Skip to main content

เตรียมเผชิญ

ค ว า ม ต า ย

บทที่ 33 ความรักของพระเป็นเจ้า

1. พระเป็นเจ้าทรงรักเราแต่นิรันดรภาพ

 

ประการต้น ท่านจงพิเคราะห์ดูว่า: พระเป็นเจ้าทรงสมควรหนักหนา จะให้ท่านรักพระองค์ ทั้งนี้เพราะพระองค์ได้ทรงรักท่าน ก่อนท่านจะได้รักพระองค์ และได้ทรงรักท่านก่อนใครอื่นทั้งหลายหมด พระองค์ได้ตรัสโดยทางประกาศว่า “เราได้รักท่านด้วยความรักชั่วนิรันดร” (ยรม. 31, 3) ในโลกเรานี้ผู้ที่ได้รักท่านก่อนหมดคือ พ่อแม่ของท่าน แต่เขาได้รักท่าน ก็ต่อเมื่อได้รู้จักท่าน ก่อนแล้ว สำหรับพระเป็นเจ้าเมื่อท่านยังไม่เป็นอยู่ พระเป็นเจ้าก็ได้ทรงรักท่านแล้ว เมื่อพ่อแม่ของท่านยังไม่ได้เป็นอยู่ในโลก พระเป็นเจ้าก็ได้ทรงรักท่ารก่อนแล้วยิ่งกว่านั้น เมื่อโลกนี้ยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้น พระเป็นเจ้าก็ได้ทรงรักท่านก่อนแล้วด้วยพระองค์ได้ทรงรักท่าน ก่อนสร้างโลกนี้มา นานเท่าไรเล่า?- แต่หนึ่งพันปี หนึ่งพันศตวรรษกระนั้นหรือ?- โอ! อย่าพูดเป็นปี อย่าพูดเป็นศตวรรษเลยจงทราบไว้เถิดว่า พระองค์ได้ทรงรักท่านแต่นิรันดรภาพนั่นเอง “เราได้รักท่านด้วยความรักชั่วนิรันดร ฉะนั้นเราจึงได้นำท่านออกมา เพราะความเมตตา” (ยรม. 31, 3) พูดสั้น ๆ นับแต่พระเป็นเจ้าทรงเป็นพระเจ้า พระองค์ก็ได้ทรงรักท่านเสมอ ตั้งแต่พระองค์ทรงรักพระองค์เอง ก็ได้ทรงรักท่านด้วย ถูกต้องทีเดียวที่นักบุญพรหมจาริณี อักแนส ได้กล่าวว่า “ฉันมีคนรักอยู่ก่อนแล้ว” (1) เมื่อโลกและสัตว์โลกขอความรักจากเธอ เธอก็ตอบว่า “ไม่ได้หรอกโลก และสัตว์โลกเจ้าเอ๋ย ฉันรักเจ้าไม่ได พระเป็นเจ้าได้ทรงรักฉันก่อนใครอื่นหมด จึงยุติธรรมแล้ว ที่ฉันจะมอบความรักของฉันทั้งหมด แด่พระองค์ผู้เดียว” 

ฉะนั้น พี่น้องที่รัก ตั้งแต่นิรันดรภาพ พระเป็นเจ้าของท่านได้ทรงรักท่านและเพราะที่ทรงรักท่านนี้เอง พระองค์จึงได้ทรงเลือกสรรท่าน ท่ามกลางคนอื่นและจำนวนมากที่พระองค์อาจจะทรงสร้างมาได้ แล้วพระองค์ได้ทรงโปรดให้ท่านมีความเป็นอยู่และได้ทรงวางท่านไว้ในโลก เพราะความรักต่อท่านนี้เองอีกเหมือนกัน พระองค์จึงได้ทรงสร้างสัตว์โลกงาม ๆ จำนวนมากหลาย เพื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านและเพื่อเตือนให้ท่านระลึกถึงความรักของพระองค์ต่อท่าน และเพื่อให้ท่านระลึกถึงความรักที่ท่านจะต้องมีต่อพระองค์ นักบุญเอากุสตินกล่าวว่า “ฟ้า แผ่นดิน และสรรพสิ่ง ต่างเตือนข้าพเจ้าให้รักพระองค์” (2) เมื่อท่านมองดูดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดารา ภูเขา แม่น้ำ ดูเหมือนว่าทุกสิ่งพูดกับท่านและบอกท่านว่า: เอากุสตินเอ๋ย จงรักพระเป็นเจ้าเถิด เพราะว่าพระองค์ได้ทรงสร้างพวกเรามาเพื่อท่าน หวังจะให้ท่านรักพระองค์ ท่านอธิการรังเซ ผู้ตั้งนิกายฤษีตรัปปีสต์ เมื่อมองดูเนิน ลำธาร ดอกไม้ ท่านก็พูดว่า สัตว์โลกเหล่านี้เตือนท่านให้ระลึกถึงความรักของพระเป็นเจ้าต่อท่าน นักบุญเทเรซาก็เหมือนกัน บอกว่า: สัตว์โลกตำหนิความอกตัญญูของเธอต่อพระเป็นเจ้า นักบุญมารีอา มักดาเลนาแห่งปัสซี เมื่อถือดอกไม้หรือผลไม้ใด ๆ ในมือ เธอรู้สึกเหมือนว่ามันแทงใจของเธอดุจลูกศรจี้ให้เธอรักพระองค์ เธอจึงพูดกับตนเองว่า: ตั้งแต่นิรันดรภาพมาพระเป็นเจ้าได้ทรงดำริจะสร้างผลไม้ผลนี้ ดอกไม้ดอกนี้เพื่อให้ฉันรักพระองค์

