Skip to main content
“พระนามของแม่พระอ่อนหวาน ทั้งในชีวิตนี้และในยามใกล้ตาย”

ชื่ออันยิ่งใหญ่ของแม่พระนั้นมิได้มาจากบิดามารดาของพระนางดอก และมิใช่จิตใจและความตั้งใจของมนุษย์ดอกที่ได้ให้นามนี้แก่พระนาง เหมือนกับนามอื่น ๆ ที่เขาตั้งกันในโลกนี้ นามของพระนางมาจากสวรรค์และพระเป็นเจ้าเป็นผู้ออกคำสั่ง นักบุญเยดรนีโม นักบุญเอพีฟานีอูส นักบุญอันโตนีโนและนักบุญอื่น ๆ อีกหลายองค์ก็มีความเห็นดังนี้ ตามความคิดเห็นของริชาร์ดแห่งนักบุญเลาเร็นซีโอ “นามของแม่พระมาจากพระคลังของพระเป็นเจ้า” “พระนามอันสูงส่งและน่าพิศวงของพระแม่นั้น มาจากพระคลังพระเป็นเจ้า เพราะทั้งสามพระบุคคลในพระตรีเอกานุภาพได้ประทานนามซึ่งเหนือกว่านามทั้งหลายนอกไปจากพระนามของพระบุตร” และทั้งสามบุคคลได้ทรงโปรดให้ความสง่าและฤทธิ์อำนาจ จนกระทั่งทุกคนที่ได้ยินไม่ว่าจะอยู่ในสวรรค์ แผ่นดิน หรือนรก จะต้องย่อเข่าลงแสดงความเคารพในบรรดาอภิสิทธิ์ที่พระสวามีเจ้าได้ประทานให้แก่นามของพระแม่นั้นให้เราลองพิจารณาดูซิว่าพระเป็นเจ้าโปรดทรงให้นามของมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ฟังดูอ่อนหวานมากเพียงไรทั้งในชีวิตนี้และในยามใกล้จะตาย

            ก่อนอื่นในเรื่องที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของเรา ท่านฤษีโอโนซีอู้สผู้ศักดิ์สิทธิ์มักจะกล่าวว่า “นามของแม่พระนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนหวานและหอมหวนของพระเป็นเจ้าพระองค์เอง” นักบุญอันโตนีโอแห่งพาดูอา ได้พบกับความอ่อนหวานในนามของแม่พระในทำนองเดียวกับที่นักบุญเบอร์นาร์โดได้พบกับความอ่อนหวานในพระนามของพระเยซูเจ้า ท่านนักบุญองค์แรกอุทานว่า “พระนามของพระเยซูเจ้า” อีกองค์หนึ่งตอบว่า “นามของพระแม่มารีอา” ซึ่งเป็นความชื่นชมของดวงใจ น้ำผึ้งในปาก และดนตรีในหู แก่ทุกคนที่มีความศรัทธาต่อพระนาง เราอ่านพบในประวัติของท่านบูญราศียูเวนัลอันซีนาสังฆราชแห่งซาลูโซว่า ทุกครั้งที่ท่านเอ่ยนามของแม่พระ จะทำให้ปากของท่านรู้สึกมีความอ่อนหวานจนเป็นที่น่าสังเกต จนกระทั่งท่านมักจะเลียริมฝีปากของท่าน เราอ่านพบอีกว่า มีหญิงผู้หนึ่งที่เมืองโคโลนมาเล่าแก่ท่านสังฆราชมาร์ซีลีอู้สว่า ทุกครั้งเธอเอ่ยชื่อของแม่พระ เธอรู้สึกว่าปากของเธอนั้นมีรสซึ่งหวานกว่าน้ำผึ้ง ท่านสังฆราชทำตามหญิงผู้นั้นแล้วตัวท่านก็รู้สึกมีรสหวานเช่นเดียวกัน

