Skip to main content

เตรียมเผชิญ

ค ว า ม ต า ย

บทที่ 28 ความวุ่นวายใจของนักโทษนรก

1. เขาต้องพินาศเพราะความเปล่าแท้ ๆ

 

            “หนอนของเขาไม่รู้ตาย” (มก. 9, 47) นักบุญโทมัส อธิบายว่า หนอนที่ไม่รู้ตายนี้หมายความถึง ความวุ่นวายของมโนธรรม ซึ่งจะทรมานนักโทษเรื่อยไปทั้งชั่วนิรันดร มโนธรรมจะชอนไชดวงใจของพวกนักโทษนรกเรื่อยไปด้วยความวุ่นวายจำนวนมากและหลายอย่างต่างชนิด แต่มีความวุ่นวาย 3 ประการที่ทรมานเขาอย่างอุกฉกรรจ์กว่าหมด คือ การเห็นว่าตัวเขาต้องพินาศไปเพราะสิ่งเล็กน้อยแท้ ๆ เขาน่าจะเอาตัวรอดได้ไม่ยากนัก และที่สุดสิ่งที่เขาเสียไปนั้นเป็นขุมทรัพย์อันใหญ่ยิ่งนักหนา

            พระคัมภีร์เล่าว่า เมื่อ เอเซา ได้กินถั่วต้มอันเป็นราคาค่าสิทธิ์เป็นลูกหัวปีที่มันได้ขายไปหมดชามแล้ว เขาเป็นทุกข์และเสียใจจนร้องไห้ฟูมฟาย (ปฐก. 27, 34) อนิจจา! นักโทษนรกจะร้องไห้ ร้องฟูมฟายดังสนั่นถึงไหนหนอ เมื่อมาแลเห็นว่าเพราะความสนุกเล็กน้อยชั่วครู่ และความสนุกอันเคลือบด้วยยาพิษด้วยตัวจึงได้เสียราชสมบัติ เสียความสุขตลอดนิรันดร และกลับต้องถูกโทษตลอดนิรันดร ต้องตายเรื่อยไปอีกเล่า! แน่นอน เขาจะร้องไห้ยิ่งกล่า ยอนาธาสมากนัก ในคราวเมื่อถูกพระเจ้า ซาอุล ผู้บิดา ตัดสินประหารชีวิต เพราะได้กินน้ำผึ้งเข้าไปหน่อยหนึ่ง” (พกษ. 14, 43)

            อนิจจา ! นักโทษนรกจะเจ็บใจเพียงไรหนอ เมื่อมองดูต้นเหตุแห่งความพินาศของเขา! ชีวิตของเขาที่ล่วงไปทุกวันนี้เป็นอะไรเล่า ถ้ามิใช่เป็นเพียงความฝัน เป็นเวลาชั่วครู่สั้น ๆ ? เมื่ออยู่ในนรกแล้วจะมองเห็นว่าเวลา 50 ปี 60 ปี ที่ตนได้อยู่ในโลกนี้เป็นอะไร เมื่อนำไปเปรียบกับการที่ตนอยู่ในนิรันดรภาพซึ่งเป็นชั่วเวลาแม้จะได้ล่วงไปแล้วร้อยล้านปี พันล้านปี ก็ยังอยู่เบื้องต้นเพิ่งเริ่มนั่นเอง! ข้าพเจ้าพูดอะไรว่าเขาอยู่ในโลกนี้ตั้ง 50 ปี? ก็ตลอดเวลา 50 ปีนั้นเขาได้แต่ความสุขล้วน ๆ หรือ? คนบาปที่ดำรงชีพห่างเหินจากพระเป็นเจ้ามีความสุขจากบาปของเขาเสมอไปหรือ? ความสุขที่บาปให้นั้น คงอยู่ช้านานเท่าไร?- ประเดี๋ยวเดียว นอกนั้นเป็นแต่เวลายากลำบาก เวลาต้องทุกข์ร้อนทั้งนั้น สำหรับผู้เป็นศัตรูของพระเป็นเจ้า เป็นดังนี้! นักโทษนรกจะคิดอย่างไรในเวลาที่ตนได้รับความสุขชั่วครู่สั้น ๆ นั้น? เป็นต้น เขาจะรู้สึกอย่างไร เมื่อคิดถึงเวลาที่ได้กระทำบาปประการเดียว ประการสุดท้าย ประการที่ได้ทำให้เขาต้องพินาศไป? เขาจะอุทานว่า: แล้วกัน! เพราะอ้ายความสนุกอัปรีย์ชั่วครู่ซึ่งพอได้ลิ้มรสแล้ว ก็หายไปดังลมนั่นเอง ฉันจึงต้องมาอยู่ในไฟ ต้องเสียใจ ต้องถูกคนทั้งหลายทอดทิ้ง และดังนี้ตลอดนิรันดร ตลอดเวลาเท่าที่พระเป็นเจ้าจะยังคงเป็นพระเป็นเจ้า!

