Skip to main content

BOOK

“ พ่อเจ้าอาวาส แห่งอาร์ส “

บทที่ 10 ว่าด้วยความตะกละ

 

ความตะกละคือความรักที่มากเกินไปในการกินและการดื่ม

เรากำลังทำตัวตะกละ ลูกเอ๋ย เมื่อเรารับประทานอาหารมากเกินไป มากกว่าที่จำเป็นสำหรับการหล่อเลี้ยงร่างกายอันน่าสงสารของเรา เมื่อเราดื่มมากเกินความจำเป็น จนถึงขั้นสูญเสียสติสัมปชัญญะและเหตุผลของเรา... โอ้ ความชั่วร้ายนี้น่าละอายเพียงใด! มันทำให้เราตกต่ำลงเพียงใด! ดูสิ มันทำให้เราอยู่ต่ำกว่าสัตว์ สัตว์ไม่เคยดื่มมากไปกว่าเพื่อดับความกระหายของมัน มันพอใจที่จะกินแค่พออิ่ม แต่พวกเรา เมื่อเราตอบสนองความอยากอาหารของเราแล้ว เมื่อร่างกายของเรารับไม่ไหวแล้ว เราก็ยังคงหันไปหาของอร่อยๆ นานาชนิด เราดื่มไวน์และสุราจนล้นกระเพาะ! น่าสมเพชไหมล่ะ? เรายืนทรงตัวไม่อยู่แล้ว เราล้มลง เรากลิ้งตกลงไปในคูน้ำและในโคลนตม เรากลายเป็นตัวตลกของทุกคน แม้กระทั่งเป็นของเล่นของเด็กเล็กๆ...

หากความตายมาเยือนเราในสภาพนี้ ลูกเอ๋ย เราจะไม่มีเวลาที่จะตั้งสติได้เลย เราจะล้มลงไปในพระหัตถ์ของพระเจ้าผู้ประเสริฐในสภาพนั้น ช่างเป็นความโชคร้ายเสียนี่กระไร ลูกเอ๋ย! วิญญาณของเราจะประหลาดใจเพียงใด! มันจะตกตะลึงเพียงใด! เราจะสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นผู้ที่หลงทางซึ่งอยู่ในนรก... อย่าให้เราถูกครอบงำด้วยความอยากอาหารของเรา เราจะทำลายสุขภาพของเรา เราจะสูญเสียวิญญาณของเรา... ดูสิ ลูกเอ๋ย ความไม่รู้จักประมาณและความสำมะเลเทเมาคือการสนับสนุนแพทย์ นั่นทำให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ได้ และทำให้พวกเขามีงานทำมากมาย... เราได้ยินทุกวันว่า คนนั้นเมาและล้มลงจนขาหัก อีกคนกำลังเดินข้ามแม่น้ำบนแผ่นไม้ พลัดตกลงไปในน้ำและจมน้ำตาย... ความไม่รู้จักประมาณและความเมามายคือเพื่อนร่วมทางของเศรษฐีใจร้าย... ความสุขเพียงชั่วครู่ในโลกนี้ จะทำให้เราต้องจ่ายในราคาที่แสนแพงในโลกหน้า ที่นั่น พวกเขาจะถูกทรมานด้วยความหิวโหยอย่างรุนแรงและความกระหายที่ไม่มีวันดับสิ้น พวกเขาจะไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียวเพื่อดับความกระหาย ลิ้นและร่างกายของพวกเขาจะถูกเปลวไฟแผดเผาไปตลอดชั่วนิรันดร...

โอ้ ลูกเอ๋ย! เราไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย และถึงกระนั้นสิ่งนี้ก็จะไม่พลาดที่จะเกิดขึ้นกับบางคนในพวกเรา บางทีอาจจะก่อนสิ้นปีนี้เสียด้วยซ้ำ! นักบุญเปาโลกล่าวว่า ผู้ที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้มากเกินไปในการกินและการดื่มจะไม่ได้ครอบครองพระอาณาจักรของพระเจ้า ให้เราไตร่ตรองถึงคำพูดเหล่านี้เถิด! ดูบรรดานักบุญสิ พวกท่านใช้ชีวิตไปกับการทำพลีกรรม ส่วนเรากลับอยากจะใช้ชีวิตของเราท่ามกลางความเพลิดเพลินและความสนุกสนาน นักบุญเอลิซาเบธ ราชินีแห่งโปรตุเกส ทรงจำศีลอดอาหารตลอดเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า และตั้งแต่ช่วงวันฉลองนักบุญยอห์น บัปติสต์ ไปจนถึงวันฉลองแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ หลังจากนั้นไม่นาน พระนางก็ทรงเริ่มจำศีลอดอาหารอีกช่วงหนึ่ง ซึ่งกินเวลาไปจนถึงวันฉลองนักบุญมีคาแอล พระนางทรงดำรงพระชนม์ชีพด้วยขนมปังและน้ำเท่านั้นในวันศุกร์ วันเสาร์ และในวันเฝ้าเตรียมฉลองของพระนางพรหมจารีและบรรดาอัครสาวก มีคนเล่าว่านักบุญแบร์นาร์ดดื่มน้ำมันแทนไวน์ นักบุญอิซิดอร์ไม่เคยรับประทานอาหารโดยไม่หลั่งน้ำตา! หากเราเป็นคริสตชนที่ดี เราก็ควรจะทำเหมือนที่บรรดานักบุญได้ทำ

เราจะได้รับประโยชน์อย่างมากสำหรับสวรรค์ในมื้ออาหารของเรา หากเรายอมละเว้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ มากมาย ซึ่งโดยที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของเรา ย่อมจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าผู้ประเสริฐอย่างยิ่ง แต่เรากลับเลือกที่จะตอบสนองรสนิยมของเรามากกว่าที่จะทำให้พระเจ้าพอพระทัย เราทำให้วิญญาณของเราจมน้ำตาย เราบีบคอมันด้วยไวน์และอาหาร ลูกเอ๋ย พระเจ้าจะไม่ตรัสกับเราในวันพิพากษาว่า “จงชี้แจงเรื่องร่างกายของเจ้ามาสิ” แต่จะตรัสว่า “จงชี้แจงเรื่องวิญญาณของเจ้ามาสิ เจ้าทำอะไรกับมันไปบ้าง?”... เราจะตอบพระองค์ว่าอย่างไร? เราดูแลวิญญาณของเราดีเท่ากับร่างกายของเราหรือไม่? โอ้ ลูกเอ๋ย! อย่าให้เรามีชีวิตอยู่เพื่อความเพลิดเพลินในการกินอีกต่อไป ให้เราใช้ชีวิตเหมือนที่บรรดานักบุญได้ใช้ชีวิต ให้เราทำพลีกรรมทรมานตนเองเหมือนที่พวกท่านทำ บรรดานักบุญไม่เคยปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความเพลิดเพลินจากอาหารมื้ออร่อย ความสุขของพวกท่านคือการหล่อเลี้ยงตนเองด้วยพระเยซูคริสตเจ้า! ให้เราดำเนินตามรอยเท้าของพวกท่านบนโลกนี้ แล้วเราจะได้รับมงกุฎที่พวกท่านมีในสวรรค์

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

BOOK

ท่านกำลังอ่าน

“ บทที่ 10 ว่าด้วยความตะกละ ”