Skip to main content
“แม่พระพร้อมเสมอที่จะสงสารและช่วยเรา”

นักบุญเอพีฟานีอูสเรียกแม่พระว่า “ผู้ที่มีหลายเนตร” เพราะพระนางพร้อมที่จะช่วยมนุษย์ที่น่าสงสารในโลกนี้เสมอ ครั้งหนึ่ง ในขณะที่ผู้ถูกผีสิงกำลังถูกผีไล่ ผู้ที่ทำการไล่ผีได้ถามว่าแม่พระทำอะไรบ้าง ปีศาจในตัวของคน ๆ นั้นตอบว่า “พระนางลงมาแล้วก็ขึ้นไป” ซึ่งหมายความว่า แม่พระลงมาจากสวรรค์เพื่อนำพระหรรษทานมาให้มนุษย์และกลับขึ้นไปอีก เพื่อไปนำเอาความช่วยเหลือจากพระเป็นเจ้าซึ่งเราได้วอนขอจากพระนาง ไปมาอยู่เช่นนี้ตลอดเวลา นักบุญอันดรูว์แห่งอาแวลลีโนเรียกแม่พระไวอย่างถูกต้องว่า “เป็นผู้ถือสารแห่งสวรรค์” เพราะพระนางถือสารแห่งความเมตตาอยู่เสมอไป และนำพระหรรษทานมารให้ทุก ๆ คนทั้งคนบุญและคนบาปตามคำของดาวิด พระเป็นเจ้าทรงเฝ้าดูคนดี ท่านกล่าวว่า “พระเนตรของพระสวามีเจ้าจับจ้องอยู่กับผู้ชอบธรรม” แต่ตามความคิดเห็นของริชาร์ดแห่งนักบุญเลาเร็นซีโอนั้น นัยน์ตาของแม่พระเจาะจงอยู่กับคนดีและคนบาปเสมอกัน นัยน์ตาของพระนางคือนัยน์ตาของมารดาตามธรรมดามารดานั้นไม่เพียงแต่เฝ้าดูแลลูกของตนมิให้หกล้มเท่านั้น แต่เมื่อลูกเผอิญหกล้มแล้วมารดาก็จะพยุงเด็กให้ลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

            พระเยซูเจ้าองค์เองได้ไขแสดงแก่นักบุญบริดยิด เมื่อพระองค์โปรดให้เธอได้ยินพระองค์ตรัสกับพระมารดาของพระองค์ว่า “พระแม่เจ้า จงขอเถิด จงขอทุกอย่างที่พระแม่ต้องการจากลูก” ที่จริงพระเยซูเจ้าตรัสดังนี้แก่แม่พระเสมอไปในสวรรค์ พระองค์พอพระทัยที่จะให้ทุกสิ่งที่พระนางวอนขอ แต่มีพระขออะไรจากพระองค์บ้างเล่า? นักบุญบริยิดได้ยินพระนางตอบว่า “เราขอความเมตตาให้แก่คนบาป” คล้ายกับพระนางจะพูดว่า “พระบุตรที่รัก ในเมื่อพระองค์โปรดให้แม่เป็นมารดาแห่งความเมตตา เป็นที่พึ่งของคนบาปผู้เสนอของผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากแล้ว บัดนี้พระองค์บอกให้แม่ขอทุกอย่างที่แม่ต้องการ แม่จะต้องการอะไรให้แก่คนบาปเหล่านี้อีกเล่านอกจากความเมตตา? มีจะขอความเมตตาให้แก่ผู้ที่ต้องการ”

            นักบุญโบนาเวนตูรากล่าวด้วยความซาบซึ้งว่า “ในเมื่อพระแม่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและมีใจร้อนรนที่จะช่วยคนบาปดังนี้จนดูประหนึ่งว่าพระแม่ไม่มีความปราถนาอย่างอื่น ไม่มีความห่วงใยอย่างอื่นอีกแล้ว ในเมื่อไม่มีผู้ใดยากจนเข็ญใจมากไปกว่าคนบาป ท่านนักบุญปีดจึงประกาศว่า แม่พระจึงวอนขอพระบุตรเพื่อคนบาปเหล่านี้เสมอ