อนึ่ง ท่านพึงพิเคราะห์ดูความรัก ความโปรดปรานของพระเป็นเจ้าต่อตัวท่านเองเป็นพิเศษ พระองค์ได้ทรงโปรดให้ท่านเกิดมาในหมู่บ้านคริสตังและในอุระแห่งพระศาสนจักรเที่ยงแท้ มีกี่คน เกิดมาท่ามกลางคนนอกพระศาสนาและพวกเฮเรติก ซึ่งล้วนแต่จะต้องพินาศไป! น้อยคนนักได้มีบุญเกิดในท่ามกลางผู้ปฏิบัติตามความเชื่อจริง ๆ และพระสวามีเจ้าได้ทรงเลือกสรร ให้ท่านอยู่ท่ามกลางคนจำนวนน้อยเหล่านี้แหละ โอ้! พระคุณความเชื่อช่างเป็นพระคุณใหญ่หลวงเพียงไรหนอ! มีคนกี่ล้าน ที่อดมิได้รับศีลศักดิ์สิทธิ์ มิได้ฟังพระธรรมคำสอน มิได้แลเห็นแบบอย่างอันดีของเพื่อนคนอื่น มิได้รับวิธีการสำหรับเอาตัวรอดอย่างอื่น ๆ อันมีอยู่ในพระศาสนจักรเที่ยงแท้ของเรา! และพระเป็นเจ้าได้ทรงโปรดประทานให้ท่านมีวิธีการทั้งหลายเหล่านี้ โดยที่ท่านมิได้สร้างกุศลกรรมอันใดเพื่อสมจะได้รับเลย  กว่านั้นอีก พระองค์ได้ทรงแลเห็นอกุศลกรรมของท่านก่อนแล้วด้วย เหตุว่าขณะที่พระองค์ทรงคิดจะสร้างท่านและประทานพระคุณเหล่านั้นแก่ท่าน พระองค์ได้ทรงแลเห็นความผิดชั่วร้ายทั้งหลายที่ท่านจะกระทำต่อพระองค์ก่อนแล้วทั้งนั้น!

ข้อเตือนใจและคำภาวนา

โอ้พระสวามีเจ้าสวรรค์และแผ่นดิน องค์คุณงามความดีที่ล้นพ้น พระมหิทธิศักดิ์ล้นเกล้า พระองค์ได้ทรงรักมนุษย์มากมายถึงเพียงนี้ แต่แล้วไฉนมนุษย์จึงดูหมิ่นพระองค์ได้หนอ! ท่ามกลางมนุษย์เหล่านั้น พระองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า ได้ทรงโปรดปรานข้าพเจ้าเป็นพิเศษ ประทานพระคุณแก่ข้าพเจ้า ที่พระองค์มิได้ทรงประทานแก่ผู้อื่นทุกคน แล้วไฉนข้าพจยังบังอาจดูหมิ่นพระองค์ยิ่งกว่าใคร ๆ ได้อีกเล่า? โอ้ พระเยซู พระมหาไถ่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอกราบลงแทบพระบาท “อย่าทรงขับไล่ข้าพเจ้าให้พ้นจากพระพักตร์เลย” (สดด. 50, 17) ที่จริงข้าพเจ้าสมจะถูกพระองค์ขับไล่ เพราะได้ทำใจดำต่อพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ แต่พระองค์เองได้รับสั่งว่า: พระองค์ไม่ทรงรู้จักขับไล่ดวงใจที่เป็นทุกข์กลับมาหาพระองค์ (ยน. 6, 37) ข้าพเจ้าเป็นทุกข์เพราะได้ทำขัดเคืองพระทัยของพระองค์แล้ว คราวก่อนโน้นข้าพจได้ทำเป็นไม่รู้จักพระองค์ บัดนี้ข้าพเจ้าขอรับว่า พระองค์ คือพระสวามี และพระมหาไถ่ของข้าพเจ้า พระผู้ทรงมรณะเพื่อให้ข้าพเจ้ารอด และเพื่อให้ข้าพเจ้ารักพระองค์ พระเยซูเจ้าข้า เมื่อไรหนอข้าพเจ้าจะไม่ใจดำต่อพระองค์ต่อไป? เมื่อไรหนอข้าพเจ้าจะเริ่มรักพระองค์จริง ๆ? ตั้งแต่บัดนี้ไปข้าพเจ้าตั้งใจรักพระองค์ด้วยทั้งหมดดวงใจ และจะไม่รักอะไรอื่นนอกจากพระองค์ โอ้พระทัยดีที่ล้นพ้น ข้าพเจ้าขอกราบนมัสการพระองค์แทนคนอื่นทั้งหลายที่ไม่ยอมนมัสการพระองค์ ข้าพเจ้าขอรักพระองค์แทนคนอื่นทั้งหลายที่ไม่รักพระองค์ ข้าพเจ้าเชื่อในพระองค์ วางใจในพระองค์ รักพระองค์ ขอพลีถวายทุกสิ่งแด่พระองค์ โปรดประทานพระหรรษทานช่วยข้าพเจ้าด้วยเถิดพระเจ้าข้า พระองค์ทรงทราบดีว่า ข้าพเจ้าอ่อนแอเพียงไร อย่างไรก็ดี เมื่อข้าพเจ้ามิได้รักพระองค์ มิได้ปรารถนาจะรักพระองค์ พระองค์ก็ยังได้ทรงพระกรุณาโปรดปรานข้าพเจ้าถึงปานนี้แล้ว ข้าพเจ้าจะต้องวางใจในพระมหากรุณาธิคุณมากขึ้นเพียงใดเล่า ในขณะนี้ ที่ข้าพเจ้ากำลังรักพระองค์ กำลังไม่ปรารถนาสิ่งใดนอกจากพระองค์? พระสวามีเจ้าข้า โปรดให้ข้าพเจ้ารักพระองค์เถิด ให้รักพระองค์อย่างเร่าร้อน จนลืมสัตว์โลกทั้งสิ้น ให้รักพระองค์อย่างเข้มแข็ง จนสามารถฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่างในการทำความชอบใจแด่พระองค์ ให้รักพระองค์อย่างมั่นคงถาวรจนข้าพเจ้ากับพระองค์ไม่มีวันจะแยกกันได้อีกเลย พระเจ้าข้า

