การภาวนาเปรียบเสมือนลมหายใจของชีวิตคริสตชนที่ช่วยเชื่อมประสานความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทว่าในชีวิตยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและสิ่งดึงดูดความสนใจ หลายคนอาจพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะรักษาชีวิตการอธิษฐานให้สม่ำเสมอและมีพลัง ด้วยเหตุนี้ หลักการ "3P" จึงเป็นเสมอแม่กุญแจ ที่นำเราเข้าสู่การอธิษฐานภาวนาดังนี้...
Place
P ตัวแรกคือ Place "สถานที่" เพราะหากเราต้องการอธิษฐานภาวนาอย่างแท้จริง
เราควรจะหาสถานที่เหมาะๆ บรรยากาศดี ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป มีความเงียบสงบ อาจมีผู้คนอื่นๆอยู่รอบๆ แต่ไม่ควรทำให้เรารู้สึกวอกแวะ และไม่มีสมาธิอย่างแท้จริง
จริงอยู่ที่การอธิษฐานภาวนาขึ้นอยู่กับหัวใจ มากกว่าสถานที่ แต่ถ้ามีสถานที่เหมาะๆ มีบรรยากาศของความสงบ และศักดิ์สิทธิ์ จะช่วยเตรียมตัวให้เราสวดภาวนาได้เป็นอย่างดี
Posture
P ที่สองคือ Posture "อากัปกิริยา" ท่าทีที่สำรวม อากัปกิริยาที่สงบ ไม่ว่าจะนั่ง ยืน คุกเข่า หรือ แม้แต่จะวิ่งเหยาะๆ หากอยู่ในบรรยกาศของความสงบทางจิตใจ อากัปกิริยาใดๆ ก็สามารถช่วยเราให้สวดภาวนาได้เป็นอย่างดี
Prayer
หากมี "สถานที่ดี" ร่วมกับอยู่ใน "อากัปกิริยา" ที่เหมาะสม การภาวนาก็จะก่อเกิดโดยอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม จงระลึกอยู่เสมอว่า ไม่ใช่เราที่เป็นผู้อธิษฐานภาวนา แต่เป็นพระจิตเจ้าที่ทำงาน และเป็นผู้นำเราไปสู่การภาวนา
ในห้วงภาวนา จิตของมนุษย์พยายามที่จะเชื่อมต่อกับจิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
ในห้วงภาวนานี้ เราอาจจะทูนขอ และอธิษฐานของความช่วยเหลือจากพระเจ้า
ในห้วงภาวนานี้ เราอาจจะทำสมาธิ ทำจิตให้มั่นคง ปล่อยวาง สุขสบาย รู้สึก หรือสัมผัส ถึงการประทับอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
การอธิษฐานภาวนา ไม่มีสิ่งที่ผิด แต่ที่ผิดคือ "การไม่อธิษฐานภาวนา"
จงฝึกอธิษฐานภาวนาอยู่บ่อยๆ หาสถานที่ที่เหมาะสม (place) อยู่ในอากัปกิริยาที่สำรวมและมีสมาธิ (posure) แล้วการอธิษฐานภาวนา (prayer) ก็จะก่อเกิด