            นักบุญเยโรนีโมกล่าวว่า แม้ในขณะที่แม่พระดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้ ดวงใจของพระนางก็เปี่ยมไปด้วยความอ่อนหวานและความสงสารต่อมนุษย์ จนกระทั่งไม่มีผู้ใดที่รู้สึกเจ็บปวดในความเดือดร้อนของตนเองมากไปกว่าแม่พระรู้สึกในความยุ่งยากของคนอื่น เราอาจจะเห็นความสงสารของแม่พระต่อครนอื่นได้อย่างเด่นชัดในงานสมรสที่เมืองคานาซึ่งเราได้กล่าวถึงในบทที่แล้ว ตามความคิดเห็นของนักบุญเบอร์นารดีนแห่งซีเอนา เมื่อน้ำองุ่นหมด แม่พระรีบมาช่วยโดยที่ยังมิได้มีผู้ใดมาขอให้พระนางช่วย พระนางรู้สึกสงสารความอับอายของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว พระนางก็วอนขอพระบุตรและได้คำตอบคือการเปลี่ยนน้ำให้เป็นน้ำองุ่นอย่างอัศจรรย์

            นักบุญเปโตร ดามีอาโนออกความเห็นว่า “ในขณะนี้แม่พระได้รับเกียรติอันสูงส่งให้เป็นราชินีแห่งสวรรค์แล้ว บางทีพระนางอาจจะหลงลืมเรากระมัง?” แต่ท่านกล่าวว่า ขอให้ความคิดเช่นนี้อยู่ห่างไกลจากดวงใจของเราเถิด เพราะการลืมความทุกข์ยากซึ่งเป็นของเรานั้น ไม่เข้ากับความเมตตาสงสารอันยิ่งใหญ่ซึ่งครอบครองดวงใจของแม่พระ สุภาษิตที่ว่า “ตำแหน่งสูงทำให้คนห่างเหินไป” นั้นจะนำเอามาใช้กับแม่พระมิได้เลย แต่สำหรับชาวโลกแล้วนับว่าเป็นคนละเรื่อง เมื่อเขาบรรลุถึงความสูงส่งสักหน่อยหนึ่งคนเป็นจำนวนมากก็บังเกิดความหยิ่งจองหองและลืมเพื่อนเก่าเสียสิ้น แต่แม่พระมิได้เป็นดังนี้ พระนางยินดีที่จะใช้อำภนาจจอันสูงส่งของพระนางเพื่อจะได้ช่วยเราให้มากขึ้น

            นักบุญโบนาเวนตูรานำคำที่โบอ๊อสกล่าวแก่รูธ มาใช้กับแม่พระว่า “ขอให้พระเป็นเจ้าอวยพระจ้า ลูกสาวของเราบัดนี้เจ้าได้ซื่อสัตย์ต่อเรามากกว่าแต่ก่อนเสียอีก” แล้วท่านก็ให้เหตุผลว่า ถ้าความเมตตาของแม่พระต่อผู้ที่ถูกเหยียดหยามมีอยู่มากมายในขณะที่พระนางมีชีวิตอยู่ในโลกนี้แล้ว ในเมื่อพระนางอยู่ในสวรรค์ ซึ่งพระนางรู้ถึงความทุกข์ยากของเราดีกว่า ความเมตตานี้ก็ยิ่งจะมีมากขึ้น ดังนั้นท่านจึงเสริมว่า “ความรุ่งโรจน์ของดวงอาทิตย์ ยิ่งใหญ่กว่าดวงจันทร์ฉันใด ความเมตตาสงสารของแม่พระในขณะที่พระนางอยู่ในสวรรค์ก็จะยิ่งใหญ่กว่าในเวลาที่พระนางอยู่ในโลกนี้ฉันนั้น ท่านสรุปความด้วยการถามว่า “มีใครบ้างในโลกทิ่ได้มีส่วนในแสงสว่างของดวงอาทิตย์? และมีใครบ้างที่ความเมตตาของแม่พระมิได้ส่องแสงลงมาถึง?”

            นี่คือเหตุผลที่ทำให้แม่พระได้รับชื่อว่า “สว่างเหมือนอาทิตย์”ในพระคัมภีร์ นักบุญโบนาเวนตูรากล่าวตามบทเพลงในพระคัมภีร์ว่า ไม่มีผู้ใดเลยที่มิได้รับความอบอุ่นจากดวงอาทิตย์ นักบุญอักเนสได้ไขแสดงเรื่องเดียวกันนี้ให้แก่นักบุญบริยิด เธอกล่าวว่า “ในเมื่อราชินีของเราร่วมชิดสนิทกับพระบุตรของพระนางในสวรรค์แล้ว พระนางจะไม่หลงลืมคุณความดีที่ประจำอยู่ในตัวพระนางเลย เหตุนี้แหละพระนางจึงได้แสดงความเมตตาต่อทุก ๆ คน แม้กระทั่งคนบาปที่ชั่วช้าที่สุด และเราอาจจะพูดได้ว่าทุกสิ่งในโลกบนท้องฟ้าสว่างไสวและได้รับความอบอุ่นจากดวงอาทิตย์ ฉันใดก็ฉันนั้น ไม่มีใครในโลกที่มิได้มีส่วนในความสว่างและความอบอุ่นแห่งพระเมตตาของพระเป็นเจ้าโดยอาศัยความรักอันอ่อนหวานของแม่พระ ขอแต่เพียงให้เขาวอนขอความเมตตาจากพระนางเท่านั้น”

            มีคนบาปชัวช้าคนหนึ่งในวาเลนซีอาซึ่งตั้งใจจะไปถือศาสนาอิสลามเพื่อจะได้หลบหนีความยุติธรรม ในระหว่างทางเข้าผ่านวัดแห่งหนึ่งซึ่งคุณพ่อเยโรนีโม โลเปสแห่งคระเยซูอิ๊ตกำลังทำการเทศนาถึงพระมหากรุณธิคุณของพระเป็นเจ้าอยู่ คนบาปผู้นี้รู้สึกจับใจในคำเทศน์ เขาจึงไปบาปกับพระสงฆ์ผู้นั้น ท่านก็ถามเขาว่าเขาได้ทำกิจศรัทธาพิเศษอะไรบ้างซึ่งเป็นเหตุให้เขาได้รับพระหรรษทานพิเศษนี้ เขาตอบว่า “ผมเพียงแต่สวดขอแม่พระทุกวันอย่าให้พระนางละทิ้งผม”

            อีกครั้งหนึ่งท่านพระสงฆ์องค์เดียวกันนี้ได้พบคนบาปในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เขามิได้ไปแก้บาปมาเป็นเวลาห้าสิบห้าปีแล้วแต่ก็ได้กระทำกิจศรัทธาเล็กน้อยประการนี้คือ ทุกครั้งที่เขาผ่านรูปแม่พระเขาจะทำความเคารพและขอให้พระนางอย่าได้โปรดให้เขาสิ้นใจตายในบาปหนัก แล้วเขาเล่าว่า  วันหนึ่งในขณะที่กำลังรบอยู่กับศัตรูนั้น ดาบหักไป เขารีบหันไปหาแม่พระพลางร้องว่า “บัดนี้ลูกจะถูกฆ่าและตกนรกตลอดนิรันดาร ข้าแต่พระมารดาแห่งคนบาป โปรดช่วยลูกด้วย” เขายังมิทันได้พูดจบเขาก็รู้สึกว่า ตัวเองถูกนำไปในที่ที่ปลอดภัยอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ในที่สุดเขาก็แก้บาปมูลและสิ้นใจตายด้วยดวงใจที่เปี่ยมไปด้วยความไว้ใจ

            นักบุญเบอร์นาร์โดได้เขียนไว้ว่า แม่พระช่วยเหลือทุกคนโดยทั่วถึงกัน และเปิดดวงใจที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาแก่ทุก ๆ คนเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนในความเมตตาอันเต็มเปี่ยมล้นนั้น เพื่อให้ทาสได้รับอิสรภาพ เพื่อให้คนไข้ได้รับสุภาพกลับคืนมา เพื่อโปรดให้ผู้ที่มีความทุกข์ได้รับความบรรเทา เพื่อให้คนบาปได้รับอภัยบาป และเพื่อถวายพระสิริมงคลแด่พระเป็นเจ้า นักบุญเบอร์นาร์โดกล่าวต่อไปอีกว่า พระนางกระทำเช่นนี้เพิ่อมิให้มีผู้ใดเลยที่มิได้ส่วนในความอบอุ่นของพระนาง นักบุญโบนาเวนตูราอุทานออกมาว่า มีใครบ้างในโลกนี้ที่อาจจะปฏิเสะความรักของราชินีที่น่ารักผู้นี้ พระนางสวยงามกว่าดวงอาทิตย์ หวานชื่นยิ่งกว่าน้ำผึ้ง พระนางคือทรัพย์สมบัติแห่งคุณความดี ใจดีและอ่อนหวานแก่ทุกคน ท่านนักบุญกล่าวต่อไปว่า “ดังนั้นลูกขอสดุดีพระแม่ ข้าแต่พระมารของลูก พระแม่เป็นถึงดวงใจและวิญญาณของลูกทีเดียว โปรดอภัยโทษแก่ลูกเถิด ถ้าลูกกล่าวว่าลูกรักพระแม่ แม้ว่าลูกไม่สมควรที่จะรักพระแม่ อย่างน้อยที่สุดพระแม่ก็เหมาะสมที่สุดที่จะได้รับความรักจากลูก”