พระเยซูเจ้าข้า ข้าพเจ้าหวังจะได้สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ด้วยเดชะพระบุญญาบารมีของพระองค์ พระเจ้าข้า พระแม่มารีอาเจ้าข้า ข้าพจเหวังจะได้สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ด้วยเดชะคำวิงวอนของท่านด้วย

2. พระเป็นเจ้าทรงรับเป็นมนุษย์เพื่อเรา

มิใช่เพียงพระเป็นเจ้าได้ทรงประทานสัตว์โลกหลายอย่างต่างสีแก่ชาวเราเท่านั้น แค่นี้ยังไม่อิ่มพระทัย จะอิ่มพระทัยก็ต่อเมื่อจะได้ทรงประทานพระองค์ ของพระองค์เองให้แก่ชาวเราเท่านั้น “พระองค์ได้ทรงรักเรา และได้ทรงประทานพระองค์เองเพื่อเรา” (อฟ. 5, 2) บาปจัญไรได้เป็นเหตุทำให้เราเสียพระหรรษทาน สวรรค์ และให้เรากลายเป็นทาสนรก แต่พระบุตรของพระเป็นเจ้า ได้ทำให้สวรรค์ และธรรมชาติ ต้องงงงันไปทีเดียว โดยทรงพระกรุณาเสด็จมายังแผ่นดินโลก ทรงรับเป็นมนุษย์ สำหรับจะไถ่ จะกู้เราให้พ้นจากความตายชั่วนิรันดร และให้เรากลับได้รับพระหรรษทาน และสวรรค์ที่เราได้เสียไปนั้น เราจะแปลกใจเพียงไร หากเราไปแลเห็นพระราชา ทรงรักหนอนเหลือเกิน จึงได้เนรมิตให้พระองค์เองเป็นหนอนไปด้วย! ก็ชาวเราจะต้องอัศจรรย์ใจมากกว่านั้นอีกเพียงไรเล่า เมื่อมาแลเห็นพระเป็นเจ้า ทรงรักมนุษย์อย่างล้นเหลือ จึงได้บันดาลให้พระองค์กลายเป็นมนุษย์! “พระองค์ได้ทรงทำให้พระองค์กลายเป็นเปล่าไป ด้วยได้ทรงเอารูปของทาส และกลายเป็นมนุษย์ และได้ปรากฏเป็นมนุษย์สามัญ” (ฟป. 2, 7) พระเป็นเจ้าทรงหุ้มห่อพระองค์ด้วยเนื้อหนัง! “และพระวจนาตถ์ได้ทรงรับเอากาย” (ยน. 1, 14)

