พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก (มก 6:21-29, 34-44)
“โอกาสดีมาถึงเมื่อกษัตริย์เฮโรดทรงจัดงานเลี้ยงฉลองวันประสูติ... ทรงเชิญบรรดาขุนนาง นายทหารชั้นผู้ใหญ่ และคนชั้นนำในแคว้นกาลิลีมาร่วมงาน... กษัตริย์ทรงรับปากสาบานกับนางว่า ‘เธอจะขออะไร เราจะให้ทั้งนั้น...’ นางจึงทูลว่า ‘หม่อมฉันขอศีรษะของยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง ใส่ถาดมาให้เดี๋ยวนี้’ ...เพชฌฆาตจึงไปตัดศีรษะของยอห์นในคุก นำศีรษะใส่ถาดมาให้นาง...”
“เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นจากเรือ ทรงเห็นประชาชนกลุ่มใหญ่ ก็ทรงสงสาร เพราะเขาเหล่านั้นเป็นดั่งฝูงแกะที่ไม่มีคนเลี้ยง... พระองค์ทรงรับขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวนั้นมา ทรงแหงนพระพักตร์ขึ้นมองฟ้า ถวายพระพร ทรงหักขนมปังส่งให้บรรดาศิษย์นำไปแจกจ่ายแก่ประชาชน... ทุกคนได้กินจนอิ่ม...”
"มื้ออาหาร" สำหรับพวกเราไม่ได้เป็นเพียงแค่การเติมเต็มความหิวทางร่างกาย แต่มันคือสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลอง การพบปะสังสรรค์ และความสัมพันธ์ ในหน้าพระวรสารข้างต้น เราพบเหตุการณ์ที่น่าทึ่ง นั่นคือการวางเรื่องราวของ "งานเลี้ยงสองงาน" ไว้ใกล้กันอย่างจงใจ เพื่อให้เราเห็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างวิถีของโลกและวิถีของพระเจ้า
งานเลี้ยงฉลองแห่งความตาย
เมื่อเรามองเข้าไปในงานฉลองวันเกิดของกษัตริย์เฮโรด มันคืองานเลี้ยงที่ดูยิ่งใหญ่ในสายตาของโลก
- บรรดาแขกผู้มีเกียรติ เต็มไปด้วยขุนนาง ผู้มีอำนาจ และคนชั้นสูง
- แม้บรรยากาศมีความหรูหรา ฟู่ฟ่า แต่กลับขับเคลื่อนด้วยอำนาจ กิเลสตัณหา ความเมามาย และการโอ้อวด
- งานเลี้ยงนี้กลับนำไปสู่ความมืดมน การใช้อำนาจในทางที่ผิด (การสั่งตัดศีรษะยอห์น บัปติสต์) และความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินใจเฮโรด
มันคืองานเลี้ยงที่เริ่มต้นด้วยความรื่นเริง แต่จบลงด้วยความสูญเสียและทิ้งความว่างเปล่าไว้เบื้องหลัง
งานเลี้ยงแห่งชีวิต
ในทางตรงกันข้าม พระเยซูเจ้าทรงจัด "งานเลี้ยง" ของพระองค์กลางป่าอันห่างไกล แขกของพระองค์ไม่ใช่คนมีอำนาจ แต่เป็นประชาชนธรรมดา คนยากไร้ และผู้ที่หิวกระหายฝ่ายจิตวิญญาณ บนโต๊ะไม่มีอาหารหรูหรา มีเพียงขนมปัง 5 ก้อนและปลา 2 ตัว
แต่หากเราพิจารณากิริยาที่พระเยซูทรงกระทำ คือการ "รับขนมปัง แหงนพระพักตร์ขึ้นมองฟ้า ถวายพระพร ทรงหักขนมปัง และส่งให้" นี่ไม่ใช่แค่มื้ออาหารธรรมดา แต่มันคือ ภาพล่วงหน้าของศีลมหาสนิท (The Eucharist) ที่พระองค์จะทรงตั้งขึ้นในอาหารค่ำมื้อสุดท้าย
- มื้ออาหารของเฮโรดจบลงด้วยความตาย แต่มื้ออาหารของพระคริสต์นำมาซึ่ง "ชีวิต"
- ในปาฏิหาริย์นี้ พระองค์ประทานอาหารเพื่อเลี้ยงดูกาย แต่นับจากมื้อค่ำสุดท้ายเป็นต้นมา พระองค์ทรงประทาน "พระองค์เอง" เป็น "ปังแห่งชีวิต" (Bread of Life) เพื่อหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเราผ่านทางศีลมหาสนิท
โต๊ะอาหารในชีวิตของเรา
เมื่อมองย้อนกลับมาที่ชีวิตของเรา เราอาจต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทุกวันนี้เรากำลังหิวโหยและแสวงหางานเลี้ยงแบบไหน?
หลายครั้งเราวิ่งตาม "งานเลี้ยงแบบเฮโรด" เราโหยหาการยอมรับ อำนาจ ทรัพย์สินเงินทอง หรือความสุขฉาบฉวย เรายอมแลกความถูกต้องเพียงเพื่อรักษาสถานะและหน้าตาทางสังคม แต่สุดท้ายสิ่งเหล่านั้นกลับทำให้จิตวิญญาณของเราหิวโหยและเหนื่อยล้ายิ่งกว่าเดิม
พระเยซูคริสต์ทรงเชิญชวนเรามาที่โต๊ะอาหารของพระองค์เสมอ นั่นคือ "พิธีบูชาขอบพระคุณ" (มิสซา) โต๊ะที่อาจจะดูเรียบง่าย แต่เต็มเปี่ยมด้วยพระหรรษทานและความรักแท้ พระองค์ทรงเชิญให้เรานำความอ่อนแอและความต้องการของเรามาถวาย เพื่อที่พระองค์จะทรงเปลี่ยนรูปสิ่งเหล่านั้น และมอบความปลอบประโลมพร้อมกับพระองค์เองกลับมาเป็นพลังให้เรา
“งานเลี้ยงของโลก อาจเริ่มต้นด้วยเสียงหัวเราะ
แต่จบลงด้วยความว่างเปล่า
แต่งานเลี้ยงของพระเจ้า คือศีลมหาสนิท
ที่เริ่มต้นด้วยความหิวกระหาย
และจบลงด้วยชีวิตที่ครบบริบูรณ์”
คำภาวนาทิ้งท้าย
ข้าแต่พระเป็นเจ้า หลายครั้งลูกหลงใหลไปกับแสงสีและงานเลี้ยงของโลกที่หลอกลวง ขอพระองค์ทรงดึงลูกกลับมาที่โต๊ะอาหารของพระองค์เสมอ ขอให้ลูกรู้คุณค่าของศีลมหาสนิท ที่ซึ่งพระองค์ทรงหักบิพระองค์เองเพื่อเป็นปังแห่งชีวิตหล่อเลี้ยงลูก และขอให้ชีวิตของลูก เมื่อได้รับพระองค์แล้ว จะเป็นดั่งปังที่ถูกหักแบ่ง เพื่อนำพระหรรษทานและความรักไปสู่พี่น้องรอบข้าง อาแมน
บาทหลวง วรวุฒิ สารพันธุ์ C.Ss.R. JCL
Catholic Priest & Canonist
Author & Administrator
Faith4Thai.com
*juris canonici licentiatus
หรือ JCL เป็นปริญญาทางกฏหมายพระศาสนจักร
Email:
FaceBook: Worawut Saraphan
Iine ID: mcssrsp
ท่านกำลังอ่าน