            นักบุญเกอร์ทรู้ดได้รับการไขแสดงว่า เมื่อผู้ใดเรียกหาแม่พระด้วยคำว่า “โปรดเถิด ท่านผู้เสนของเรา โปรดทอดพระเนตรอันเมตตาของท่านมายังเรา”แล้ว แม่พระไม่อาจจะต่อต้านอยู่ได้แม่พระถูกบังคับให้รับฟังและประทานตามำวอนขอของผู้ที่เรียกพระนางดังนี้

            นักบุญเบอร์นาร์โดกล่าวว่า “ข้าแต่พระนางผู้ยิ่งใหญ่ความเมตตาที่หยั่งไม่ถึงของพระแม่นั้นปกคลุมโลกทั้งโลก” นี่แหละตามความคิดเห็นของนักบุญโบนาเวนตูรา ที่ทำให้มีแม่พระมีความปราถนาอย่างแรงกล้าที่จะกระทำความดีแก่ทุก ๆ คน พระนางไม่เพียงแต่ช้ำใจที่มนุษย์ทำผิดต่อพระนางจริง ๆ เท่านั้น แต่พระนางยังช้าใจกับผู้ที่มิได้วอนขอความช่วยเหลือและพระหรรษทานจากพระนางอีกด้วยจนกระทั่งนักบุญอิลเดเบอร์กล่าวแก่พระนางว่า “ข้าแต่พระแม่เจ้า พระแม่สอนให้เราหวังในพระหรรษทานมากกว่าที่เราควรจะได้รับ เพราะพระแม่มิได้เคยหยุดแจกจ่ายพระหรรษทานเกินกว่าที่เราควรจะได้รับเลย”

            ท่านผู้ทำนายอีซาอีได้ทำนายไว้ว่า พร้อมกับการไถ่บาปมนุษย์อันเป็นงานชิ้นสำคัญยิ่งนั้น ยังจะมีบัลลังก์แห่งความเมตตาอีกบัลลังก์หนึ่ง ที่จะมีเตรียมไว้สำหรับเรามนุษย์ผู้น่าสงสาร “และจะมีบัลลังก์เตรียมไว้เพื่อความเมตตา” บัลลังก์นี้คืออะไรกันหรือ? นักบุญโบนาเวนตูราให้คำตอบแก่เราว่า “แม่พระแม่คือบัลลังก์นี้ บัลลังก์ซึ่งจะทำให้มนุษย์ทุกคนทั้งผู้ชอบธรรมและคนบาปได้พบกับความปลอบโยนแห่งความเมตตา แล้วท่านกล่าวเสริมว่า “เรามีพระเป็นเจ้าทรงพระเมตตาหาที่สุดมิได้ฉันใด เราก็มีพระนางผู้เปียมด้วยความเมตตาฉันนั้น พระเป็นเจ้าเปี่ยมด้วยความเมตตาต่อผู้ที่ร้องหาพระองค์และแม่พระก็เปที่ยมด้วยความเมตตาต่อผู้ที่แสวงหาพระนาง ในเมื่อพระเป้นเจ้าเปี่ยมด้วยพระมหากรุณา แม่พระก็เปี่ยมด้วยความเมตตา ในเมื่อพระบุตรไม่รู้จักปฏิเสธพระเมตตาต่อผู้เรียกาหาพระองค์ แม่พระก็ปฏิเสธได้ไม่เช่ยเดียวกัน ดังนั้น ท่านเจ้าอาวาสกูเอริ้กจึงกล่าวแก่แม่พระในพระนามของพระเยซูเจ้าว่า “พระแม่ของลูก ลูกจะตั้งการปกครองของลูกในตัวพระแม่ ลูกจะตัดสินและรับฟังคำภาวนาและจะประทานพระหรรษทานที่มนุษย์โดยอาศัยพระแม่ พระแม่ได้ถวายสภาวะมนุษย์ให้แก่ลูก ลูกจะประทานสภาวะพระเป็นเจ้าให้แกพระแม่ คืออำนาจสูงสุดเพื่อพระแม่จะได้สามารถช่วยทุกคนที่พระแม่พอใจ”