            ข้อเตือนใจและคำภาวนา

            พระสวามีเจ้าข้า โปรดส่องสว่างให้ข้าพเจ้ารู้เข้าใจความชั่วร้ายแห่งการทำบาปและเข้าใจพระอาชญาโทษ ซึ่งข้าพเจ้าควรจะต้องรับนั้นเถิด ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า บัดนี้ข้าพเจ้ารู้สึกเจ็บใจมาก เพราะได้ทำเคืองพระทัย แต่ความเจ็บใจอันนี้ก็ยังทำให้ข้าพเจ้าเบาใจ โดยที่คิดว่า หากพระองค์ได้ทรงผลักข้าพเจ้าลงไปสู่นรก ตามที่ควรแล้ว บัดนนี้ ข้าพเจ้าคงจะเจ็บใจมากที่สุด ที่เห็นว่า ตัวข้าพเจ้าต้องโทษ เพราะสิ่งเล็กน้อยแท้ ๆ และมันจะเป็นนรก สาหัสฉกรรจ์ยิ่งกว่าตัวนรกเอง สำหรับข้าพเจ้าเสียอีก! แต่ ณ กาลบัดนี้ ข้าพเจ้าขอย้ำทูลพระองค์ว่า ความเจ็บใจอันนี้ ทำให้ข้าพเจ้าเบาใจ เพราะทำให้หวังว่า ข้าพเจ้าจะได้รับอภัยบาปดังที่พระองค์ได้ทรงสัญญาแก่ผู้เป็นทุกข์กลับใจทั้งหลาย เป็นความสัตย์จริงพระสวามีข้า ข้าพเจ้าเจ็บใจในการที่ได้ล่วงเกินพระองค์ และข้าพเจ้ารู้สึกยินดีในความเจ็บใจนั้นให้มากขึ้นด้วยเถิด และขอพระองค์ทรงธำรงรักษาไว้เรื่อย ๆ จนถึงเวลาตายของข้าพเจ้า ทั้งนี้เพื่อข้าพเจ้าจะได้ร้องไห้เพราะที่ได้ทำความผิดต่อพระองค์เรื่อยไป ไม่หยุดหย่อน พระเยซูเจ้าข้า อภัยบาปแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิดพระมหาไถ่เจ้าข้า เพราะความเมตตาของพระองค์ต่อข้าพเจ้า พระองค์จึงไม่ทรงเมตตากรุณาต่อพระองค์เอง ได้ทรงลงโทษพระองค์เอง จนถึงแก่มรณภาพอย่างสาหัสฉกรรจ์ เพื่อให้ข้าพเจ้าพ้นนรก ฉะนั้นขอทรงพระเมตตาต่อข้าพเจ้าด้วยเถิด! ขอดลบันดาลให้ความทุกข์ถึงบาปทำให้ข้าพเจ้าช้ำใจอยู่เรื่อย และเผาจี้ข้าพเจ้าให้ระอุร้อนด้วยความรักต่อพระองค์ พระเป็นเจ้าผู้ทรงรักข้าพเจ้าอย่างยิ่ง ได้ทรงเพียรทนข้าพเจ้านักหนา ไม่เพียงแต่ไม่ทรงประสงค์จะลงโทษข้าพเจ้าเท่านั้น แต่กลับทรงพระกรุณาประทานความสว่างและพระหรรษทานแก่ข้าพเจ้ายิ่งขึ้นอีกเล่า! ขอสมนาพระคุณด้วยจริงใจ พระเยซูเจ้าข้า ข้าพเจ้ารักพระองค์ รักพระองค์มากกว่าตัวข้าพเจ้าเอง รักพระองค์ด้วยสิ้นสุดจิตใจแล้ว พระเจ้าข้า พระองค์ไม่ทรงเคยดูแคลนผู้ที่รักพระองค์ บัดนี้ข้าพเจ้าก็รักพระองค์แล้ว ขออย่าทรงขับไล่ข้าพเจ้าให้พ้นจากพระพักตร์ของพระองค์เลย พระเจ้าข้า โปรดรับข้าพเจ้าไว้เป็นมิตรของพระองค์เถิด และอย่าปล่อยให้ข้าพเจ้าต้องเสียพระองค์ไปอีกเลยพระเจ้าข้า

