Skip to main content

“ พ่อเจ้าอาวาส แห่งอาร์ส “

บทที่ 2 ว่าด้วยความตาย

 

จะมีวันหนึ่ง และบางทีอาจจะอยู่ไม่ไกลนัก ที่เราต้องกล่าวคำอำลาต่อชีวิต อำลาโลกนี้ อำลาญาติพี่น้องของเรา อำลาเพื่อนฝูงของเรา เราจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะ ลูกเอ๋ย ไม่มีวันเลย เราปรากฏขึ้นบนโลกใบนี้ เราหายไป และเราก็ไม่กลับมาอีก ร่างกายอันน่าสงสารของเราที่เราดูแลเป็นอย่างดี จะมลายกลายเป็นฝุ่นผง และวิญญาณของเราที่กำลังสั่นเทา จะไปปรากฏตัวต่อพระพักตร์พระเจ้าผู้ประเสริฐ เมื่อเราจากโลกนี้ไป โลกที่เราจะไม่ปรากฏตัวอีกต่อไป เมื่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งชีวิตของเราหลุดลอยไป และเรากล่าวคำอำลาครั้งสุดท้าย เราคงจะปรารถนาที่จะใช้ชีวิตของเราอย่างสันโดษ ในส่วนลึกของทะเลทราย ให้ห่างไกลจากโลกและจากความเพลิดเพลินของมัน เรามีตัวอย่างของการกลับใจเหล่านี้อยู่ตรงหน้าเราทุกวัน ลูกเอ๋ย แต่เราก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมเสมอ เราใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน โดยไม่เคยสนใจเรื่องนิรันดรภาพเลย ด้วยความเฉยเมยต่อการรับใช้พระเจ้าผู้ประเสริฐ ใครๆ ก็คงคิดว่าเราจะไม่มีวันตาย

ดูสิ ลูกเอ๋ย บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตโดยไม่เคยคิดถึงความตายเลย พอความตายมาถึง แล้วดูสิ พวกเขาไม่มีอะไรเลย ทั้งความเชื่อ ความหวัง และความรัก ล้วนตายไปจากใจของพวกเขาแล้ว เมื่อความตายมาเยือนเรา สามในสี่ของชีวิตที่เราผ่านมาจะมีประโยชน์อะไรกับเรา เราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับเรื่องอะไร เรากำลังคิดถึงพระเจ้าผู้ประเสริฐ คิดถึงความรอดพ้นของเรา คิดถึงวิญญาณของเราอยู่หรือเปล่า โอ้ ลูกเอ๋ย โลกนี้ช่างโง่เขลาเสียนี่กระไร เราเข้ามาในโลกนี้ เราจากมันไป โดยไม่รู้เลยว่าทำไม พระเจ้าผู้ประเสริฐทรงวางเราไว้ในโลกนี้เพื่อรับใช้พระองค์ เพื่อทดสอบว่าเราจะรักพระองค์และซื่อสัตย์ต่อกฎของพระองค์หรือไม่ และหลังจากช่วงเวลาแห่งการทดลองอันสั้นนี้ พระองค์ก็ทรงสัญญาว่าจะประทานรางวัลให้เรา มันไม่ยุติธรรมหรอกหรือที่พระองค์จะทรงประทานรางวัลแก่ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ และลงโทษผู้ที่ชั่วร้าย นักบวชแทรปปิสต์ที่ใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการคร่ำครวญและร่ำไห้ถึงบาปของตน สมควรได้รับการปฏิบัติเหมือนกับคริสตชนที่เลวร้าย ซึ่งมีชีวิตอย่างอุดมสมบูรณ์ท่ามกลางความเพลิดเพลินทั้งมวลของชีวิตหรือ ไม่เลย ไม่แน่นอน เราอยู่บนโลกนี้ไม่ใช่เพื่อเพลิดเพลินกับความสุขของมัน แต่เพื่อทำงานเพื่อความรอดพ้นของเรา

