เมื่อนักบุญเบอร์นาโดกล่าวถึงความเมตตาสงสารที่แม่พระมีต่อคนบาป ท่านกล่าวว่า พระนางคือแผ่นดินที่พระเป็นเจ้าได้ทรงสัยญาไว้ แผ่นดินที่มากมีไปด้วยผลหมากรากไม้ นักบุญเลโอกล่าวว่า ความเมตตาของพระแม่นี้มีมากมายจนกระทั่ง พระนางมิใช่แต่สมที่จะได้ชื่อว่ามีความเมตตาเท่านั้น แต่พระนางคือความเมตตาทีเดียวเราจงพิจารณาดูเถิดว่า แม่พระได้รับแต่ตั้งให้เป็นมารดาพระเป็นเจ้าเพื่อคนบาป และพระนางได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่เป็นผู้แจกจ่ายพระเมตตากรุณาของพระองค์ แล้วจงพิจารณาถึงความสนใจในผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก ความสนใจที่ทำให้พระนางเพียบพร้อมไปด้วยความเมตตา จนกระทั่งดูเหมือนว่าพระนางไม่ประสงค์สิ่งใดนอกจากจะช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ นักบุญโบนาเวนตูรากล่าวว่า เมื่อท่านมองดูแม่พระนั้น ท่านดูเหมือนว่าจะมิได้แลเห็นพระยุติธรรมของพระเป็นเจ้าเลย แต่กลับเห็นเฉพาะพระเมตตาของพระองค์ซึ่งเต็มเปี่ยมอยู่ในแม่พระเท่านั้น ต่อไปนี้เป็นคำซึ่งเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาของท่าน “พระแม่เจ้า เมื่อลูกเห็นพระแม่ ลูกเห็นเฉพาะแต่พระเมตตาของพระเป็นเจ้า เพราะพระแม่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นมารดาพระเป็นเจ้าเพื่อผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก ดังนั้น พระเป็นเจ้าจึงทรงโปรดให้เป็นหน้าที่ของพระแม่ในอันที่จะแสดงความเมตตา พระแม่แสวงหาผู้ที่มีความทุกข์ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน พระแม่มีความเมตตาเป็นอาวุธ ความปราถนาเดียวของพระแม่ก็คือการแสดงความเมตตานี้
ถ้าจะสรุปความตามความคิดเห็นของเจ้าอาวาสกูเอริคแล้วความเมตตาสงสารของแม่พระช่างยิ่งใหญ่ จนกระทั่งดวงใจของพระนางไม่อาจที่จะหยุดประทานผลแห่งความเมตตาของพระนางให้แกเราได้แม้แต่เพียงชั่วขณะเดียว นักบุญเบอร์นาโดอุทานว่า มีอะไรอีกเล่าที่จะมาจากแหล่งที่มาของความเมตตานอกไปจากความเมตตา? ดังนั้นพระคัมภีร์จึงเรียกพระนางว่า ต้นมะกอก “เปรียบเหมือนต้นมะกอกงามในที่ราบ” ไม่มีอะไรที่ไหลมาจากต้นมะกอกนอกไปจากน้ำมัน ฉันใดก็ฉันนั้น ไม่มีสิ่งใดที่ผ่านมือแม่พระนอกไปจากพระหรรษทานและความเมตตา ดังนั้นท่านหลุยส์ เด พอนเต จึงกล่าวว่าเราว่าอาจจะเรียกแม่พระได้อย่างเหมาะสมว่าเป็นมารดาแห่งความเมตตา ดังนั้นเมื่อเราไปหามารดาใจดีผู้นี้ เราไม่ต้องกลัวว่าพระนางจะปฏิเสธดังที่พวกพรหมจารีผู้ฉลาดได้ปฏิเสธมิให้น้ำมันแก่พรหมจารีที่โง่เขลา “เพราะเกรงว่าจะไม่มีน้ำมันเพียงพอสำหรับพวกเธอและพวกเรา” แม่พรจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน เพราะแม่พระเปี่ยมไปด้วยน้ำมันแห่งความเมตตานี้ นักบุญโบนาเวนตูรากล่าวว่า แม่พระเปี่ยมด้วยน้ำมันแห่งความเมตตา พระศาสนจักรเรียกพระนางว่า ปรีชารอบคอบที่สุด มิใช่แต่เพียงปรีชารอบคอบเฉย ๆ เท่านั้น ฮูโกแห่งนักบุญวิคเตอร์กล่าวว่า ที่เป็นดังนี้ก็เพื่อให้เราเข้าว่าแม่พระเต็มเปี่ยมไปด้วยพระหรรษทานและความเมตตา จนพระนางอาจจะประทานให้แก่ทุก ๆ คนได้ โดยมิได้ทำให้พระนางขัดสนแต่อย่างไร “ข้าแต่พระแม่เจ้า พระแม่เปี่ยมด้วยหรรษทาน และเปี่ยมจนกระทั่งโลกทั้งโลกอาจจะจ้วงตักจากแหล่น้ำมันอันมากมายนี้ได้ ถ้าพรหมจารีผู้ฉลาดสุขุมได้ตระเตรียมน้ำมันไว้เป็นพิเศษสำหรับตะเกียงของตนเองแล้ว แม่พระผู้มีชื่อว่าเป็นพรหมจารี่ผู้ปรีชารรอบคอบที่สุดคงจะจัดเตรียมภาชนะที่เปี่ยมล้นซึ่งไม่อาจจะหมดสิ้นไปได้ เพื่อพระนางจะได้แจกจ่ายน้ำมันแห่งความเมตตา และจุดตะเกียงภายในวิญญาณทุกดวงไป
แต่ข้าพเจ้าขอถามหน่อยเถิดว่า ทำไมต้นมะกอกอันสวยงามนี้จึงอยู่ในท่ามกลางที่ราบ? “เปรียบเหมือนต้นมะกอกในที่ราบ” ทำไมจึงมิได้อยู่ในกลางสวนแวดล้อมไปด้วยพุ่มไม้และกำแพงเล่า? ท่านฮูฏกผู้เดียวกันนี้ได้ให้เหตุผลไว้ว่า “เพื่อทุกคนได้เห็นพระนาง มาพึ่งอาศัยพระนางและจะได้รับยารักษาโรคทุกชนิด นักบุญอันโตนีโนก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน ท่านกล่าวว่า ทุก ๆ คนอาจจะเข้าไปพึ่งแม่พระเพื่อจะได้รับความเมตตาจากพระนางได้ฉันนั้น แล้วท่านเสริมต่อไปว่า “มีกี่ครั้งที่พระนางได้ช่วยยับยั้งการตัดสินลงโทษบาปเพราะความเมตตาของพระนาง” กล่าวคือ ด้วยคำภาวนาของพระนางโทมัส อา เคมปีสตั้งคำถามว่า เราจะพบกับที่พึ่งที่แน่นอนมากไปกว่าดวงใจที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาสงสารของแม่พระได้ที่ไหนอีกเล่า? ณ ที่นั้น คนจนจะได้พบบ้าน คนเจ็บจะได้พบวิธีรักษาและยาขนานเอกคนทุกข์จะได้รับความบรรเทา คนสงสัยจะได้รับคำแนะนำ และผู้ที่ถูกทอดทิ้งจะได้รับความช่วยเหลือ
เราจะต้องมีความยากลำบากอย่างแน่นอน ถ้าเรามิได้มีมารดาแห่งความเมตตาผู้นี้มาสนใจและเอาใจใส่ในการที่จะบรรเทาใจเราในยามขัดสน พระจิตเจ้าตรัสในพระคัมภีร์ว่า “ที่ใดไม่มีผู้หญิงผู้ที่ต้องการก็จะคร่ำครวญ” หญิงผู้นี้ ตามความคิดเห็นของนักบุญยวง ดามาซีนมิใช่ใครอื่นนอกจากแม่พระมารีอา เพราะเมื่อไรที่รพะนางมิได้อยู่ คนเจ็บก็จะคร่ำครวญ ความจริงต้องเป็นเช่นนี้อย่างแน่นอนเพราะพระเป็นเจ้าทรงปราถนาที่จะแจกจ่ายพระหรรษทานทั้งสิ้นโดยผ่านคำภาวนาของแม่พระ พระหรรษทานนี้ขัดสนที่ไหน ที่นั่นก็ไม่มีหวังที่จะได้รับความเมตตา ตามที่พระคริสตเจ้าทรงโปรดให้นักบุญบริยิดได้เข้าใจในเมื่อพระองค์ตรัสว่า “ถ้าไม่มีคำภาวนาของแม่พระแล้ว ก็ไม่มีหวังที่จะได้รับความเมตตา”
บางทีเราอาจจะกลัวกระมังว่า แม่พระอาจจะมองไม่เห็นความทุกข์ของเรา หรือไม่รู้สึกสงสารเรา เปล่าเลย! แม่พระแลเห็นและสงสารเรามากกว่าตัวเราเองเสียอีก นักบุญอันโตนีโนกล่าวว่า “ไม่มีนักบุญองค์ใดที่จะรู้สึกสงสารเราเหมือนหญิงผู้นี้ กล่าวคือแม่พระ เมื่อไรที่พระนางแลเห็นความทุกข์ พระนางมิอาจจะทำอะไรได้นอกจากจะรีบมาช่วยเราด้วยความเมตตาที่แท้จริง ริชาร์ดแห่งนักบุญวิคตอร์ก็กล่าวเช่นเดียวกัน เม็นโดซาก็สนับสนุนความคิดเห็นนี้โดยกล่าวว่า “ข้าแต่พระแม่เจ้า ไม่ว่าพระนางจะพบความทุกข์ยากที่ไหน พระแม่ก็จะประทานความเมตตาของพระแม่” และแม่พระเองก็ยืนยันว่า พระนางจะไม่หยุดกระทำหน้าที่แห่งความแมตตา “และในโลกที่จะมาถึงเราจะไม่หยุด และในที่ศักดิ์สิทธิ์เราก็ได้รับใช้เขา” ตามคำอธิบายของท่านคาร์ดีนัลฮูโก แม่พระเองเป็นผู้กล่าวว่า “เราจะไม่หยุดบรรเทาความทุกข์ยากของมนุษย์และสวดให้คนบาปจนกระทั่งวันสิ้นพิภพ” เพื่อเขาจะได้พ้นจากความทุกข์นารันดรและได้รับความรอด
ซูเอโตนีอู้สเล่าว่า จักรพรรดิทีทู้มีความกระตือรือร้นที่ช่วยเหลือผู้ที่มาขอความช่วยเหลือจากพระองค์ จนกระทั่งว่า เมื่อพระองค์พลาดโอกาสที่จะประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ใด พระองค์มักจะมีอาการเศร้าและกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเสียเวลาไปหนึ่งวัน เพราะมิได้ช่วยเหลือผู้อื่น” แต่ดูเหมือนว่าทีทู้สคงจะกล่าวคำเช่นนี้ เพราะความฟุ้งเฟ้อหรือความปราถนาที่จะได้รับความชมเชยมากกว่าการมีใจเมตตาอารี แต่ถ้าราชินีมารีอาของเราปล่อยให้เวลาผ่านไปหนึ่งวัน โดยมิได้ประทานพระหรรษทานใด ๆ แล้ว พระนางก็จะต้องกล่าวเช่นเดียวกันกับทีทู้ส แต่คำพูดของพระนางนั้นจะมาจากความปราถนาที่แท้จริงในอันที่จะรับใช้เรา และเพราะเหตุว่าพระนางเต็มไปด้วยความอารี เบอร์นาร์ดีน เดอบูสตีสกล่าวว่า พระนางกระหายที่จะประทานพระหรรษทานให้แกเรามากกว่าที่ตัวเราจะกระหายรับพระหรรษทานนั้นเสียอีก ดังนั้นท่านจึงกล่าวว่า เมื่อใดที่เราไปหาพระนางเราจะได้พบว่ามือของพระนางนั้นเต็มไปด้วยความเมตตาและความกว้างขวางอยู่เสมอ