            ข้าพเจ้าพระนางมารีอา กรุณารับข้าพเจ้าไว้เป็นทาสของท่าน โปรดตรึงข้าพเจ้าติดกับพระเยซู พระบุตรของท่าน ช่วยวิงวอนให้ข้าพเจ้าได้รับอภัยบาปและให้รักพระองค์และคงเจริญอยู่ในความประพฤติดีจนถึงเวลาตายด้วยเถิด

2. เขาน่าจะพ้นความพินาศได้อย่างง่ายดาย

 

            นักบุญโทมัสกล่าวว่า “ความเจ็บใจที่สำคัญของนักโทษ คือการที่มองเห็นว่าตัวต้องพินาศไปเพราะความเปล่าแท้ ๆ และเห็นว่า หากตนเองสมัครใจแล้วก็จะไปสวรรค์ได้อย่างง่ายดายที่สุด” (1) ความวุ่นวายในมโนธรรมของนักโทษประการที่สองคือ เขาจะเห็นว่า ตัวน่าจะได้เอาตัวรอด โดยยอมเสียสละเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ครั้งหนึ่งนักโทษนรกได้ประจักษ์มาหานักบุญ ฮุมแบร์โต และบอกกับท่านว่า: สิ่งที่ทรมานใจเขาเป็นอย่างยิ่งในนรกก็คือ การแลเห็นว่า ตนต้องตกนรกไปเพราะสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ และเห็นว่า ตัวเขาอาจจะได้เอาตัวรอดโดยไม่ต้องลำบากเท่าไรนัก เขากล่าวต่อไปว่า: หากข้าพเจ้าจะได้ระวังตา ไม่มองดูวัตถุอันนั้น หากจะได้เอาชนะการเห็นแก่หน้ามนุษย์ในคราวนั้น หากจะได้เลี่ยงหลีกท่าทางบาปอันนั้น เพี่อนคนนั้น การสนทนาครั้งนั้น ปานนี้ข้าพเจ้าจะไม่ต้องถูกโทษเป็นแน่ หากข้าพเจ้าจะได้รับศีลแก้บาปทุกสัปดาห์ หากจะได้ไปร่วมประชุมทางวัด หากจะได้อ่านหนังสือศรัทธาเล่มนั้นทุก ๆ วัน หากจะได้ไปร่วมประชุมทางวัด หากจะได้อ่านหนังสือศรัทธาเล่มนั้นทุก ๆ วัน หากจะได้ฝากตัวไว้กับพระเป็นเจ้า และพระแม่มารีอา ข้าพเจ้าก็จะไม่ได้กลับตกในบาปประการนั้นอีกที่จริง ข้าพเจ้าก็ได้ตั้งใจจะปฏิบัติดังกล่าวหลายครั้ง แต่แล้วไม่ได้ทำ หรือว่าได้เริ่มลงมือแล้วก็ได้ทอดทิ้งเสียกลางคัน นี่แหละ เหตุที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องพินาศไป!

