Skip to main content
Articles
รักพระเจ้าให้สุดๆ ไปเลย

บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมัทธิว
มธ 22:34-40

 เวลานั้น เมื่อชาวฟาริสีได้ยินว่าพระเยซูเจ้าทรงทำให้ชาวสะดูสีนิ่งอึ้งไป จึงมาชุมนุมพร้อมกัน มีคนหนึ่งเป็นบัณฑิตทางกฎหมายได้ทูลถามเพื่อจะจับผิดพระองค์ว่า “พระอาจารย์ บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกในธรรมบัญญัติ” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาของท่าน นี่คือบทบัญญัติเอกและเป็นบทบัญญัติแรก บทบัญญัติประการที่สองก็เช่นเดียวกัน คือท่านต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ธรรมบัญญัติ และคำสอนของบรรดาประกาศกก็ขึ้นอยู่กับบทบัญญัติสองประการนี้”

 

 

เชิญพระเข้าบ้าน...

ลองจินตนาการถึงชายคนหนึ่งที่เชิญแขกผู้มีเกียรติมาที่บ้าน เขาต้อนรับแขกอย่างอบอุ่นที่ประตูหน้า พาแขกเข้าไปในห้องรับแขกที่จัดไว้อย่างสวยงาม แล้วพูดว่า "ทำตัวตามสบายเลยนะครับ! แต่ขอร้องว่าอย่าเข้าไปในห้องครัวเลย มันรกมาก และอย่าเปิดประตูห้องทำงานของผมนะ นั่นเป็นเรื่องส่วนตัว เอาเป็นว่า คุณนั่งรออยู่บนโซฟาดีๆ ตัวนี้จนกว่าผมจะกลับมาก็แล้วกัน"

บ่อยแค่ไหนที่เราปฏิบัติต่อพระเจ้าในลักษณะเดียวกันนี้? เราเชิญพระองค์เข้ามาใน "ห้องรับแขก" ในชีวิตของเราเพียงหนึ่งชั่วโมงในเช้าวันอาทิตย์ เราให้ความสนใจพระองค์ตามมารยาท แต่เรากลับล็อกประตู ซ่อนการตัดสินใจในที่ทำงาน เรื่องการเงิน ความคิดส่วนตัว และนิสัยในชีวิตประจำวันของเราไว้ เราแบ่งแยกความเชื่อออกเป็นส่วนๆ และแยกมันออกจากชีวิตจริง

ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงบอกเราว่า พระเจ้าไม่ทรงปรารถนาที่จะเป็นเพียงแขกที่ถูกจำกัดบริเวณให้อยู่ในห้องๆ เดียวในชีวิตของเรา เมื่อถูกถามถึงพระบัญญัติประการที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พระเยซูเจ้าทรงทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า: พระเจ้าทรงประสงค์กุญแจของบ้านทั้งหลัง

คำถามเพื่อวางกับดัก 

เมื่อถูกถามว่าบทบัญญัติข้อใดสำคัญที่สุด พระเยซูเจ้าทรงตอบโดยอ้างถึงบทภาวนาสำคัญในหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ 6:5 ที่ให้ "รักพระเจ้าด้วยสุดจิตใจ" และทรงนำมาผสานเข้ากับข้อกฎหมายในหนังสือเลวีนิติ 19:18 ที่ให้ "รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง" พระองค์ไม่ได้ทรงแยกสองข้อนี้ออกจากกัน แต่ทรงหลอมรวมความรักต่อพระเจ้าในแนวดิ่งและความรักต่อเพื่อนมนุษย์ในแนวราบให้เป็นเรื่องเดียวกัน เพื่อสอนเราว่า บทพิสูจน์เพียงหนึ่งเดียวที่ยืนยันว่า เรารักพระเจ้าอย่างสุดตัวตน คือ การลงมือแสดงความรักและความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ที่อยู่รอบข้างเรานั่นเอง
 

ความหมายของ “ชีวิต หรือ ตัวตน (Being)" ในภาษาฮีบรู 

เพื่อให้เข้าใจถึงสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกร้องจากเราอย่างแท้จริง เราต้องดูที่คำศัพท์ที่พระองค์ทรงใช้จากบทภาวนา Shema (เชมา) ในหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ พระองค์ไม่ได้ทรงเรียกร้องความรักที่คลุมเครือหรือเป็นเพียงอารมณ์ความรู้สึก แต่พระองค์ทรงเรียกร้อง "ตัวตน" ทั้งหมดของเรา "ตัวตน" ของเราไม่ได้ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ ที่แยกจากกัน แต่มันคือชีวิตทั้งหมดของเราที่แสดงออกมา