เรเบ็คก้าคือสัญลักษณ์ของแม่พระ เมื่อคนใช้ของอาบราฮัมขอน้ำดื่มจากเรเบ็คก้า เธอตอบว่า เธอจะให้น้ำไม่เพียงแต่เฉพาะตัวของเขาเท่านั้น แต่จะให้อูฐเขาได้กินน้ำด้วย ด้วยความคิดเช่นนี้แหละที่ทำให้นักบุญเบอร์นาร์โดหันไปหาแม่พระพลางกล่าวว่า “ข้แต่พระแม่มารีอา พระแม่มีใจกว้างขวางและเมตตามากกว่าเรเบ็คก้าเป็นไหน ๆ พระแม่ไม่พอใจแต่เพียงแจกจ่ายสมบัติแห่งความเมตตาอันล้นเหลือของพระแม่แก่บรรดาคนใช้ของอาบราฮัม ซึ่งเปรียบเหมือนผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระเป็นเจ้าเท่านั้น พระแม่ยังแจกจ่ายให้แก่คนบาปซึ่งเปรียบเสมือนอูฐของอาบราฮัมอีกด้วย” เรเบ็คก้าให้มากกว่าที่เขาขอนางฉันใด พระแม่ก็ประทานมากกว่าที่เราขอฉันนั้น ริชาร์ดแห่งนักบุญเลาเร็นซีโอกล่าวว่า ความมีใจดีเผื่อแผ่ของแม่พระนี้เหมือนกับพระบุตรของพระนาง พระองค์ประทานมากกว่าที่เราแสวงหาเสมอ เหตุนี้แหละนักบุญเปาโลจึงกล่าวว่า “พระองค์ทรงทุ่มเทให้แก่ทุกคนที่เรยกหาพระองค์” นักเขียนใจศรัทธาผู้หนึ่งกล่าวถึง แม่พระว่า “ข้าแต่พระแม่เจ้า ช่วยวิงวอนให้ลูกเถิด เพราะพระแม่จะวอนขอพระหรรษทานที่ลูกต้องการด้วยความศรัทธามากกว่าที่ตัวลูกเองจะทำได้ และพระแม่จะวอนขอพระหรรษทานจากพระเป็นเจ้ามากเกินว่าที่ตัวลูกเองจะกล้าขอ”
เมื่อชาวซามารีตันปฏิเสธไม่ยอมต้อนรับพระเยซูคริสตเจ้าและคำสั่งสอนของพระองค์ นักบุญยาโกเบและนักบุญยวงถามพระองค์ว่า เขามิควรที่จะบังคับให้ไฟลงมาจากสวรรค์และเผาคนเหล่านี้ให้หมดสิ้นไปหรือ? พระสวามีเจ้าทรงตอบว่า “เจ้าไม่รู้ว่าเจ้ามีจิตใจอย่างไร” พระองค์หมายความว่า “เรามีสภาวะที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและสงสาร และเราได้มาจากสวรรค์ก็เพื่อช่วยมิใช่ลงโทษคนบาป แต่เจ้าอยากจะเห็นเขาประสบความพินาศ เจ้าหมายความว่าอย่างไรในเมื่อเจ้ากล่าวขวัญถึงการลงโทษและไฟ? ขออย่าให้เราได้ยินเรื่องการลงโทษอีกเลย เพราะเรามิได้มีจิตใจเช่นนั้น”
แม่พระก็เช่นเดียวกัน จิตใจของพระนางย่อมเหมือนกับพระบุตรของพระนาง พระนางเอนเอียงไปในทางความเมตตาปราณีดังที่พระนางเองได้กล่าวแก่นักบุญบริยิด พระนางมีชื่อว่า มารดาแห่งความเมตตา ที่พระนางเป็นดังนี้ก็โดยอาศัยพระเมตตาของพระเป็นเจ้าพระองค์เอง ดังนั้นนักบุญยวงจึงเห็นพระนางสวมดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์ “และมีเครื่องหมายสำคัญปรากฏบนท้องฟ้า หญิงคนหนึ่งสวมดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์” คำพูดประโยคนี้ทำให้นักบุญเบอร์นาร์โดมีกำลังใจที่จะหันไปกล่าวแก่พระนางว่า “โอ้พระแม่มารีอา พระแม่ได้สวมใส่ดวงอาทิตย์คือพระวจนาถนิรันดร ด้วยอาภรณ์แห่งเนื้อหนังของมนุษย์ แต่พระองค์ได้โปรดให้พระแม่สวมใส่อำนาจและพระเมตตาของพระองค์”