แต่เราต้องรู้สึกอัศจรรย์ใจยิ่งขึ้นอีก เมื่อพิเคราะห์ดูกิจการที่พระบุตรของพระเป็นเจ้าได้ทรงกระทำ ได้ทรงรับทน เพราะทรงรักเรา! เพื่อจะไถ่เราพระองค์ไม่เพียงแต่หลั่งพระโลหิตหยดหนึ่ง น้ำตาหยดหนึ่ง ไม่เพียงแต่อธิษฐานภาวนาสั้น ๆ ประเดี๋ยวหนึ่ง ซึ่งเพียงการอธิฐานเท่านี้ ก็เหลือจะพอแล้ว ทั้งนี้เพราะว่าเป็นคำอธิษฐานของพระเป็นเจ้า พระบุคคลหนึ่ง จึงมีค่าหาขอบเขตมิได้พอคุ้มเหลือคุ้มจะช่วยโลกทั้งโลกให้รอด อย่าว่าแต่โลกเดียวเลย แม้โลกนับไม่ถ้วนก็ยังเหลือจะพอ นักบุญเอากุสตินให้อัตถาธิบายว่า “สิ่งซึ่งพอสำหรับไถ่เรายังไม่พอ สำหรับความรักอันใหญ่หลวงของพระเป็นเจ้าต่อเรา” (3) พระองค์มิใช่แต่ทรงปรารถนาให้เรารอด แต่พระองค์ทรงรักเรามาก จึงปรารถนาให้เรารักพระองค์มาก ๆ ด้วย ฉะนั้นพระองค์จึงได้ทรงเลือกเอาการดำรงชีพอย่างยากลำเค็ญ เลือกเอาการถูกสบประมาทนานาประการ เลือกเอาพระมรณธรรมอันร้ายกาจฉกรรจ์กว่าความตายทั้งหลายสิ้น ทั้งนี้ก็เพราะทรงหวังจะให้ชาวเรารู้แจ้งว่า พระองค์ทรงร้อนรุอยู่ด้วยความรักต่อเรา อย่างหาขอบเขตมิได้นั้นเอง “ได้ทรงถ่อมพระองค์ลง นอบน้อมจนมรณะ และมรณะบนไม้กางเขน” (ฟป. 2, 8) 

โอ้! ความรักของพระเป็นเจ้า ช่างใหญ่หลวงเกินขนาดจริง ๆ จนมนุษย์ทั้งสิ้น เทวดาทั้งหลาย ไม่สามารถจะหยั่งเข้าใจถึงได้! ข้าพเจ้าใช้คำว่า “เกินขนาด” ก็เพราะเป็นคำที่โมเสสและเอลิยาห์ได้ใช้ คราวเมื่อท่านประจักษ์มาสนทนาเรื่องพระมหาทรมาน กับพระเยซูคริสต์ ที่ภูเขาทาบอร์ “ท่านสนทนากันถึงความเกินขนาด ซึ่งพระองค์จะทรงบำเพ็ญในไม่ช้าที่กรุงเยรูซาแลม” (ลก. 9, 30) นักบุญบอนาแวนตูรา กล่าวว่า “เป็นการเกินขนาดแห่งความทุกข์ร้อน เป็นการเกินขนาดแห่งความรัก” (4) สมมุตว่า พระมหาไถ่ทรงเป็นพระเป็นเจ้าเป็นแต่เพียงเพื่อนหรือญาติพี่น้องของเราเท่านั้น พระองค์จะทรงเอาอะไรมาแสดงความรักต่อเราได้ ให้มากไปกว่าตายเพื่อเราเล่า? “ไม่มีใครรักมากกว่าผู้ที่พลีชีพเพื่อเพื่อนของตน” (ยน. 15, 13) สมมุติอีกอย่างหนึ่งว่า พระเยซูคริสต์ทรงมีความจำเป็นจะต้องช่วยชีวิตพระบิดาของพระองค์ไว้ ก็เพื่อแสดงความรักต่อพระบิดา พระองค์จะทำอะไรได้ให้มากไปกว่า ตายเพื่อพระบิดาเล่า? พี่น้องที่รักทีนี้สมมุติกลับกัน ท่านเป็นพระเป็นเจ้า เป็นผู้สร้างพระเยซูคริสต์มาเอง ท่านจะให้พระเยซูคริสต์ทรงทำอะไรเพื่อท่านให้มากไปกว่า การพลีพระชนม์ชีพในมหาสมุทรแห่งการถูกหมิ่นประมาท และการทุกข์ทรมานอย่างที่พระองค์ได้ทรงรับมาแล้ว ได้เล่า? สมมุติว่า มนุษย์คนถ่อยที่สุดในโลก ได้ทำอะไรแก่ท่านอย่างที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงปฏิบัติมาแล้วนั้น ท่านจะดำรงชีพ ไม่รักเขา จะเป็นไปได้หรือ?