            เราอาจจะสรุปความจากพระคัมภีร์ได้ว่า ในเมื่อแม่พระถูกยกขึ้นสวรรค์นั้น บรรดาเทวดาได้ขานพระนามสามครั้ง “ผู้ที่มาจากทะเลทราย คล้ายกับควันกลุ่มใหญ่นี้คือใคร?” อีกแห่งหนึ่งว่า “ผู้ที่เข้ามาเหมือนกับยามรุ่งนี้คือใคร?” และยังมีอีกแห่งหนึ่งว่า “ผู้ที่มาจากทะเลทราย และพึงอยู่กับผู้ที่เธอรักนี้คือใคร?” ริชาร์ดแห่งนักบุญเลาเร็นซีโอถาวว่า “ทำไมเทวดาจึงได้ถามหานามของราชินีผู้นี้บ่อย ๆ เล่า?” คำตอบของท่านก็คือ “เพราะนามของแม่พระนั้นยังความอ่อนหวานให้แม้กระทั่งแก่พวกเทวดา ผู้ปราถนาจะได้ยินนามนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก”

            ที่พูดมานี้ข้าพเจ้ามิได้หมายถึงความรู้          สึกหวานจริง ๆ เพราะสิ่งนี้พระเป็นเจ้ามิได้ประทานให้แก่ทุก ๆ คน สิ่งที่ข้าพเจ้าหมายไว้ก็คือ ความอ่อนหวานแห่งความชื่นชมยินดี ความรัก ความแน่นอนใจที่จะนำซึ่งความรอด แม่พระมักจะโปรดให้ผู้ออกนามนี้บ่อย ๆ ด้วยความศรัทธามีความสึกเช่นนี้

            เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ ท่านเจ้าอาวาสแห่งฟรันโคเนกล่าวว่าไม่มีนามใดนอกไปเสียจากพระนามของพระบุตร ไม่ว่าจะอยู่ในสวรรค์หรือในโลกนี้ซึ่งประทานพระหรรษทาน ความหวังและความอ่อนหวานให้แก่ดวงใจของคริสตังค์ผู้ซื่อสัตย์เท่ากับนามของแม่พระ เพราะนามนี้เปี่ยมด้วยคุณความดีมากมายนัก ท่านอธิบายต่อไปว่า นามของแม่พระนี้มีอะไรสักอย่างหนึ่งซึ่งน่าพิศวง อ่อนหวาน ช่างเหมาะสมจนกระทั่งเมื่อนามนี้สะท้อนอยู่ในดวงใจที่เต็มไปด้วยความรักแล้ว จะทำให้ดวงใจนั้นเปี่ยมไปด้วยกลิ่นหอมหวนแห่งความอ่อนหวานอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านสรุปความว่า นามนี้ช่างน่าฟัง จนกระทั่งแม้ว่าผู้ที่รักพระนางจะได้ยินสักพันครั้ง เขาก็จะฟังได้อีก คล้ายกับว่าเป็นนามที่ยังใหม่เอี่ยม และเขาจะรู้สึกความอ่อนหวานเช่นเดียวกันทุก ๆ ครั้งที่เขาได้ยินนามนี้

            เมื่อกล่าวถึงความอ่อนหวานนี้ท่านบุญราศีเฮนรี่ ซูโซมักจะกล่าวว่า เมื่อท่านออกนามแม่พระ ท่านรู้สึกว่าตัวเปี่ยมไปด้วยความไว้ใจ เร่าร้อนไปด้วยความรักและความชื่นชมยินดี และในท่ามกลางความรู้สึกเช่นนี้น้ำตาของท่านหลั่งมาเมื่อท่านกล่าวนามนี้ท่านคิดว่าดวงใจของท่านจะกระโดดออกมาจากปากทีเดียว ท่านเน้นว่า นามอันอ่อนหวานนี้คล้ายกับรังผึ้งซึ่งค่อย ๆ ละลายในห้วงลึกของวิญญาณ จนกระทั่งท่านต้องอุทานออกมาว่า “โอ้นามที่อ่อนหวานที่สุด โอ้พระแม่มารีอา ตัวของพระแม่เองจะเป็นอย่างไรหนอในเมื่อเพียงแต่นามของพระแม่เท่านั้น ถึงกับทำให้เกิดความรักและความชื่นชมยินดีถึงเพียงนี้?”

