Skip to main content

BOOK

“ พ่อเจ้าอาวาส แห่งอาร์ส “

บทที่ 12 ว่าด้วยความเกียจคร้าน

 

ความเกียจคร้านคือความขี้ขลาดและความรู้สึกรังเกียจรูปแบบหนึ่ง ซึ่งทำให้เราละเลยและละเว้นหน้าที่ของเรา แทนที่จะบังคับใจตนเองให้กระทำสิ่งนั้น

อนิจจา ลูกเอ๋ย มีคนเกียจคร้านมากมายเพียงใดบนโลกนี้ มีกี่คนที่ขี้ขลาด มีกี่คนที่เฉื่อยชาในการรับใช้พระเจ้าผู้ประเสริฐ! เราละเลย เราละเว้นหน้าที่แห่งความศรัทธาของเรา อย่างง่ายดายพอๆ กับที่เราหยิบไวน์ขึ้นมาดื่มสักแก้ว เราไม่ยอมบังคับใจตนเอง เราไม่ยอมทำให้ตัวเองต้องลำบาก ทุกสิ่งทำให้คนเกียจคร้านรู้สึกเบื่อหน่ายและรังเกียจ การสวดภาวนา พิธีบูชามิสซาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวิญญาณที่ศรัทธา กลับกลายเป็นการทรมานสำหรับเขา เขารู้สึกเบื่อหน่ายและไม่พอใจเมื่ออยู่ในวัด ที่แทบพระแท่น ต่อพระพักตร์พระเจ้าผู้ประเสริฐ ในตอนแรกเขารู้สึกเพียงความไม่ชอบและความเฉยเมยต่อทุกสิ่งที่ศาสนาบัญญัติไว้ ไม่นานหลังจากนั้น ลูกก็ไม่สามารถพูดกับเขาเรื่องการแก้บาปหรือการรับศีลมหาสนิทได้อีกต่อไป เขาไม่มีเวลาที่จะคิดถึงเรื่องเหล่านั้น

โอ้ ลูกเอ๋ย! เราช่างน่าเวทนาเสียนี่กระไรที่ต้องมาสูญเสียเวลาที่เราสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมากในการไปสวรรค์ ในการเตรียมตัวสำหรับนิรันดรภาพด้วยวิธีนี้! มีกี่ช่วงเวลาที่ต้องสูญเสียไปกับการไม่ทำอะไรเลย หรือการทำความชั่ว การฟังคำแนะนำของปีศาจ และการเชื่อฟังมัน! สิ่งนี้ไม่ทำให้เราตัวสั่นหรอกหรือ? หากผู้ที่หลงทางในนรกมีเวลาเพียงวันเดียวหรือชั่วโมงเดียวที่จะใช้เพื่อความรอดพ้นของเขา เขาจะใช้เวลานั้นให้เกิดประโยชน์เพียงใด! เขาจะรีบเร่งเพียงใดที่จะช่วยวิญญาณของเขาให้รอด ที่จะกลับคืนดีกับพระเจ้าผู้ประเสริฐ! ส่วนพวกเราล่ะ ลูกเอ๋ย เราผู้ซึ่งมีเวลาเป็นวันเป็นปีที่จะคิดถึงความรอดพ้นของเรา ที่จะช่วยวิญญาณของเราให้รอด เรากลับยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น เหมือนกับชายที่ถูกกล่าวถึงในพระวรสาร เราละเลย เราสูญเสียวิญญาณของเรา เมื่อความตายมาถึง เราจะมีสิ่งใดไปถวายแด่พระเยซูเจ้า? อา! ลูกเอ๋ย จงฟังเถิดว่าพระเจ้าผู้ประเสริฐทรงข่มขู่คนเกียจคร้านอย่างไร “ต้นไม้ทุกต้นที่ไม่เกิดผลดี จะถูกโค่นและทิ้งลงในไฟ” “จงเอาผู้รับใช้ที่ไร้ประโยชน์คนนี้ไปทิ้งในที่มืดข้างนอกเถิด ที่นั่นจะมีการร้องไห้ขบฟัน”

ความเกียจคร้านเป็นบ่อเกิดของความชั่วร้ายทั้งหมด ดูคนเกียจคร้านสิ พวกเขาไม่คิดถึงสิ่งใดเลยนอกจากการกิน การดื่ม และการนอน พวกเขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นสัตว์ที่โง่เขลา ซึ่งยอมจำนนต่อกิเลสตัณหาทั้งหมดของตน พวกเขาลากตัวเองไปตามโคลนตมเหมือนหมู พวกเขาสกปรกโสมมทั้งภายนอกและภายใน พวกเขาหล่อเลี้ยงวิญญาณของตนด้วยความคิดและความปรารถนาที่ไม่บริสุทธิ์เท่านั้น พวกเขาไม่เคยอ้าปากพูดสิ่งใดเลยนอกจากเพื่อพูดให้ร้ายเพื่อนบ้าน หรือพูดจาหยาบคายลามก ดวงตาและหูของพวกเขาเปิดรับเพียงสิ่งที่ผิดบาปเท่านั้น... โอ้ ลูกเอ๋ย! เพื่อที่เราจะสามารถต่อต้านความเกียจคร้านได้ ให้เราเลียนแบบบรรดานักบุญ ให้เราเฝ้าระวังตนเองอย่างต่อเนื่อง เหมือนอย่างพวกท่าน ให้เรากระตือรือร้นอย่างยิ่งในการทำหน้าที่ทั้งหมดของเราให้สำเร็จ อย่าให้ปีศาจพบว่าเรากำลังไม่ได้ทำอะไรเลย เพื่อที่เราจะได้ไม่พ่ายแพ้ต่อการประจญ ให้เราเตรียมตัวสำหรับการตายที่ดี สำหรับนิรันดรภาพ อย่าให้เราสูญเสียเวลาไปกับความเย็นชา ความประมาทเลินเล่อ และความไม่ซื่อสัตย์ที่เป็นนิสัยของเรา ความตายกำลังคืบคลานเข้ามา พรุ่งนี้เราอาจจะต้องจากญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงของเราไป ให้เรารีบเร่งสร้างบุญบารมีเพื่อให้สมควรได้รับรางวัลที่สัญญาไว้ในสวรรค์สำหรับผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ในพระวรสาร!

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

BOOK

ท่านกำลังอ่าน

“ บทที่ 12 ว่าด้วยความเกียจคร้าน ”