            วันหนึ่ง ขณะที่ นักบุญเกอร์ทรู้ดกำลังกล่าวแก่แม่พระว่า โปรดทอดพระเนตรอันเมตตาของท่านมายังเรา” เธอเห็นแม่พระชี้ไปที่พระเนตรของพระเยซูเจ้าซึ่งพระนางอุ้มไว้ในมือ พลางกล่าวว่า “นี่คือดวงตาของเรา ดวงตาที่เมตตาซึ่งเราอาจจะให้หันไปหาทุกคนที่วอนขอความช่วยเหลือจากเราได้”

            มีคนบาปผู้หนึ่งกำลังร้องไห้อยู่ต่อหน้ารูปแม่พระ ขอให้พระนางช่วยอ้อนวอนให้พระเป็นเจ้ายกโทษบาปให้แก่ตน ในทันใดนั้นเขาก็มองเห็นแม่พระหันหน้าไปหาพระกุมารซึ่งพระนางอุ้มไว้ในมือพลางกล่าวว่า “ลูกรัก น้ำตาเหล่านั้นจะสูญเสียไปเปล่า ๆ หรือ?” แล้วเขาก็เข้าใจทันทีว่าพระเยซูเจ้าได้ให้อภัยโทษแก่เขาแล้ว

            ดังนั้นผู้ที่เสนอตัวเองแต่พระมารดาผู้ใจดีผู้นี้จะสูญเสียวิญญาณของตนได้อย่างไรในเมื่อพระบุตรของพระนางในฐานะที่ทรงเป็นพระเป็นเจ้า ได้สัญญาไว้ว่าจะแสดงความเมตตาต่อผู้ที่มีความศรัทธาต่อพระนางเท่าที่พระนางจะวอนขอให้? พระเยซูเจ้าทรงปล่อยให้นักบุญเกอร์ทรู้ดได้ยินพระองค์กล่าวคำสัญญานี้แก่พระมารดาของพระองค์ว่า “พระแม่เจ้า ในฐานะที่ลูกมีอำนาจหาที่สุดมิได้ ลูกได้มอบอำนาจการคืนคนบาปทุกคน ผู้มาร้องขอความช่วยเหลือจากความเมตตาของพระแม่ไว้ในมือของพระแม่เอง”

            เมื่อท่านเจ้าอาวาสอาดัมคิดถึงความมั่นใจในข้อนี้ และเมื่อระลึกถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่แม่พระมีต่อพระเป็นเจ้า และความสงสารที่พระนางมีต่อเราอย่างล้นพ้น ได้กล่าวด้วยความไว้ใจว่า “ข้าแต่พระมารดาแห่งความเมตตา ความเมตตากรุณารของพระแม่นี้ ยิ่งใหญ่เท่า ๆ กับอำนาจของพระแม่ ในการที่จะได้รับทุกสิ่งที่พระแม่วอนขอ” แล้วท่านถามต่อไปว่า “มีครั้งใดบ้างที่พระแม่ผู้ได้รับฉายาว่าเป็นมารดาแห่งความเมตตาแต่มิได้แสดงความเมตตา? เมื่อไรบ้างที่พระแม่ผู้เป็นมารดาพระเป็นเจ้าสูงสุดมิได้จัดหาความช่วยเหลือ?ถูกแล้ว พระแม่อาจจะช่วยเราได้ง่าย ๆ เท่ากับการมองดูความน่าเวทนาของเรา”

            เจ้าอาวาสกูเอริ้งกล่าวว่า “ข้าแต่ราชินีผู้ยิ่งใหญ่  จงรับพระสิริงมงคลของพระบุตรเสียให้อิ่มหนำเถิด และด้วยอาศัยความเมตตาสงสารโดยมิใช่บุญกุศลอะไรของเราเลย โปรดส่งเศาอาหารที่ตกจากโต๊ะของพระแม่มาให้แก่เรา ผู้รับใช้และลูกหลานของพระแม่ในโลกนี้ด้วยเถิด”