            ความกังวลนั้น จะหนักขึ้น เมื่อมองดูแบบอย่างของพวกเพื่อนๆ และรุนแรงขึ้นอีก เมื่อมองดูพระคุณานุคุณที่พระเป็นเจ้าทรงประทานให้ เพื่อให้ตนเอาตัวรอด กล่าวคือพระคุณานุคุณที่พระเป็นเจ้าทรงประทานให้ เพื่อให้ตนเอาตัวรอด กล่าวคือพระคุณตามธรรมชาติ อาทิ สุขภารพ ทรัพย์สมบัติ คุณวุฒิที่ทรงประทานให้เพื่อใช้ในทางดี ทางที่ชอบ และเพื่อทำให้ตัวของตัวเป็นนักบุญและที่สำคัญคือ พระหรรษทาน เช่น ความสว่าง การดลใจ คำตักเตือน และเวลาตั้งหลายปีที่ทรงประทานให้ เพื่อตัวจะได้แก้ไขความผิด แต่อนิจจาเขาแลเห็นว่าตัวของตัวตกลงไปสู่สถานะน่าอนาถ ก็ต่อเมื่อไม่มีเวลาจะแก้ไขเสียแล้ว! เขาจะได้ยิน   สุรเสียงของเทวดาแห่งพระเป็นเจ้าร้องประกาศ พลางสาบาน “และเทวดาได้สาบานโดยออกพระนามของพระผู้ทรงเจริญตลอดศตวรรษแห่งศตวรรษว่า: ไม่มีเวลาต่อไปแล้ว” (วว. 10, 5) โอ! พระหรรษทานต่าง ๆ ทั้งหมด ที่นักโทษนรกได้รับในครั้งก่อนโน้น ช่างเป็นดาบคมกริบ คอยทิ่มแทงดวงใจของเขาอยู่เสมอบอกว่า หมดเวลาจะแก้ไขความพินาศตลอดนิรันดรของเขานั้นแล้ว! เขา พร้อมกับพวกร่วมความเสียใจจะพูดพลางร้องไห้ว่า “สิ้นฤดูเกี่ยวแล้ว หน้าร้อนก็หมดไปแล้ว ส่วนพวกเรามิได้รอด” (ยรม. 8, 20) เขาจะรำพันว่า: โอ ความเหน็ดเหนื่อยที่ฉันได้อุตส่าห์ออกแรง เพื่อทำให้ตนพินาศทั้งหลายนั้น หากฉันจะได้นำมาใช้เพื่อปรนนิบัติพระเป็นเจ้าแล้ว ปานนี้ฉันจะได้เป็นนักบุญใหญ่องค์หนึ่ง! โอ อนิจจา! บัดนี้ ฉันเป็นอย่างไรไปเสียแล้ว! มันมีแต่จะต้องเจ็บใจ ต้องเป็นทุกข์อยู่ตลอดชั่วนิรันดร!- อนิจจา! แสนอนาถ นักโทษจะถูกทรมานร้ายกว่าไฟนรกเสียอีก และร้ายแรงกว่าความทุกข์ทรมานอย่างอื่นในนรกทั้งหลาย โดยความคิดที่ว่า: ตัวฉันมีทางอาจจะได้เป็นสุขอยู่เสมอ แต่บัดนี้ ฉันกลับต้องมาเป็นทุกข์มิรู้สิ้นสุดเสียแล้ว!