นักบุญเบอร์นาร์โดกล่าวต่อไปว่า พระราชินีของเรามีความเมตตาปราณีจนกระทั่งว่า เมื่อคนบาปไม่ว่าจะหยาบช้าเพียงไร เสนอตัวแด่พระนางแล้ว พระนางไม่ถามหาคุณความดีของเขาเลยพระนางจะไม่ถามว่า เขาสมควรหรือไม่สมควรที่จะได้รับความสนใจจากพระนาง แต่พระนางรับฟังและช่วยเหลือทุกคน พระคัมภีร์เรียกแม่พระว่า”สวยงามดังดวงจันทร์” เพราะว่าดวงจันทร์ส่องแสงและช่วยเหลือแม้กระทั่งสัตว์โลกที่เล็กน้อยที่สุดฉันใด แม่พระก็ประทานความสว่างและช่วยเหลือแม้กระทั่งคนบาปที่ไม่สมควรเลยฉันนั้น นี่คือความคิดเห็นของนักบุญฮิลเดอร์เบิต นักเขียนอีกท่านหนึ่งกล่าวต่อไปว่า แม้ว่าดวงจันทร์จะได้ความสว่างทั้งสิ้นจากดวงอาทิตย์ แต่ดวงจันทร์ก็ยังทำงานของมันได้เร็วกว่าดวงอาทิตย์ สิ่งที่ดวงอาทิตย์ทำได้ในเวลาหนึ่งปี ดวงจันทร์ทำได้ภายในเวลาหนึ่งเดือนเท่านั้น เพราเหตุนี้ นักบุญอันแซลโมจึงกล่าวว่า “บางครั้งเราได้รับความรอดโดยการเรียกหานามของแม่พระ เร็วกว่าการเรียกหาพระนามของพระเยซูเจ้า ในเรื่องนี้ฮูโกแห่งนักบุญวิคตอร์ตักเตือนเราว่า “แม้ว่าบาปของเราจะทำให้เรากลัวไม่กล้าเข้าใกล้พระเป็นเจ้า เพราะเราได้ทำผิดต่อพระสรรพานุภาพอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ก็ตาม แต่เราไม่ต้องกลัวที่จะไปหาแม่พระเลย เพราะในตัวพระนางเราจะไม่พบกับสิ่งใดเลยที่จะทำให้เราต้องหวาดกลัว พระนางมีความศักดิ์สิทธิ์ นิรมลเป็นราชินีของโลกและมารดาพระเป็นเจ้าจริง ๆ แต่พระนางก็คือผู้ที่มีเนื้อหนังของมนุษย์เรานี่เอง และพระนางก็เป็นลูกหลานคนหนึ่งของอาดัมเช่นเดียวกันกับเรา”
สรุปความจากคำของนักบุญเบอร์นาร์โดแล้ว ทุกสิ่งที่เกี่ยกับแม่พระย่อมเปี่ยมไปด้วยความเมตตาและพระหรรษทาน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นเล่า? ก้เพราะว่าพระนางได้ทำตนให้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างแก่มนุษย์ทุกคนในฐานะที่พระนางคือมารดาแห่งความเมตตา ด้วยความเมตตาอันล้นเหลือของพระนาง พระนางได้ทำตนเป็นลูกหนี้ของบรรดาผู้ที่มีใจศรัทธาและคนบาป และเปิดดวงใจที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาสงสารแก่ทุก ๆ คน เพื่อให้ทุกคนได้ส่วนในความบริบูรณ์ของพระนางนักบุญเปโตรกล่าวว่า “ปีศาจเสาะหาผู้ที่มันจะทำลาย” ในทำนองเดียวกัน ตามคำของเบอร์นาร์ดีน เดอบูสตีส แม่พระออกแสวงหาหนทางที่จะให้ชีวิตและช่วยผู้ที่พระนางสามารถช่วยได้ให้เอาตัวรอด