รักด้วยสุดจิตใจ
หรือ เลบาบ (Lebab ~ heart) 
ในภาษาฮีบรู

ในวัฒนธรรมสมัยใหม่ของเรา หัวใจมักเป็นเพียงศูนย์รวมของความรู้สึก แต่ในแนวคิดดั้งเดิมของพระคัมภีร์ หัวใจคือที่ตั้งของการตัดสินใจ เจตนารมณ์ และค่านิยมหลัก การรักพระเจ้าด้วยสุดจิตใจไม่ใช่การรอคอยความรู้สึกอบอุ่นซาบซึ้งขณะนั่งอยู่บนม้านั่งในวัด แต่มันหมายถึงการตั้งใจปรับเปลี่ยนการตัดสินใจในแต่ละวันของเราให้สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระองค์

รักด้วยสุดวิญญาณ
หรือ เนเฟช (Nephesh ~ soul)
ในภาษาฮีบรู

คำนี้แปลตรงตัวได้ว่า "ลมหายใจ" หรือ "พลังชีวิต" มันเป็นตัวแทนของการดำรงอยู่ทางกายภาพของเรา การรักพระเจ้าด้วยสุดวิญญาณหมายถึงการถวายเวลา เรี่ยวแรง และการมีอยู่จริงของเราแด่พระองค์ การทำงานหนักในเช้าวันจันทร์และการพักผ่อนในคืนวันศุกร์ ล้วนเป็นการถวายแด่พระองค์ด้วยความภักดี

รักด้วยสุดสติปัญญา
หรือ ไดอานอยยา (Dianoia ~ mind)
ในภาษากรีก

ในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย สิ่งรบกวนสมาธิ และเรื่องราวที่แข่งขันกัน ความคิดของเราจะเป็นตัวกำหนดความเป็นจริง การรักพระเจ้าด้วยสุดสติปัญญาหมายถึงการตั้งใจฝึกฝนและควบคุมความคิดของเรา เลือกความจริงแทนความเท็จ และปลูกฝังความเห็นอกเห็นใจแทนการตัดสินผู้อื่น

 

รักจากพระเจ้าสู่เพื่อนมนุษย์ 

เมื่อเรารักพระเจ้าด้วยการตัดสินใจที่ไม่แบ่งแยก (จิตใจ), เรี่ยวแรงทางกาย (วิญญาณ), และการจดจ่อที่มีวินัย (สติปัญญา) ก็จะไม่มีส่วนใดในชีวิตของเราที่ถูกปิดกั้นจากพระองค์ และพระเยซูเจ้าทรงบอกเราว่า เมื่อเรามอบตัวเราแด่พระเจ้าอย่างสมบูรณ์ในลักษณะนี้ มันก็จะล้นปรี่ออกมาสู่พระบัญญัติประการที่สองอย่างเป็นธรรมชาติและทรงพลัง นั่นคือ การรักเพื่อนมนุษย์

 

บทภาวนาปิดท้าย

"ข้าแต่พระบิดาผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรัก พระองค์ทรงรักและมอบทุกสิ่งให้แก่เราก่อนเสมอ โปรดประทานพระหรรษทานให้ลูกทั้งหลายสามารถรักพระองค์ได้ด้วยตัวตนทั้งหมดของเรา ขอให้ความรักนี้สะท้อนออกผ่าน 'สุดจิตใจ' ในทุกๆ การตัดสินใจ ผ่าน 'สุดวิญญาณ' ในทุกหยาดเหงื่อและเรี่ยวแรงของการใช้ชีวิต และผ่าน 'สุดสติปัญญา' ในการเลือกคิดถึงสิ่งที่ดีงามและเป็นความจริง

ขออย่าให้ความรักความเชื่อของเราถูกล็อกเก็บไว้เพียงแค่ในบริเวณวัด แต่ขอให้ล้นปรี่ออกไปเป็นการกระทำที่เป็นรูปธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ ขอให้ดวงตาของเรามองเห็นผู้ที่กำลังอ่อนแอและถูกทอดทิ้ง และขอให้มือของเราได้เป็นเครื่องมือแห่งความเมตตาของพระองค์ในโลกนี้

ลูกวอนขอทั้งนี้ เดชะพระบารมีพระเยซูคริสตเจ้า พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย อาแมน"
รักพระเจ้าให้สุดๆ ไปเลย

 

Fr Mบทความโดย 
บาทหลวง วรวุฒิ สารพันธุ์ C.Ss.R. JCL


Catholic Priest & Canonist  |  Author & Administrator  | Faith4Thai.com
*juris canonici licentiatus หรือ JCL เป็นปริญญาทางกฏหมายพระศาสนจักร
Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.FaceBook: Worawut Saraphan  |   Iine ID: mcssrsp