            ข้อเตือนใจและคำภาวนา

            อา! พระเยซูเจ้าข้า ไฉนพระองค์จึงสามารถทนข้าพเจ้าได้ถึงเพียงนี้หนอ? ข้าพเจ้าได้หันหลังให้พระองค์หลายครั้ง ยังทรงพระกรุณาตามหาข้าพเจ้าอีก ข้าพเจ้าได้ทำเคืองพระทัยหลายครั้ง พระองค์ก็ทรงอภัยบาปให้ข้าพเจ้าได้กระทำชอกช้ำพระทัยอีก พระองค์ก็ทรงอภัยบาปให้ข้าพเจ้าได้กระทำชอกช้ำพระทัยอีก พระองค์ก็ทรงอภัยโทษให้อีก! โปรดเถิด พระเจ้าข้าโปรดให้ข้าพเจ้าเป็นทุกข์ ร่วมกับมหาทรมานของพระองค์ ณ ที่สวนเก็ตเซมานีซึ่งบาปของข้าพเจ้าได้บรรดาลให้พระเสโทของพระองค์กลายเป็นพระโลหิต! ข้าแต่พระมหาไถ่ที่สุดเสน่หา ข้าพเจ้าเสียใจอย่างที่สุด ที่ได้สนองความรักของพระองค์ ด้วยใจชั่วช้าสามานย์ ถึงเพียงนี้ โอ! อ้ายบาประยำ อ้ายบาปอัปรีย์ข้าเกลียดชังเจ้า ข้าสาปแช่งเจ้า เจ้านั่นแหละเป็นเหตุให้ข้าเสียพระหรรษทานแห่งพระเป็นเจ้าของข้า พระเยซูที่สุดเสน่หา บัดนี้ข้าพเจ้ารักพระองค์มากกว่าอะไร ๆ ทั้งหมดแล้ว ข้าพเจ้าละความสนุกอันต้องห้ามทุกอย่างทุกประการ ทั้งตั้งใจจะยอมตายสักพันครั้ง ดีกว่าจะทำขุ่นเคืองพระทัยสืบไป โปรดเถิด พระเจ้าข้าโปรดเห็นแก่ความรัก เพียงที่ได้ทรงยอมพลีพระชนม์ชีพบนไม้กางเขนเพื่อข้าพเจ้าประทานความสว่างและพละกำลัง เพื่อข้าพเจ้าจะสามารถต่อต้านการประจญและสามารถวิ่งมาพึ่งพระองค์ ในคราวที่จะถูกประจญล่อลวงนั้นด้วยเถิดพระเจ้าข้า

            ข้าแต่พระแม่มารีอา ท่านคือที่วางไว้ใจของข้าพเจ้า ทั้งเป็นผู้ทรงฤทธิ์ทุกประการเฉพาะพระพักตร์พระเป็นเจ้า โปรดช่วยข้าพเจ้าให้คงเจริญอยู่ในความประพฤติดี และช่วยอย่าให้ข้าพเจ้าเลิกร้างจากความรักต่อพระเป็นเจ้าเลย

3. เขาได้เสียพระเป็นเจ้าไป!

            ความวิตกกังวลประการที่สาม ของนักโทษนรกคือ การมองเห็นว่า ตัวได้เสียองค์คุณงามความดีอันสูงสุดไป กบุญยวงคริสซอสโตม กล่าวว่า “นักโทษนรกจะต้องถูกทรมานเพราะการเสียสวรรค์ มากกว่าเพราะโทษทั้งหลายในนรก (2) พระนางเจ้าเอลีซาแบธพระราชินีแห่งอันกฤษ ได้ตั้งอธิฐานไว้อย่างน่าเศร้าสลดใจยิ่งนัก “ขอพระเป็นเจ้าโปรดให้ดิฉันได้เสวยราชย์สี่สิบปีจริง ๆ แต่บัดนี้วิญญาณของพระนางได้ลาโลกไปแล้ว จะพูดว่าอย่างไรบ้างหนอ? แน่นอนคงเปลี่ยนความคิดแล้ว! อนิจจา บัดนี้พระนางจะรู้สึกเศร้าใจและเสียใจเพียงไร เมื่อมาคิดถึงการที่ตนได้เสวยราชย์สมบัติบนแผ่นดินเป็นเวลาสี่สิบปีโดยที่ตลอดเวลานั้น ก็ได้มีความหวาดกลัวและห่วงใยอยู่เรื่อย และบัดนี้ตนได้เสียราชย์สมบัติแห่งสวรรค์ชั่วนิรันดรไปแล้ว