ยิ่งไปกว่านั้น เราต้องจำไว้ว่า ความคุ้มครองของแม่พระนั้นยิ่งใหญ่กว่าและมีอำนาจมากกว่าที่เราจะคิดถึงได้ นักบุญเยอร์มานูสกล่าวไว้ดังนี้ นักเขียนอีกท่านซึ่งเป็นผู้แต่งหนังสือชื่อ “โพเมรีอุม” ตั้งคำถามว่า ทำไมจึงเป็นไปได้ที่พระสวามีเจ้าทรงรุนแรงในการลงโทษในพระธรรมเก่า แต่บัดนี้ทรงเมตตาต่อผู้ที่มีความผิดซึ่งใหญ่โตกว่าอย่างมากมายเช่นนี้? ท่านตอบโดยกล่าวว่า “ที่เป็นดังนี้ก็เพราะความรักที่พระองค์ทรงมีต่อแม่พระและเพราะบุญกุศลของพระนาง” นักบุญฟูลเย็นซีอู้สอุทานว่า “โลกของเรานี้คงจะถูกทำลายเสียนานแล้ว ถ้าแม่พระมิได้ค้ำจุนไว้ด้วยคำภาวนาของพระนาง”แต่อาร์นอลด์แห่งชาร์ตกล่าวว่า ในเมื่อเรามีพระบุตรเป็นผู้ช่วยเสนอวิงวอนกับพระบิดานิรันดรและพระมารดาเป็นผู้ช่วยเสนอวิงวอนกับพระบุตรแล้ว เราเข้าถึงองค์พระเป็นเจ้าได้อย่างเพียบพร้อมและอาจจะเข้าไปหาพระองค์ด้วยความไว้ใจจริง ๆ และด้วยความหวังที่จะได้รับคุณ่ความดีทุกประการ “พระบิดาจะปฏิเสธไม่ยอมรับฟังพระบุตรได้อย่างไร ในเมื่อพระบุตรทรงแสดงให้พระองค์เห็นรอยแผลที่พระองค์ได้ทรงทนทรมานเพื่อคนบาป และพระบุตรจะปฏิเสธไม่ยอมฟังพระมารดาของพระองค์ได้อย่างไรในเมื่อพระองค์รำลึกถึงค่าน้ำนมของพระนาง” นักบุญเปโตร คริสโซโลกู้สกล่าวไว้อย่างหนักแน่นว่า “หญิงใจอ่อนโยนผู้หนึ่งให้พระเป็นเจ้าพำนักในครรภ์ของพระนาง และบัดนนี้นางได้วอนขอค่าชดเชย คือสัติภาพให้แก่โลก และความรอดให้แก่ผู้ที่ประสบความหายนะและชีวิตให้แก่บรรดาผู้ตาย”
เจ้าอาวาสแห่งเซลส์อุทานว่า “มีกี่คนที่สมควรจะถูกตัดสินลงโทษโดยพระยุติธรรมของพระบุตร แต่ได้รับความรอดจากความเมตตาของพระมารดา เพราะนางคือสมบัติของพระเป็นเจ้า และคลังพระหรรษทานทั้งสิ้น ความรอดเราอยู่ในมือของพระนางและขึ้นอยู่กับพระนาง ดังนั้นเราจงหันไปหามารดาผู้มีใจสงสารผู้นี้เสมอเถิดและความหวังที่จะได้รับความรอดโดยอาศัยคำภาวนาของพระนางด้วยความไว้ใจตามคำพูดที่ทำให้เรามีกำลังใจของเบอร์นาดีน เดอบูสตีส พระนางคือความรอด ชีวิต ความหวัง ผู้แนะนำ ที่หลบภัย และความช่วยเหลือของเรา นักบุญอันโตนีโนกล่าวว่า แม่พระคือบัลลังก์พระหรรษทานที่แท้จริงซึ่งนักบุญเปาโลตักเตือนให้เราหันไปหา เพื่อจะได้รับพระแมตตาจากพระเป็นเจ้าและความช่วยเหลือที่เราต้องการเพื่อจะได้เอาตัวรอด “ดังนั้นเราจงเข้าใกล้บัลลังก์แห่งพระหรรษทานด้วยความไว้ใจเพื่อเราจะได้รับความเมตตาและพบกับพระหรรษทาน เพื่อช่วยเราในยามต้องการ” “บัลลังก์พระหรรษทาน” ก็คือแม่พระนั่นเองตามคำของนักบุญอันโตนีโน นักบุญคัทธารินแห่งซีเอนามิได้ลังเลเลยที่จะเรียกแม่พระว่า “ผู้แจกจ่ายพระเมตตาของพระเป็นเจ้า”