นี่แน่ะ! ท่านจะว่าอย่างไร? ท่านเชื่อหรือไม่ว่า พระเยซูได้ทรงรับเป็นมนุษย์ และได้ทรงมรณะเพื่อท่าน? ท่านเชื่อแต่ท่านไม่รักพระองค์ นี่มันเป็นไปได้หรือ? ท่านอาจจะคิดรักสิ่งอื่น นอกจากพระเยซูคริสต์จะเป็นได้หรือ? บางทีท่านยังแคลงใจในความรักของพระองค์ต่อท่านกระมัง? นักบุญเอากุสติน กล่าวว่า: พระองค์ได้เสด็จมายังโลก เพื่อทนทุกข์ทรมานและเพื่อมรณะเพื่อท่าน ทั้งนี้ต้องการให้ท่านทราบว่า พระองค์ทรงรักท่านเพียงไร? (5) ก่อนจะเสด็จอวตารรับเป็นมนุษย์ ชาวเรายังพอจะสงสัยได้ว่า พระองค์ทรงรักเราจริงหรือหาไม่แต่เมื่อได้ทรงรับเป็นมนุษย์ และได้มรณะเพื่อเราแล้ว เราจะยังสงสัยในความรักของพระองค์ได้อีกหรือ? จะให้พระองค์ทรงเอาอะไรมาแสดงความรักต่อท่านให้มากกว่าการพลีพระชนม์ชีพของพระองค์เอง เพื่อท่านอีกเล่า? หูของเราได้ยินพูดจนเคยชิน ถึงเรื่องการอวตารรับเป็นมนุษย์ การไถ่บาป พระเป็นเจ้าในรางหญ้า พระเป็นเจ้าตรึงอยู่บนไม้กางเขนเสียแล้ว...โอ! ความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์เอ๋ย โปรดส่งสว่างชาวเราทีเถิด!

ข้อเตือนใจและคำภาวนา

พระเยซูเจ้าข้า ข้าพเจ้ามองเห็นแล้วว่า พระองค์ไม่ทรงมีทางอื่นจะข่มบังคับให้ข้าพเจ้ารักพระองค์มากกว่าที่พระองค์ได้ทรงกระทำเพื่อข้าพเจ้ามาแล้ว ข้าพเจ้ามองเห็นแล้วว่า ความอกตัญญูใจดำของข้าพเจ้าข่มบังคับให้พระองค์ทรงละทิ้งข้าพเจ้า! ขอถวายพระพรเสมอเป็นนิตย์ แด่ความเพียรทนของพระองค์ต่อข้าพเจ้า จนถึงปานนี้! ข้าพเจ้าควรจะไปนรกแล้ว แต่การสิ้นพระชนม์ของพระองค์เป็นสรณะของข้าพเจ้า โปรดเถิด พระเจ้าข้า โปรดให้ข้าพเจ้ารู้ซาบซึ้งว่าพระองค์ องค์คุณงามความดีที่ล้นพ้น สมควรนักหนาให้ข้าพเจ้ารัก และข้าพเจ้ามีหน้าที่ต้องรัก พระเยซูเจ้าข้า ข้าพเจ้าทราบดีว่า พระองค์ได้ทรงมรณะเพื่อข้าพเจ้า แต่อนิจจา! ไฉนข้าพเจ้ายังได้ดำรงชีพ ลืมพระองค์ตลอดเวลาช้านานหลายปีได้อีกเล่า? โอพระสวามีเจ้าข้า หากข้าพเจ้าจะเริ่มชีวิตใหม่ได้ ข้าพเจ้าก็ใคร่จะถวายชีวิตทั้งชีวิตทีเดียวแด่พระองค์! แต่อนิจจา! เวลาที่ล่วงไปไม่มีวันจะกลับมาเสียแล้ว! ฉะนั้น โปรดเถิด โปรดให้ข้าพเจ้าใช้ชีวิตอย่างน้อยช่วงที่ยังเหลืออยู่นี้เฉพาะเพื่อรักพระองค์ เพื่อทำความชอบใจแด่พระองค์อย่างเดียวเท่านั้น พระเจ้าข้า! ข้าแต่พระมหาไถ่ที่สุดเสน่หา ข้าพเจ้ารักพระองค์ทั้งหมดดวงใจ โปรดให้ความรักอันนี้ทวียิ่งขึ้นอีก และให้ข้าพจเระลึกถึงพระคุณานุคุณของพระองค์อยู่เสมอมิได้ขาด และขออย่าปล่อยให้ข้าพเจ้าทำใจดำต่อพระองค์สืบไปอีกเลย พระเจ้าข้า ไม่เอาแล้ว ข้าพเจ้าไม่ยอมต่อสู้กับความสว่างที่พระองค์กำลังทรงประทานอยู่นี้ พระองค์ทรงใคร่ให้ข้าพเจ้ารักพระองค์ ข้าพจแองก็ปรารถนาจะรักพระองค์ พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าจะไปรักใคร หากไม่รักพระเป็นเจ้าองค์ความงามปราศจากขอบเขต องค์ความดีปราศจากขอบเขต พระเป็นเจ้าผู้ทรงมรณะเพื่อข้าพเจ้า พระเป็นเจ้าผู้ทรงเพียรทนข้าพเจ้าเป็นนักหนา แทนจะทรงลงพระอาชญาตามโทษานุโทษ กลับทรงเปลี่ยนพระอาชญาให้กลายเป็นพระหรรษทานและพระคุณอื่น ๆ อีกเล่า! เป็นความจริงทีเดียว ข้าพเจ้ารักพระองค์ พระเป็นเจ้าผู้ทรงน่ารักอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าไม่ใฝ่หาอะไร ไม่ขอสิ่งใดนอกจากขอมีชีวิตอยู่เพื่อรักพระองค์และเพื่อลืมหมดทุกสิ่ง นอกจากพระองค์ผู้เดียว โอ! องค์ความรักอันปราศจากขอบเขต แห่งพระสวามีเจ้าของพระองค์จนหมดสิ้นด้วยเถิด พระเจ้าข้า