            ถ้าบาปของเราเป็นเหตุให้เราหมดกำลังใจ เราจงพูดกับพระมารดาแห่งความเมตตาโดยใช้คำของท่านวิลเลี่ยมแห่งปารีสว่า “พระแม่มารีอาเจ้าข้า โปรดอย่าได้นำเอาบาปของลูกมาเป็นเครื่องมือลงโทษลูกเลย โปรดระลึกถึงความเมตตาของพระแม่แทนที่จะระลึกถึงความผิดของลูก โปรดอย่าให้เป็นที่กล่าวได้ว่าบาปของลูกนั้นมีน้ำหนักมากกว่าความเมตตาของพระแม่ซึ่งมีอำนาจที่จะได้รับการอภัยโทษได้มากกว่าบาปของลูกจะได้รับความพินาศ”

- ตัวอย่าง -

            ในบันทึกของนักบวชคณะคาปูชินมีเรื่องเล่าว่า มีทนายความผู้หนึ่งในเมืองเวนีสซึ่งหาความร่ำรวยจากการฉ้อโกงและสิ่งผิด ๆ และดำเนินอยู่ในความชั่วนี้ ไม่มีอะไรดีในตัวของเขาเลย นอกจากว่าเขามักจะสวดบทภาวนาสั้น ๆ ถวายแด่พระแม่ทุกวัน และกิจศรัทธาอันเล็กน้อยนี่แหละที่ช่วยให้เขารอดจากความตายตลอดนิรันดรไปได้โดยอาศัยความเมตตาของแม่พระ เรื่องเกิดขึ้นดังนี้คือ

            ทนายความผู้นี้เกิดไปรู้จักรและเป็นเพื่อนกับคุณพ่อมาเทโอดาบัสโซ เขาเชิญให้พระสงฆ์ผู้นี้ไปเยี่ยมเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดวันหนึ่งคุณพ่อมาเทโอได้รับเชิญไปรับประทานอาหารที่บ้านของทนายความผู้นี้ เมื่อท่านไปถึงบ้านทนายความผู้นั้นก็กล่าวว่า “ผมอยากจะแสดงอะไรให้คุณพ่อเห็นสักอย่างหนึ่ง ผมแน่ใจว่าคุณพ่อไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ผมมีลิงตัวหนึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รับใช้ของผม มันล้างถ้วยชามจัดโต๊ะและเปิดประตูให้” พระสงฆ์ก็กล่าวว่า “ดูเหมือนว่าเรื่องนี้มันจะมีอะไรพิเศษนอกเหนือไปจากเจ้าลิงตัวนั้นเป็นแน่ ไหนลองให้มันมานี่ซิ?” เขาเรียกหาลิงตัวนั้น เรียกแล้วก็เรียกอีก และเสาะหาทั่วไปแต่ก็ดูเหมือนว่ามันได้หายตัวไปเสียแล้ว ในที่สุดทั้งสองก็ได้พบลิงตัวนั้นไปซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงในมุมหนึ่งของบ้าน แต่มันไม่ยอมออกมา นักบวชผู้นั้นก็กล่าวว่า “ดีแล้ว อย่างนั้นเราต้องเข้าไปหามัน” แล้วท่านก็เดินไปกับทนายความผู้นั้น ไปยังที่ที่ลิงตัวนั้นซ่อนตัวอยู่และพระสงฆ์ก็กล่าวขึ้นว่า “เจ้าสัตว์นรก จงออกมาเดี๋ยวนี้! เราบังคับเจ้าด้วยอำนาจของพระเป็นเจ้าให้แสดงตัวว่าเจ้าเป็นใครกัน” เจ้าสัตว์นั้นก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นปีศาจ และมันกำลังรอวันที่ทนายความบาปหนานั้นหยุดถวายคำภาวนาแด่แม่พระ เพราะมันได้รับอนุญาตจากพระเป็นเจ้าให้บีบคอและลากตัวทนายความผู้นั้นลงไปในนรกได้ในวันที่เขาหยุดสวดบทภาวนานั้น เมื่อทนายความได้ยินดังนั้นก็คุกเข่าลงและวอนขอให้พระสงฆ์ผู้นั้นช่วยเหลือตน พระสงฆ์ก็ให้ความมั่นใจแก่เขา และสั่งให้ปีศาจออกไปจากบ้านโดยไม่ทำอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น “แต่” ท่านกล่าวกำชับ เราให้อนุญาตเจ้าทำรูใหญ่ที่กำแพงบ้านเพื่อแสดงให้เห็นว่าเจ้าได้จากไปแล้ว” พอท่านกล่าวจบก็มีเสียงดังสนั่นขึ้น และเกิดมีรูใหญ่ในกำแพง แม้ว่าเขาจะพยายามเอาอิฐเอาปูนมาปิดกั้น แต่มันก็ยังทะลุอยู่นั่นเองเป็นเวลานานทั้งนี้เพราะเป็นน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า ในที่สุดท่านนักบุญก็แนะนำให้เจ้าของบ้านนำเอาศิลาแผ่นหนึ่งซึ่งมีรูปเทวดาติดอยู่มาปิดไว้ทนายความผู้นั้นก็ได้กลับใจ และแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าเขาจะดำเนินชีวิตแบบใหม่ตั้งแต่นั้นมา

