง เราจะพบพระนางกำลังกำพระหรรษทานและความเมตตากรุณาอยู่เต็มอุ้งพระหัตถ์” (41) นักบุญบอนาแวนตูรา กล่าวว่า “พระนางมารีอาทรงปรารถนาจะทำคุณต่อเรา ปรารถนาจะให้เรารอด จนพระนางทรงบอกว่าทรงรู้สึกเจ็บพระทัย ไม่ใช่แต่เมื่อมีใครทำช้ำใจพระนางโดยตรง แต่เมื่อไม่มีใครขอพระหรรษทานจากพระนาง” (42) แต่ตรงข้าม ท่านนักบุญยืนยันต่อ “ผู้ใดมาขอพึ่งพระนางมารีอา (แน่นอน ท่านมุ่งจะกล่าวถึงผู้ที่ตั้งหน้าจะกลับใจจริง) ผู้นั้นได้รอดอยู่แล้ว ท่านจึงถวายนามเรียกพระนางว่า “คราวรอดของผู้วิงวอน” (43) เพราะฉะนั้น ชาวเราทั้งหลาย จงวิ่งไปขอพึ่งพระมารดาของพระเป็นเจ้าเสมอ ๆ เถิด จงกราบทูลพระนาง อย่างนักบุญบอนาแวนตูราเสมอ ๆ ว่า “In te, Domina, speravi, non confundar in aeternum!” โอ้พระบรมราชินี โอ้พระมารดาของพระเป็นเจ้า พระนางมารีอา ข้าพเจ้าไมมีวันจะตกนรก เพราะข้าพเจ้าวางใจในท่าน
ข้อเตือนใจและคำภาวนา
โอ้พระแม่มารีอา นี่แนะ คนบาปเดนนรกกำลังกราบอยู่แทบพระบาทและอ้อนวอนขอพระกรุณา จริงแล้ว ข้าพเจ้าไม่สมควรจะอยู่เฉพาะพระพักตร์เพราะไม่มีความดีแต่อย่างใดเลย แต่ท่านคือพระมารดาแห่งความเมตตากรุณาและความ เป็นของไว้ใช้แก่ผู้ไม่สมควรนั่นเอง คนทั่วโลก ต่างพากันกล่าวขวัญเรียกท่านว่า “ที่หลบภัยและสรณะที่พึ่งหวังของคนบาป” ท่านจึงเป็นที่หลบภัย และเป็นสรณะที่พึ่งหวังของข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้าอยู่ในจำนวนแกะที่ได้เสียไป แต่ก็เพื่อจะกอบกู้แกะทั้งหลายที่ได้เสียไปให้รอด พระวจนาตถ์ผู้สถิตสถาพรตลอดนิรันดรจึงได้เสด็จมาจากสวรรค์รับเป็นบุตรของท่าน พระองค์ทรงประสงค์ให้ข้าพเจ้ามาขอพึ่งท่าน และทรงประสงค์ให้ท่านช่วยเสนอวิงวอนเพื่อข้าพเจ้านั่นเอง “พระนางมารีอาผู้ศักดิ์สิทธิ์ พระมารดาของพระเป็นเจ้า ช่วยวิงวอนข้าพเจ้าคนบาปทั้งหลายนี้เถิด” โอ้พระมารดาผู้ยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้าโปรดภาวนาอุทิศแก่มนุษย์ทุกคน โปรดวิงวอนพระบุตรของท่านเพื่อข้าพเจ้าด้วยเถิด โปรดทูลพระองค์ว่า ข้าพเจ้าเป็นทาสผู้ภักดีต่อท่าน และท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ของข้าพเจ้า โปรดทูลพระองค์ว่าข้าพเจ้าวางใจในท่าน โปรดทูลพระองค์ขอให้ทรงอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้ากำลังเป็นทุกข์ตรมตรอมใจด้วยบาปทุกประการที่ข้าพเจ้าได้กระทำผิดต่อพระองค์แล้ว โปรดทูลพระองค์ให้ดลบันดาลให้ข้าพเจ้าคงเจริญอยู่ในความประพฤติดีจนวันตาย โปรดทูลพระองค์ โปรดให้ข้าพเจ้ารักพระองค์ด้วยสิ้นสุดจิตใจ สรุปความคือ โปรดทูลพระองค์ว่า ข้าพเจ้าประสงค์จะเอาตัวรอดเถิด เจ้าข้า ท่านทูลขอสิ่งใด พระบุตรก็ทรงอนุมัติทั้งนั้น โอ้ พระแม่มารีอา ที่พึ่งหวังของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าวางใจในท่าน โปรดสมเพชข้าพเจ้าเถิด
(1) O certe Dei nostril mira benignitas, qui suis reis te Dominam tribuit advocatam, ut auxilio tuo quod volueris, valeas
impetrare.