โอ พระนางมารีอา พระมารดาผู้ยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้า โปรดเสนอวิงวอนเพื่อข้าพเจ้าด้วยเถิด โปรดวิงวอนพระเยซูทรงดลบันดาลให้ข้าพเจ้ากลายเป็นของพระองค์ จนหมดสิ้นเถิด เจ้าข้า

3. พระเป็นเจ้าทรงมรณะบนไม้กางเขนเพื่อเรา

ชาวเราต้องอัศจรรย์ใจมากขึ้นอีก เมื่อพิเคราะห์ดูความปราถนาของพระเยซูเจ้าใคร่จะทนทุกข์ทรมานและมรณะเพื่อเรา ขณะกำลังดำรงพระชนม์ชีพบนโลกนี้ พระองค์ทรงเคยตรัสว่า: เราจะถูกชะล้าง ด้วยการอาบโลหิตของเราเอง เราปรารถนาแทบจะวายปราณอยากให้ความทรมาน และความตายของเรามาถึงเร็ว ๆ ทั้งนี้เพื่อให้มนุษย์รู้โดยเร็วว่าเรานี้รักเขาเพียงไร “เราจะต้องถูกชะล้างด้วยการอาบและเรารู้สึกกระวนกระวายจนกว่ามันจะสำเร็จเป็นไป” (ลก. 22, 15) นักบุญบาซีลีโอแห่งเซเลวชีอา จึงกล่าวว่า “ดูเหมือนพระเป็นเจ้าของเรารักมนุษย์ไม่รู้จักอิ่ม” (6) 

อา! พระเยซูเจ้าข้า ที่มนุษย์ไม่รักพระองค์ ก็เพราะว่า เขาไม่คิดถึงความรักของพระองค์ต่อเขานั่นเอง โอ! หากวิญญาณใดพินิจพิจารณาดู เรื่องพระเป็นเจ้าทรงมรณะเพราะรักเขา และทรงปรารถนาอย่างยิ่งจะมรณะ เพื่อแสดงว่าทรงรักเขาแล้ว จะเป็นไปได้อย่างไรหนอ ที่วิญญาณนั้นจะดำรงชีพไม่รักพระองค์? นักบุญเปาโล บอกว่า: มิใช่แต่การที่พระเยซูได้ทรงกระทำมิใช่แต่การที่พระองค์ได้ทรงรับทน แต่แม้ความรักที่พระองค์ทรงแสดงออกด้วยการรับทนทุกข์ทรมานเพื่อเราเท่านั้น ก็บังคับและข่มให้เรารักพระองค์อยู่แล้ว “ความรักต่อพระคริสโตเร่งรัดเรา” (2 คร. 5, 14)

เมื่อนักบุญเลาแลนซีโอ ยูสตีนีอาโน พิเคราะห์ดูเรื่องนี้ ท่านอุทานว่า “เราได้แลเห็นพระเป็นเจ้า ผู้เป็นองค์พระดำริปรีชาโดยแท้ ได้กลายเป็นเหมือนคนบ้าบอ เพราะความรักต่อมนุษย์จนเหลือเกิน” (7) หากความเชื่อไม่สอน ใครหนอจะเชื่อได้ว่า พระผู้สร้างได้ทรงพอพระทัยมรณะเพื่อสัตว์โลกของพระองค์เอง? วันหนึ่ง นักบุญมารีอา มักดาเลนา แห่งปัสซี กำลังเข้าฌาณ ขณะนั้นมือของท่านกำลังถือกางเขน ท่านได้เรียกพระเยซูเจ้าว่าเป็นคนบ้ารัก ทูลพระองค์ว่า “จริงทีเดียว พระเยซูเจ้าข้า พระองค์บ้ารัก” คนนอกพระศาสนาเขาก็คิดดั่งนี้จริง ๆ เมื่อเขาได้ยินเทศนาเรื่องพระเยซูทรงมรณะ เขาถือว่า นี่มันเป็นเรื่องบ้าบอ เหลือที่จะเชื่อได้ ท่านอัครสาวกเอง ได้ยืนยันว่า “พวกเราเทศนาเรื่องพระคริสต์ถูกตรึงกางเขนซึ่งเป็นที่สะดุด สำหรับประชากรชาวยิว และเป็นความบ้าบอสำหรับประชากรคนนอกพระศาสนา” ( 1 คร. 1, 23) เขาพูดว่า: เป้นอย่างไรกันได้ ที่พระเป็นเจ้า ผู้ทรงเป็นสุขบริบูรณ์ทุกประการในพระองค์เองอยู่แล้ว ทั้งไม่ต้งอการผู้ใดสิ่งใดเลย จะมายอมเสด็จมายังแผ่นดินโลก รับเป็นมนุษย์ และตายเพราะรักมนุษย์สันว์โลกของพระองค์ท่านเอง? เชื่อเช่นนี้ก็เท่ากับเชื่อว่า พระเป็นเจ้าทรงกลายเป็นบ้ารักมนุษย์นั่นเอง แต่ก็เป็นอัตถ์ความเชื่อว่า: พระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเป็นเจ้า ได้ทรงยอมมรณะเพราะรักเรา “พระองค์ได้ทรงรักเรา และได้ทรงมอบพระองค์เองให้แก่เรา” (อฟ. 5, 2)