- บทภาวนา -

            ข้าแต่พระแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่ และสูงส่งกว่ามนุษย์ทั้งหลาย ลูกผู้เป็นคนทรยศต่อพระเป็นเจ้าขอถวายสดุดีแก่พระแม่จากโลกนี้แม้ว่าลูกควรจะได้รับการลงโทษแทนความช่วยเหลือ และความยุติธรรมแทนที่จะได้รับความเมตตา พระแม่ของลูก ลูกมิได้กล่าวดังนี้เพราะลูกสงสัยในความเมตตาของพระแม่เลย ลูกรู้แน่ว่าพระแม่ปลื้มใจในสิทธิพิเศษนี้ เพราะพระแม่จะได้สามารถช่วยเรามนุษย์ที่ถูกทอดทิ้ง ยิ่งผู้ที่มาขอพึ่งพระแม่มีความยากจนเพียงไร พระแม่ก็ยิ่งจะออกกำลังช่วยปกป้อง และช่วยให้ผู้นั้นรอดมากขึ้นเท่านั้น

            พระแม่ของลูก พระแม่นั่นเองที่ได้ร้องไห้เมื่อเห็นพระบุตรของพระแม่สิ้นพระชนม์เพื่อลูก โปรดถวายน้ำตาของพระแม่แด่พระเป็นเจ้า และโดยอาศัยน้ำตาของพระแม่นี้ โปรดให้ลูกมีความทุกข์ที่แท้จริงในบาปของลูก ดังนั้นคนบาปจึงเป็นต้นเหตุสำคัญแห่งความทุกข์ของพระแม่ และลูกก็มิได้มีส่วนในความทุกข์ของพระแม่เพราะบาปของลูก ข้าแต่พระแม่มารีอา อย่างน้อยก็ขอให้พระแม่โปรดให้ลูกยุติการทำให้พระแม่ชอกช้ำน้ำใจตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเพราะความอกตัญญูของลูก ความทุกข์ของพระแม่นั้นจะมีประโยชน์อะไรเล่า ถ้าลูกจะมีความอกตัญญูต่อไป? ถ้าลูกจะไม่ซื่อสัตย์และเสียวิญญาณแล้ว การที่พระแม่แสดงความเมตตาแก่ลูกจะมีประโยชน์อะไรเล่า? โปรดเถิด ข้าแต่พระราชินี โปรดอย่าให้เป็นเช่นนี้เลย พระแม่ได้ชดใช้ความผิดต่าง ๆ ของลูก พระแม่จะได้รับทุกสิ่งที่พระแม่ปราถนาจากพระเป็นเจ้า พระแม่โปรดตามคำขอร้องทุกคน ลูกจะวอนขอพระหรรษทานแต่เพียงสองประการเท่านั้น ลูกหวังจะได้พระหรรษทานทั้งสองประการนี้จากพระแม่ และจะไม่ขอรับอะไรน้อยไปกว่านั้น โปรดให้ลูกซื่อสัตย์ต่อพระเป็นเจ้าโดยการไม่กระทำผิดต่อพระองค์อีกและโปรดให้ลูกใช้ชีวิตที่ยังเหลืออยู่นั้นในการรักพระองค์ให้มากเท่าที่ลูกได้กระทำผิดต่อพระองค์เทอญ