Skip to main content

ทำไมเราต้องสวดถึงนักบุญ

นับว่าเป็นข้อกังขาและเป็นคำถามหลัก ที่พี่น้องชาวคริสต์ต่างนิกายมักจะโจมตีชาวคาทอลิกว่า

“ไม่มีความจำเป็นที่เราจะสวดภาวนาถึงแม่พระและบรรดานักบุญ เพราะไม่มีประโยชน์อะไร
ให้สวดอธิษฐานถึงพระเจ้า พระเยซูคริสต์โดยตรงได้เลย”

แต่สำหรับชาวเราคาทอลิกยึดมั่นในคำสอน “ความเป็นหนึ่งเดียวกันของบรรดานักบุญ” (communion of all saints) หากจะอธิบายง่ายๆ ก็คือ “ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์” เป็นครอบครัวที่เรามีพระเจ้า เป็นพระบิดา มีพระเยซูเป็นพี่ชายและอาจารย์ มีแม่พระเป็นแม่ของชาวคริสตชน และมีพี่ ๆ น้อง ๆ สมาชิกครอบครัวคือบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ หรือ บรรดานักบุญบนสวรรค์นั่นเอง ในครอบครัวของเรา ไม่มีใครที่จะกล่าวว่า “ฉันจะคุยกับพ่อ หรือ แม่ แต่อย่างเดียว ฉันจะไม่คุยกับคนอื่นๆ” ก็อาจจะมีครอบครัวเช่นนี้ แต่เป็นครอบครัวที่แตกแยก หรืออาจจะมีปัญหาภายในครอบครัว แต่ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของบรรดานักบุญนี้ ทุกคนคุยกัน เอื้อเฟื้อกัน และแบ่งปันความรักอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นองค์ “พระจิตเจ้า” เพราะพระเจ้าเป็นความรักนั่นเอง

การพูดคุยกันนี้ คือ “การอธิษฐานภาวนา” เราคุยกับนักบุญองค์อุปถัมภ์ของเรา เราคุยกับนักบุญที่เราชื่นชอบและศรัทธา เฉกเช่นกับการภาวนาวอนขอแด่แม่พระ เพราะยิ่งเราสวดภาวนามาเท่าใด กิจศรัทธานี้ก็ยิ่งเพิ่มพูนความรักของเราต่อองค์พระบิดาเจ้าและองค์พระบุตรมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน และที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่เราเป็นผู้อธิษฐานภาวนา แต่เป็นพระจิตเจ้าที่นำเราเข้าสู่การภาวนา ด้วยเหตุนี้ ในยามที่เราอธิษฐานภาวนา ให้เรากระทำตอนให้เป็นเสมือนภาชนะที่ว่างเปล่า วางความทุกข์ร้อนหรือความกังวลใจใดๆ เป็นเครื่องบรรณาการเฉพาะองค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วเปิดใจ ให้พระจิตเจ้าเสด็จเข้ามาในจิตใจของเรา เพื่อทูนขอ สรรเสริญ นมัสการ องค์พระผู้เป็นเจ้า และคำภาวนาของเราจะมีความเข้มข้นยิ่งถึง หากเราทูนของพระแม่มารีย์ช่วยทูนขอองค์พระเจ้า พร้อมกับคำวอนขอของนักบุญที่เราศรัทธาเป็นพิเศษ และจะมีหรือที่พระเจ้าจะไม่ทรงสดับฟังของภาวนาของเรา และประทานในสิ่งที่เราวอนขอจากพระองค์

เหตุผล 5 ประการที่ชาวคริสต์ควรสวดภาวนาถึงบรรดานักบุญ

1. บรรดานักบุญเป็นผู้วอนขอแทนชาวเรา

ในคำสอนคริสตชน (CCC) ได้สอนว่า เป็นแผนการของพระเจ้าที่ทรงโปรดให้บรรดานักบุญทำหน้าที่วอนขอแทนชาวเรา ชาวคาทอลิกจึงวอนขอท่านเหล่านั้น เราภาวนาเพื่อโลกใบนี้ รวมไปถึงการวอนขอความต้องการส่วนตัวของเรา (2) (6)

2. ความเป็นหนึ่งเดียวสหพันธ์นักบุญ

นักบุญคือผู้ที่อยู่บนสวรรค์ ในไฟชำระ และคนที่อยู่ในโลกนี้ เราเป็นหนึ่งเดียวกัน (communion of saints) โดยมีแม่พระเป็นราชินี เป็นพระแม่ของสหพันธ์นักบุญ และยิ่งเราภาวนาถึงกันและกันมาเพียงใด เราก็จะยิ่งใกล้ชิดกับมากยิ่งขึ้น (1) (7)

3. “การวอนขอ” นั้นต่างกับการ “กราบนมัสการ”