ไฉนพระองค์ได้ทรงกระทำเช่นนั้น?- ได้ทรงกระทำเช่นนั้น ก็เพื่อให้เราดำรงชีพมิใช่เพื่อโลกต่อไป แต่เพื่อพระสวามีเจ้า ผู้ได้ทรงยินดีมรณะเพื่อเรา “พระคริสต์ได้ทรงมรณะเพื่อทุกคน หวังจะให้ทุกคน ไม่ดำรงชีพเพื่อตัวเขาเองต่อไป แต่เพื่อผู้ทรงมรณะเพราะเห็นแก่เขา” (2 คร. 5, 15) พระองค์ได้ทรงกระทำเช่นนั้น ก็เพื่ออาศัยความรักที่พระองค์ได้แสดงออก จะได้ครองกรรมสิทธิ์ในความรักทั้งหมดของเรา “พระคริสต์ได้ทรงมรณะ และเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพก็เพื่อจะได้เป็นเจ้าของของผู้เป็นและผู้ตาย” (รม. 14, 19) เพราะฉะนั้น เมื่อบรรดานักบุญพิเคราะห์ดูการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ท่านจึงถือว่า การสละชีพสละทุกสิ่ง เพื่อสนองความรักของพระเป็นเจ้า ผู้ได้ทรงรักเราจนถึงปานนี้นั้นเป็นเพียงการตอบแทนเล็กน้อยเท่านั้น มีเจ้านายกี่องค์ มีพระเจ้าแผ่นดินกี่องค์ ได้สละละญาติพี่น้อง สมบัติพัสถาน ประเทศชาติ และแม้ราชสมบัติ แล้วไปขังตัวอยู่ในพระอาราม สำหรับครองชีพเพื่อรักพระเยซูคริสต์แต่ผู้เดียว! มีมาร์ตีร์กี่องค์ได้สละชีพเพื่อรักพระองค์! มีสาวพรหมจาริณีกี่องค์ ได้ยอมสละละการสมรสอย่างมีหน้ามีตา แล้วเดินเข้าไปสู่ที่ประหารด้วยหน้าชื่นตาบาน! ทั้งนี้ เพื่อสนองตอบความรักของพระเป็นเจ้าผู้ได้ทรงมรณเพราะรักท่านบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ

ส่วนตัวท่านเล่า พี่น้องที่รัก จนถึงบัดนี้ท่านได้ทำอะไรบ้า เพื่อแสดงว่าท่านรักพระเยซูคริสต์? พระองค์ได้ทรงมรณะเพื่อพวกนักบุญ เพื่อนักบุญเลาแรนซีโอ เพื่อนักบุญลูชีอา เพื่อนักบญอักแนส ฉันใด พระองค์ก็ได้ทรงมรณะเพื่อตัวท่านด้วย ฉันนั้น อย่งน้อยท่านคิดจะทำอะไรบ้าง ในชีวิตที่ท่านยังมีอยู่นี้และที่พระเป็นเจ้าทรงประทานให้ เพื่อให้ท่านรักพระองค์? นับแต่นี้เป็นต้นไปท่านจงมองดูรูปพระเยซูตรึงอยู่บนไม้กางเขนบ่อย ๆ เถิด และเมื่อมองดูนั้น ให้ท่านระลึกถึงความรักของพระองค์ต่อท่าน พลางให้ทูลพระองค์ในใจว่า: อย่างนี้เอง พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า พระองค์ได้ทรงมรณะเพื่อข้าพเจ้าอย่างนี้เอง!” จงทำดังนี้ ข้าพเจ้าขอย้ำเตือน จงทำดังนี้บ่อยๆ เถิด เพราะว่าเมื่อทำดังนี้ ท่านจำเป็นจะต้องรู้สึก คล้ายถูกบังคับโดยละม่อมให้รักพระเป็นเจ้า ผู้ได้ทรงรักท่านถึงปานฉะนี้