            แต่สิ่งที่จะทำความเจ็บใจแก่นักโทษนรกมากกว่าหมดตลอดนิรันดรก็คือ การเห็นว่าตัวได้เสียสวรรค์ เสียองค์ความดีงาม กล่าวคือ พระเป็นเจ้านั่นเอง และที่เสียไปดังนี้ไม่ใช่เป็นเพราะโชคร้าย ไม่ใช่เป็นเพราะโชคร้าย ไม่ใช่เป็นเพราะคนอื่นแกล้งหรือมุ่งร้าย แต่เป็นเพราะความผิดของตัวเอง เมื่อนั้น เขาจะเห็นชัดว่าตัวถูกสร้างขึ้นเพื่อสวรรค์ จะเห็นชัดว่าพระเป็นเจ้าได้ทรงมอบสิทธิ์ที่จะเลือกเอาชีวิต หรือเลือกเอาความตายทั้งชั่วนิรันดรไว้ในกำมือของตน “ชีวิตและความตาย ความดีและความชั่วตั้งอยู่ต่อหน้ามนุษย์ เขาเลือกเอาอันไหน ก็จะได้อันนั้น” (บสร. 15, 18) เขาจะเป็นชัดว่าหากตัวเขาได้สมัครใจแล้ว ก็มีทางจะทำให้ตัวของตนเป็นสุขได้เสมอไป แต่ตัวเขาเองกลับตกลงปลงใจผลักตัวองไปสู่ขุมที่ทรมาน ซึ่งไม่มีทางจะถอยออกได้และไม่มีใครจะช่วยให้พ้นได้แล้ว เขาจะมองเห็นเพื่อนฝูงมากต่อมากที่ตนได้เคยรู้จักมักคุ้นมาแต่ก่อนได้เอาตัวรอด คนเหล่านี้ก็ได้อยู่ในภัยจะทำบาปเหมือนกับเขา หรือยังตั้งอยู่ในภัยมากกว่าเขาเสียอีก แต่ได้รู้จักอดใจ ฝากตัวไว้กับพระเป็นเจ้าหรือเมื่อได้พลาดท่าเสียทีก็ได้รุ้จักรีบลุกขึ้นและวิ่งไปพึ่งพระเป็นเจ้า จึงได้เอาตัวรอด ส่วนตัวเองเล่า ไม่รู้จักเลิก ไม่รู้จักหยุดทำบาปเสียเลยตรที่สุดจึงต้องลงมาสู่ขุมแห่งความทุกข์ทรมาน ซึ่งบัดนี้ไม่มีหวังจะออกได้ต่อไปแล้ว

            พี่น้องที่รัก หากในอดีต ตัวท่านเองก็ไดเคยทำดั่งนี้มาบ้าง ได้ยอมเสียสวรรค์เสียพระเป็นเจ้า เพราะความสนุกอันสารเลวแล้ว ก็จงเร่งหาทางแก้ไขเสีย ณ กาลบัดนี้โดยเร็วพลันเถิด ท่านอย่าขืนดื้อเป็นบ้าต่อไปเลย: จงกลัวไว้ กลัวจะต้องไปร้องไห้เจ็บใจเพราะมหันต์ทุกข์ชั่วนิรันดรอันนั้นเถิด ใครจะไปรู้บางทีบทพิเคราะห์ที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ อาจจะเป็นคนเตือนของพระเป็นเจ้าสำหรับท่านครั้งสุดท้ายแล้วก็เป็นได้ ใครจะไปรู้ หากท่านไม่เปวี่ยนกิริยาเสียในครั้งนี้ หากท่านขืนทำบาปหนักอีกประการหนึ่ง พระเป็นเจ้าอาจจะทรงละทิ้งท่านในทันทีจมอยู่ในนรกและกำลังยอมรับวาตนได้หลงไปว่า “แล้วกัน พวกเราหลงไปเสียแล้ว” (ปชญ. 5, 6) แต่พวกเหล่านี้ยอมรับอย่างคนเสียใจ เพราะมองเห็นว่าความหลงของตนไม่มีทางแก้ไขได้แล้ว ฉะนั้นเมื่อปีศาจจะมาประจญให้ท่านทำบาปอีกจงคิดถึงนรกเถิด และให้วิ่งไปขอพึ่งพระเป็นเจ้า พึ่งพระแม่มารีอา อันความคิดถึงนรกนั้นจะช่วยท่านให้พ้นนรก: “จงระลึกถึงเหตุวาระสุดท้ายของท่านเถิดและท่านจะไม่ทำบาปเป็นอันขอด” (บสร. 7, 40) เพราะว่าความคิดถึงนรก จะทำให้ท่านวิ่งไปขอพึ่งพระเป็นเจ้านั้นแล