เราไม่ได้กราบนมัสการบรรดานักบุญและแม่พระ เพราะพวกเขาไม่ใช่พระเจ้า แต่เราอธิษฐานและวอนขอ เพราะพวกเขาเป็นแบบอย่างที่ดีในชีวิต พวกเขาได้ผ่านหนทางแห่งไม้กางเขนพระคริสต์ได้ทรงมอบไว้ ชีวิตของพวกเขาได้รับการชำระล้างแล้วจากบาป ไม่ใช่ด้วยชีวิตที่เพียบพร้อมหรือสมบูรณ์แบบ แต่ด้วยหนทางที่มืดมน ผ่านความทุกข์ การประจญล่อลวง ความทรมานและการกลับใจใช้โทษบาป เราจึงต้องเลียนแบบท่านเหล่านั้น ในวิถีทางแห่งการดำเนินชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ (4)(9)

4. มีบอกไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล

จดหมายถึงชาวฮีบรู 12:1-4

“พวกเราก็เช่นเดียวกัน เมื่อมี ‘พยานจำนวนมากห้อมล้อมอยู่’ เราจงละทิ้งทุกสิ่งที่ถ่วงอยู่และบาปที่เกาะแน่น เราจงมีมานะวิ่งต่อไปในการแข่งขันซึ่งกำหนดไว้สำหรับเรา จงเพ่งมองไปยังพระเยซูเจ้าผู้ทรงบุกเบิกความเชื่อและทรงทำให้ความเชื่อนั้นสมบูรณ์ พระองค์ทรงยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ไม่ทรงถือว่าเป็นความตายที่น่าอับอาย เพราะทรงคำนึงถึงความยินดีที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ บัดนี้พระองค์ประทับ ณ เบื้องขวาแห่งพระที่นั่งของพระเจ้าแล้ว ท่านทั้งหลายจงคิดถึงพระองค์ที่ทรงอดทนต่อการคัดค้านเช่นนี้ของคนบาป ท่านจะได้ไม่ท้อถอยหมดกำลังใจ ในการต่อสู้กับบาป ท่านยังมิได้ต้านทานจนถึงกับต้องหลั่งเลือดเลย”

จดหมายถึงชาวฮีบรูได้กล่าวถึงการเดินทางในโลกนี้ เป็นเสมือนการแข่งขัน ที่เราต้องวิ่งมุ่งไปถึงพระราชัยแห่งสวรรค์ โดยมีกองเชียร์จำนวนนานับ ที่คอยให้กำลังใจกับพวกเรา เพราะเขาเหล่านั้น ได้ผ่านหนทางแห่งไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์มาแล้ว พวกเขาคือบรรดานักบุญนั่นเอง (3)

5. เป็นคำสอนของพระศาสนจักร

คำสอนของสังคายนาแห่งเมืองเตรนท์ได้ยืนยันว่า การภาวนาแด่บรรดานักบุญนั้นเป็นสิ่งที่ดีและนับว่ามีคุณประโยชน์อย่างมากมายเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า (4) นับเป็นคำสอนที่สำคัญ เป็นแนวทางการปฏิบัติ และเป็นกิจศรัทธาจนมาถึงทุกวันนี้ (5)(8)

วันนี้เราสวดภาวนาแด่องค์พระเจ้า โดยให้พระแม่มารีย์ และบรรดานักบุญช่วยภาวนาให้ชาวเราแล้วบ้างหรือยัง?

 


อ้างอิงจาก

[1] Popular Devotional Practices 6
(https://www.usccb.org/resources/Popular%20Devotional%20Practices%202003-11-12_0.pdf)

[2] Compendium of the CCC 564
(https://www.vatican.va/archive/compendium_ccc/documents/archive_2005_compendium-ccc_en.html#The%20Tradition%20of%20Prayer)

[3] General Audience of 7 April 2021: Catechesis on prayer - 28. Praying in communion with the Saints
(https://www.vatican.va/content/francesco/en/audiences/2021/documents/papa-francesco_20210407_udienza-generale.html)

[4] Catholic Encyclopedia Intercession (Mediation)
(https://www.newadvent.org/cathen/08070a.htm)

[5] Catechism of the Council of Trent The Lord's Prayer - Introduction: On Prayer
(https://archive.org/details/thecatechismofth00donouoft/page/n19/mode/2up?ref=ol&view=theater)

[6] CCC 2683
(http://www.vatican.va/archive/ENG0015/__P9H.HTM)

[7] Compendium of the CCC 195
(https://www.vatican.va/archive/compendium_ccc/documents/archive_2005_compendium-ccc_en.html#I%20Believe%20in%20the%20Holy%20Spirit)

[8] A Catechism of Christian Doctrine (The Baltimore Catechism No. 3) 1202
(https://gutenberg.org/cache/epub/14553/pg14553.html#id01322)

[9] CCC 957
(http://www.vatican.va/archive/ENG0015/__P2B.HTM)

[10] Mediator Dei 168
(https://www.vatican.va/content/pius-xii/en/encyclicals/documents/hf_p-xii_enc_20111947_mediator-dei.html)


 

บทความโดย
บาทหลวง วรวุฒิ สารพันธุ์ C.Ss.R. JCL

Catholic Priest & Canonist
Author & Administrator 
Faith4Thai.com

*juris canonici licentiatus 
หรือ JCL เป็นปริญญาทางกฏหมายพระศาสนจักร

Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
FaceBook: Worawut Saraphan
Iine ID: mcssrsp