ข้อเตือนใจและคำภาวนา

ข้าแต่พระเยซูที่สุดเสน่หา เป็นความจริง ข้าพเจ้าไม่รักพระองค์ก็เพราะมิได้คิดถึงความรักของพระองค์ต่อข้าพเจ้า! อา! พระเยซูเจ้าข้า ข้าพเจ้าเป็นคนใจดำเหลือเกิน พระองค์ได้ทรงพลีพระชนม์ชีพเพื่อข้าพเจ้า โดยได้ทรงมรณะอย่างสาหัสฉกรรจ์กว่าความตายใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วข้าพเจ้ายังใจดำ ไม่ยอมแม้แต่คิดถึงพระองค์อีกเล่า อภัยโทษเถิด พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าขอตั้งสันย์ปฏิญญากับพระองค์ว่า แต่บัดนี้เป็นต้นไป พระองค์ องค์ความรักของข้าพเจ้า ผู้ได้ถูกตรึงบนไม้กางเขนจะเป็นสิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าจะคิดถึง จะเป็นสิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าจะรักพระมหาไถ่ที่สุดเสน่หา เจ้าข้า เมื่อปีศาจ หรือโลกจะมายื่นผลไม้อันต้องห้าม ผลใดผลหนึ่ง ให้ข้าพเจ้า โปรดเถิด โปรดให้ข้าพเจ้าระลึกถึงพระมหาทรมานที่พระองค์ได้ทรงรับทนเพราะทรงรักข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะได้รักพระองค์ และไมบังอาจทำเคืองพระทัยอีกเป็นอันขาด อา! แม้เพียงคนใช้ หากเขาได้ทำอะไรต่อข้าพเจ้าเหมือนอย่างพระองค์แล้ว ข้าพจเคงจะไม่กล้าทำอำรขัดใจเขาแน่ แต่แล้วไฉนข้าพเจ้าจึงหันหลังให้พระองค์ได้เป็นหลายครั้งหลายหนเล่า? หันหลังให้พระองค์ ผู้ทรงมรณะเพื่อข้าพเจ้า? ไฟความรักเจ้าเอ๋ย เจ้าได้บังคับให้พระเป็นเจ้าทรงพลีพระชนม์ชีพของพระองค์เองเพื่อข้าแล้ว มา มาเผา มาสุมทั่วทั้งดวงใจของข้าแล้วผลาญความรักที่ข้ามีต่อสัตว์โลกทั้งหมดให้เป็นจุลไป อา! พระมหาไถ่ที่สุดรักไฉนคนที่พินิจพิจารณาดูพระองค์ในรางหญ้าที่แบธเลแฮม หรือที่ไม้กางเขนบนเนินกาลวารีโอ หรือในศีลมหาสนิทบนพระแท่น จะไม่รักปฏิพัทธ์พระองค์ได้หนอ? พระเยซูเจ้าข้า ข้าพเจ้ารักพระองค์ ด้วยทั้งหมดดวงวิญญาณของข้าพเจ้าทีเดียว ตลอดชีวิตที่ข้าพเจ้ายังมีอยู่นี้ พระองค์จะทรงเป็นความดีของข้าพเจ้าแต่ผู้เดียว พระองค์จะเป็นความรักของข้าพเจ้าแต่ผู้เดียว เลิกกันที! โอ้น่าเสียดายเวลา ที่ข้าพเจ้าได้ล่วงไป โดยลืมพระมหาทรมาน ลืมความรักของพระองค์ขอมอบถวายตัวข้าพเจ้าเป็นสิทธิ์ขาดแด่พระองค์ และเพราะว่าทำอย่างไรเสียข้าพเจ้าก็ไม่สามารถถวายตัวให้สมควรได้ จึงขอพระองค์โปรดกุมมันไว้ โปรดเสวยราชย์ปกครองดวงใจข้าพเจ้าทั้งหมด ด้วยพระองค์เอง “ขอให้พระราชัยของพระองค์มาถึง” ขอให้ดวงใจดวงนี ไม่เป็นข้าของใคร นอกจากเป็นข้าความรักของพระองค์ ขออย่าให้มันพูดถึงอะไร อย่าให้มันทำอะไร อย่าให้มันคิดอะไร อย่าให้มันปรารถนาอะไร นอกจากรักพระองค์ และทำความชอบใจแด่พระองค์อย่างเดียวเท่านั้น ขอพระองค์ทรงประทานพระหรรษทานค้ำจุนข้าพจเ จะได้สามารถถืตามคำมั่นสัญญานี้ตลอดไป พระเยซูเจ้าข้า ข้าพเจ้าวางใจในพระบุญญาบารมีของพระองค์ พระเจ้าข้า

ข้าแต่พระแม่เจ้าแห่งความรักอันงาม โปรดให้ข้าพเจ้ารักพระบุตรของท่านมาก ๆ พระบุตรผู้น่ารักอย่างยิ่ง และผู้ได้ทรงรักข้าพเจ้าจนถึงปานฉะนี้เถิด

(1) Ab alio amatore praeventa sum.

(2) Coelum, et terra, et omnia mihi dicunt ut amem et (Con. 1. 10 c. 6).

(3) Quod sufficiebat redemptioni, non sufficiobat amori.

(4) Excexxus doloris, excessus amores. (S. Bonav.).

(5) Propterea Christus advenit, ut cognosceret homo quantum eum diligat Deus (De cat. red. c. 4).

(6) Hominum amore nequit expleri Deus.

(7) Vidimus sapientiam prae nimietate amoris infatuatam.

ท่านกำลังอ่าน

“ บทที่ 33 ความรักของพระเป็นเจ้า “