(2) Grande privilegium, quod Maria apud Filium sit potentissima. (S. Bonav. in Spec. e Lect. 6).
(2b) Tr. 6 sup. Magn.
(3) Oratio Deiparae habet rationem imperii: unde impossibile est eam non exaudiri (Part. 4 tit. 25, c. 17 S 4).
(4) Filius quasi exsolvens debitum, petitiones tuas implet (Orat. de igg. Mar.).
(5) Euge, euge, quae debitorem habes Filium! Deo enim universi debemus, ibi autem ille debitor est (Orat. be Sim. et
Ann.).
(6) Omnipotens auxilium tuum, O Maria,
(7) Cum autem eadem sit potestas Filii et Matris ab omnipotente Filio omnipotens Mater facta est. (De Laud. B. V. 1. 4)
(7b) Rev. 11, c. 4.
(8) Pete quod Visa me, non enim potest esse inanis petition tua.
(9) Quia tu nihil mihi negasti in terra, ego nihil tibi negabo in Coelis.
(10) Habes Vires insuperabiles, ne clementiam tuam superset multitude peccatorum. Nihil tuae resistit potentiae; tuam
enim gloriam Creator existimat esse propriam (Orat. de Ingr. B.V.).
(11) Nihil tibi impossibile, quae etiam desperatos in spem salutis’ potes relevare (Nat. B.V.).
(11b) S. Germ. Serm. 3, in Dorm. B.v.
(12) Loquere, Domina, quia audit Filius tuus, et quaecumque petieris impetrabis.
(13) Sed oculi Dominae super justos etpeccatores, sicut oculi matris ad puerum necadat, vel si cediderit, ut sublevet.
(14) Certe, Domina, cum te aspicio, nihil nisi misericordiam.
(15) Quid ad Mariam accedere trepidat humana fragilitas? Nihil austerum in ea, nihil terribile; tota suavis est.
(16) Advoca omnium iniquorum ad se confugientium.
(17) Ego vocor ab omnibus Mater misericordiae, et vere misericordia illius misericordem mefecit, (Rev. lib. 2, Cap. 6).
(18) Ideo miser erit, qui ad misericordem, cum posit non accedit
(19) Ipsa enim non misereri ignorat, et miseris non satisfacere nunquam scivit.
(20) Tue s regina misericordiae, et qui subditi misericordiae, nisi miseri?
(21) Tu regina misericordiae et ego miserrimus peccator, sabditorum maximus: rege nos ergo, O Regina misericordiae.
(22) Publicum valetudinarium
(23) Etiam diabolo misericordiam exgibere, si humiliter peteret,
(24) Quantumque homo peccet, si ex vera emendatione ad me reverses fuerit, statim parata sum recipere revertentem; nec
attendo quantum peccaverit, sed cum quail voluntate venerit. Nam non dedignor ejus plagas ungere et sanare, quia
vocor et vere sum Mater misericordiae.
(25) Respirate ad illam, perditi peccatores, et perducat vos ad portum (Psalt. 18.)
(26) Quaeramus gratiam, et per Mariam quaeramus. (Serm. de Aquaed.)
(27) Cupientes invenire gratiam, quaeramus inventricem gratiae (De Laud. B. V.)
(28) Currant ergo, currant peccatores ad Virginem qui gratiam amiserunt peccando; secure dicant: redden obis rem
nostrum quam invenisti.
(29) Advocata nostra, officium tumm imple
(30) Vocat omnes, justos et peccatores.
(31) Ipsa simper circuet, quaerens. quem salvet. (Marial. p. 3 Serin. 3).
(32) Quis post Filium tuum curam gerit generic humani sicut tu? (Serm.de Zona Virg.)
(33) Undique sollicita es de miseris: solum misereri videris appetere (Stim. am.: p. 3 c. 19)
(34) Tanta est Ejus Benignitas, ut nemo ab ea repellatur (Praef. in Cant B. V.)
(35) Velocius occurrit ejus pietas quam invocetur et causas miserorum anticipat. (In Cant. Cap. 23).
(36) A Deo pietate replentur ubera tua, ut, alicujus miseriae notitia tacta lac fundavit misericordiae, nec possis miseries
scire, et non subvenire.
(37) Magnatuit erga miseros misericordia Mariae, abhuc Exulantis in mundo sed multo major est regnantis in Coelo (In
spec. B. V. cap. 8).
(38) Si tam prompta ad auxilium currit non quaesita, quid quaesita praestitura est?
(39) Invenias simper paratam auxiliari.
(40) Plus vult illa bonum tibi facere et gratiam largiri, quam tu accipere concupiscas (Marial. p. 2, 5).
(41) Invenies eam in minibus plenam misericordia et liberalitate.
(42) In te Domina, peccant, non solum qui tibi injuriam irrogant, sed etiam, qui te non rogant (S. Bon. in Spec. Virg.).
(43) O salus te invocantium.
ท่านกำลังอ่าน