            ข้อเตือนใจและคำภาวนา

            องค์คุณงามความดีที่ล้นพ้นเจ้าข้า กี่ครั้งกี่หนแล้ว ข้าพเจ้าได้เสียพระองค์ไปเพราะความเปล่าแท้ ๆ และก็สมควรนักหนาแล้วที่ข้าพเจ้าจะต้องเสียพระองค์เรื่อยไปอย่างเด็ดขาดทีเดียว แต่ครั้นมาได้ยินวาทะของประกาศกของพระองค์พูดว่า “จงชื่นชมยินดีเถิด ดวงใจที่แสวงหาพระสวามีเจ้า” (สดด. 104, 3) ข้าพเจ้าก็รู้สึกโล่งใจขึ้นทันที เป็นอันว่าหากข้าพจเตามหาพระองค์ด้วยสุจริตใจ ข้าพเจ้าก็ยังไม่หมดหวังที่จะได้พบประสบพระองค์ พระสวามีเจ้าข้า ณ บัดนี้ ข้าพจกำลังกระหายอยากได้พระหรรษทานของพระองค์มากกว่าอะไรทั้งหมด ด้วยความสุจริตใจแล้ว ข้าพเจ้ายินดีเสียสละทุกสิ่ง แม้ชีวิตของข้าพเจ้าเองดีกว่าจะเสียความรักต่อพระองค์ พระเจ้าข้า ข้าแต่พระผู้สร้าง ข้าพเจ้ารักพระองค์ยิ่งกว่าสิ่งใด ๆ และเพราะความรักต่อพระองค์ ข้าพจจึงเสียใจที่ได้ทำขุ่นหมองพระทัยมาแต่หนหลัง ข้าพเจ้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าได้เสียพระองค์ไป ได้ดูหมิ่นประมาทพระองค์แล้ว ทรงพระกรุณาเร่งอภัยบาปแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด โปรดให้ข้าพเจ้าได้กลับมาประสบพบพระองค์ เหตุว่าข้าพจไม่อยากเสียพระองค์ไปอีกแล้วเมื่อพระองค์ทรงรับข้าพเจ้าคืนสู่มิตรภาพของพระองค์ใหม่ ข้าพเจ้าก็ยอมสละละทุกสิ่งเพื่อจะรักพระองค์แต่ผู้เดียว ข้าพเจ้าหวังว่าความปรารถนาของข้าพเจ้าอันนี้จะสัมฤทธิ์ผล ทั้งนี้ด้วยเดชะพระทัยเมตตากรุณาของพระองค์ พระเจ้าข้า ข้าแต่พระบิดาผู้สถิตสถาพรตลอดนิรันดร โปรดสดับฟังคำภาวนาของข้าพเจ้า โดยเห็นแก่ความรักของพระองค์ต่อพระเยซูคริสต์เถิด โปรดประทานการอภัยบาปแก่ข้าพจเ และประทานพระหรรษทานช่วยไม่ให้ข้าพจเพรากจากพระองค์ไปอีกเลย เหตุว่าหากข้าพจเจะปลงใจยอมเสียพระองค์ไปอีก ก็น่ากลัวจริง ๆ ว่าพระองค์จะทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าในคราวหลังนี้เสีย พระเจ้าข้า

            โอ้ พระนางมารีอา ท่านผู้ช่วยเหลือให้คนบาปได้คืนดี โปรดช่วยข้าพเจ้าให้คืนดีกับพระเป็นเจ้าด้วยเถิด โปรดควบคุมข้าพเจ้าไว้ในความอารักขาของท่านอย่ายอมให้ข้าพเจ้าเสียพระเป็นเจ้าไปอีกเลย

(1) Principaliter dolebunt, quod pro nihilo dannati sunt, et facillime vitam, poterant consequi sempiternam.

(2) Plus coelo torquentur, quam gehenna.

ท่านกำลังอ่าน

“ บทที่ 28 ความวุ่นวายใจของนักโทษนรก “