เราจงสรุปความด้วยคำอุทานอันสวยงามและอ่อนโยนของนักบุญเบอร์นาร์โดว่า “โอ้ท่านผู้ใจกรุณา โอ้ท่านผู้ใจอารี โอ้พรหมจารีอาผู้ใจอ่อนหวาน!” ท่านกล่าวว่า พระนางผู้ใจกรุณารและเมตตาต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ รักผู้ที่อ้อนวอนพระนาง และอ่อนหวานต่อผู้บริบูรณ์ พระนางมีใจกรุณาที่จะช่วยให้เราพ้นจากการลงโทษ น่ารักในการประทานพระหรรษทาน และอ่อนหวานในการที่จะประทานพระนางเองให้แก่ผู้ที่แสวงหาพระนาง”
- ตัวอย่าง -
คุณพ่อคาร์โล โบวีโอเล่าเรื่องของชายที่มีครอบครัวแล้วคนหนึ่ง เขาอาศัยอยู่ในแขวง พวี เดเดเดมในประเทศฝรั่งเศส ชายผู้นี้ได้ติดต่อกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งในทางที่ผิด ในขณะที่ภรรยาของเขายังมีชีวิตอยู่ ภรรยารของเขาไม่อาจจะทนได้และได้วอนขอให้พระเป็นเจ้าลงโทษเขา วันหนึ่งเธอเปี่ยมแท่นของแม่พระแห่งหนึ่ง และสวดขอให้หญิงที่สามีของนางไปหลงรักนั้นได้พบกับความยุติธรรม แต่หญิงที่รักกับสามีของนางก็มาสวดบทวันทามารีอาบทหนึ่ง ที่แท่นเดียวกันนั้นทุก ๆ วัน
คืนหนึ่งแม่พระปรากฏตัวมาแก่หญิงผู้ภรรยา นางก็เริ่มทวงแม่พระทันที “ความยุติธรรม พระแม่เจ้า ลูกต้องการความยุติธรรม” แต่แม่พระตอบว่า “ความยุติธรรมหรือ? เจ้าขอความยุติธรรมจากเราหรือ? ไปหาคนอื่นเถิด ถ้าเจ้าอยากจะได้ความยุติธรรมเราจะไม่ให้ตามที่ท่านต้องการ เพราะหญิงคนนั้นสวดบทวันทามารีอาสรรเสริญเราทุกวัน และเมื่อผู้ใดกระทำดังนี้ ไม่ว่าเขาจะเป็นผู้ทั้งนั้นเราไม่อาจจะปล่อยให้นั้นต้องทรมานและถูกลงโทษเพราะบาป”
ในวันรุ่งขึ้นหญิงผู้เป็นภรรยาก็ได้ไปฟังมิซาในวัดเดียวกันนี้ ในขณะที่นางกำลังเดินออกจากวัด นางไปพบชู้ของสามีเข้านางก็เริ่มกล่าวคำดูถูกหญิงผู้นั้น และกล่าวว่า เธอเป็นแม่มด และใช้มนต์คาถาแม้กระทั่งกับแม่พระ ผู้คนที่ได้ยินก็พากันกล่าวว่า “เงียบทำไมท่านจึงกล่าวร้ายเช่นนั้น?” แต่เธอกล่าวตอบว่า “ฉันจะไปอยู่เงียบ ๆ ทำไม? สิ่งที่ฉันพูดไปนี้มิใช่เป็นความจริงดอกหรือ? เมื่อคืนนี้แม่พระปรากฏตัวมาให้ฉันเห็น พอฉันขอความยุติธรรม พระนางก็ตอบว่าพระนางไม่สามารถจะนำความยุติธรรมมาให้ฉันได้ เพราะนางคนนี้สวดถวายพระนางทุกวัน” ผู้คนพากันถามว่าหญิงนั้นสวดบทอะไรถวายแด่แม่พระ เมื่อหญิงคบชู้ผู้นั้นรู้ว่าแม่พระแสดงความเมตตาต่อเธอจนถึงเพียงนี้ เพราะความศรัทธาเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอ เธอก็กราบลงแทบเท้ารูปแม่พระ และเธอได้ขออภัยโทษที่เธอได้ทำตัวให้เป็นที่สะดุด และได้ปฏิญาณตัวถือศีลพรหมจรรย์ต่อหน้าทุก ๆ คนเท่านี้ยังไม่พอ เธอได้สวมเสื้อของภคินี จัดเตรียมห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่งไว้สำหรับตัวเธอใกล้ ๆ กับวัด ลั่นกุญแจขังตัวเธอเอง เธออาศัยอยู่ในที่นั้น และทำการพลีกรรมใช้โทษบาปจนกระทั่งเธอสิ้นใจตาย
- คำภาวนา -
ข้าแต่พระมารดาแห่งความเมตตา ในเมื่อพระแม่เปี่ยมด้วยความเมตตาและกระตือรือร้นในอันที่จะช่วยเราบรรดาคนบาปผู้มิได้มองดูการณ์ภายหน้า และโปรดประทานตามคำภาวนาของเรา ลูกผู้มีความหยาบช้าน่าสงสารกว่าผู้อื่น วิงวอนขอความเมตตาจากพระแม่ในวันนี้ และวอนขอตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ ทรัพย์สมบัติและยศศักดิ์ฝ่ายโลกก็ตาม แต่สำหรับลูก ลูกจะขอสิ่งที่พระแม่ปราถนาจะให้ลูกวอนขอสิ่งที่ถูกใจพระแม่มากที่สุด และสิ่งที่พระแม่โปรดปรานที่สุดเท่านั้น
พระแม่ช่างเต็มไปด้วยความสุภาพ โปรดให้ลูกมีความสุภาพ และชอบให้คนอื่นเขาสบประมาท พระแม่ช่างมีความอดทนในท่ามกลางการทดลองใจในโลกนี้ โปรดให้ลูกมีความอดทนในยามทุกข์ พระแม่เปี่ยมไปด้วยความรักต่อพระเป็นเจ้า โปรดให้ลูกมีความรักที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์เถิด พระแม่เปี่ยมด้วยความรักต่อเพื่อนมนุษย์ โปรดให้ลูกมีความรักต่อทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นศัตรูของลูกไม่ว่าโดยทางใดทางหนึ่ง พระแม่เป็นหนึ่งเดียวกับน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า โปรดให้ลูกน้อมตามน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าไม่ว่าพระองค์จะทรงโปรดทำประการใดกับลูก ในที่สุดในเมื่อพระแม่เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด พระแม่เจ้าข้า โปรดให้ลูกเป็นนักบุญกับเขาด้วยคนหนึ่ง
พระแม่มิได้ขาดความรักต่อลูกเลย พระแม่กระทำได้ทุกอย่าง และพระแม่มีความปราถนาที่จะให้ลูกได้รับทุกอย่าง อุปสรรคอันเดียวที่จะมากีดขวางก็คือ ลูกอาจจะเลินเล่อไม่หันไปหาพระแม่หรือขาดความไว้วางใจในพระแม่นี่แหละที่พระแม่จะต้องวอนขอให้แก่ลูกพระหรรษทานสำคัญสองประการนี่แหละที่ลูกปราถนา และหวังจะได้รับจากพระแม่ด้วยความไว้ใจที่เต็มเปี่ยม ข้าแต่พระแม่มารีอาความหวัง ความรัก ชีวิต ที่หลบภัย ความช่วยเหลือ และความชื่นชมยินดีของลูก อาแมน