ให้เราเตรียมตัวสำหรับการตายเถิด เราไม่มีเวลาให้เสียแม้แต่นาทีเดียว มันจะมาเยือนเราในเวลาที่เราคาดไม่ถึงที่สุด มันจะทำให้เราประหลาดใจ จงดูบรรดานักบุญสิ ลูกเอ๋ย พวกท่านล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ พวกท่านมักจะตัวสั่นอยู่เสมอ พวกท่านซูบผอมลงด้วยความกลัว ส่วนพวกเรา ผู้ซึ่งทำให้พระเจ้าผู้ประเสริฐต้องขุ่นเคืองพระทัยอยู่บ่อยครั้ง เรากลับไม่มีความกลัวเลย ชีวิตถูกประทานมาให้เราเพื่อที่เราจะได้เรียนรู้วิธีการตายที่ดี แต่เรากลับไม่เคยคิดถึงมันเลย เราหมกมุ่นอยู่กับเรื่องอื่นทุกอย่าง ความคิดเรื่องความตายมักจะผุดขึ้นมาในหัวของเรา แต่เราก็ปฏิเสธมันเสมอ เราผลัดมันไปจนถึงนาทีสุดท้าย โอ้ ลูกเอ๋ย นาทีสุดท้ายนี้ ช่างน่าหวาดกลัวเสียนี่กระไร ถึงกระนั้น พระเจ้าผู้ประเสริฐก็ไม่ทรงประสงค์ให้เราสิ้นหวัง พระองค์ทรงแสดงให้เราเห็นถึงโจรกลับใจ ที่สำนึกผิด และกำลังจะตายอยู่ใกล้ๆ พระองค์บนไม้กางเขน แต่เขาก็เป็นเพียงคนเดียวเท่านั้น และดูสิ เขาตายอยู่ใกล้ๆ พระเจ้าผู้ประเสริฐ เราจะหวังว่าจะได้อยู่ใกล้พระองค์ในนาทีสุดท้ายของเราได้หรือ ในเมื่อเราอยู่ห่างไกลจากพระองค์มาตลอดชีวิต เราได้ทำอะไรลงไปเพื่อจะสมควรได้รับความโปรดปรานนั้น เราทำความชั่วร้ายมากมาย และไม่ได้ทำความดีเลย

เคยมีคุณพ่อนักบวชแทรปปิสต์ผู้ประเสริฐท่านหนึ่ง ซึ่งตัวสั่นไปทั้งตัวเมื่อรับรู้ว่าความตายกำลังใกล้เข้ามา มีคนพูดกับท่านว่า “คุณพ่อครับ แล้วคุณพ่อกำลังกลัวอะไรอยู่ล่ะครับ” “กลัวการพิพากษาของพระเจ้า” ท่านกล่าว “อา หากคุณพ่อยังกลัวการพิพากษา ทั้งที่คุณพ่อได้ทำพลีกรรมมากมาย ทั้งที่คุณพ่อรักพระเจ้ามากขนาดนี้ และได้เตรียมตัวสำหรับความตายมาอย่างยาวนาน แล้วผมล่ะจะเป็นอย่างไร” ดูสิ ลูกเอ๋ย เพื่อที่จะตายอย่างดี เราต้องมีชีวิตที่ดี เพื่อที่จะมีชีวิตที่ดี เราต้องพิจารณาตนเองอย่างจริงจัง ทุกๆ เย็นให้ทบทวนสิ่งที่เราทำมาตลอดทั้งวัน เมื่อถึงสิ้นสัปดาห์ให้ทบทวนสิ่งที่เราทำมาตลอดสัปดาห์ เมื่อถึงสิ้นเดือนให้ทบทวนสิ่งที่เราทำมาตลอดเดือน และเมื่อถึงสิ้นปี ให้ทบทวนสิ่งที่เราทำมาตลอดทั้งปี ด้วยวิธีนี้ ลูกเอ๋ย เราจะไม่ล้มเหลวในการแก้ไขตัวเอง และเราจะกลายเป็นคริสตชนที่ร้อนรนในเวลาอันสั้น แล้วเมื่อความตายมาถึง เราก็จะพร้อมเต็มที่ เราจะมีความสุขที่จะได้ไปสวรรค์

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com