            เมื่อนักบุญเบอร์นาร์โดหันไปหาแม่พระด้วยดวงใจที่เร่าร้อนไปด้วยความรักต่อพระนาง ท่านกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “พระแม่มารีอาผู้ยิ่งใหญ่ น่ารักและสมแก่คำสรรเสริญทั้งสิน นามของพระแม่ได้โดยที่ตัวเองไม่เร่าร้อนไปด้วยความรักตอพระแม่และพระเป็นเจ้าผู้ที่รักพระแม่ เพียงแต่ระลึกถึงนามอันอ่อนหวานของพระแม่เท่านั้น เขาก็จะมีความรักมากขึ้น ริชาร์ดแห่งนักบุญเลาเร็นซีโอกล่าวว่า “ถ้าคนรวยปลอบใจคนจน โดยการช่วยบรรเทาให้เขาพ้นจากความทุกข์เวทนาแล้ว นามของพระแม่เล่า ข้าแต่พระแม่มารีอา จะให้ความบรรเทาแก่รเมากมายเพียงไร? นามนี้จะให้ความบรรเทาแก่เรามากกว่าทรัพย์สมบัติของโลกนี้ จะบรรเทาความยากจนฝ่ายวิญญาณของเรา”

            สรุปความก็คือ นามของแม่พระเปี่ยมไปด้วยพระหรรษทานและพระของพระเป็นเจ้า ตามคำของนักบุญเมโทดีอู้ส จนกระทั่งเราไม่อาจจะเอ่ยนามของพระนางด้วยความศรัทธาโดยมิได้รับพระหรรษทานอย่างใดอย่างหนึ่งได้ นี่คือความเห็นของนักบุญโบนาเวตูรา ท่านบูญราศีเรมุนโด ยอร์ดาโนกล่าวว่า “ไม่ว่าจิตใจจะแข็งกระด้างและปราศจากความเชื่อเพียงใด อำนาจของนามนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้อ่อนละลายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ถ้าเราเพียงแต่เอ่ยนามนี้เท่านั้นเอง ข้าแต่พระแม่ผู้อ่อนโยน พระแม่คือผู้ที่นำคนบาปไปสู่ความหวังที่จะได้รับการอภัยโทษและพระหรรษทาน”

            ตามความคิดเห็นของนักบุญอัมโบรซีโอ “นามอันอ่อนหวานของพระแม่ ข้าแต่พระมารดามารีอา เป็นน้ำมันชโลมกลิ่นหอมซึ่งส่งกลิ่นหอมแห่งพระหรรษทานของพระเป็นเจ้า” แล้วท่านก็สวดว่า “ขอให้น้ำมันชโลมแห่งความรอดนี้จงเข้าไปในห้วงลึกแห่งดวงวิญญาณของเราเถิด” ท่านหมายความว่า “ข้าแต่พระแม่มารีอา โปรดให้เราระลึกที่จะเอ่ยนามของพระแม่ด้วยความรักและด้วยความไว้ใจ เพราะการกระทำดังนี้เป็นสัญลักษณ์ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เราได้เป็นเจ้าของพระหรรษทานของพระเป็นเจ้าแล้วหรือมิฉะนั้นก็กำลังจะได้พบในไม่ช้า”

            พระแม่เจ้าข้า การระลึกนามของพระแม่นั้นทำให้ผู้ที่กำลังเสียใจได้รับความบรรเทาใจ จะเรียกผู้ที่ผิดไปให้กลับมาเดินในทางแห่งความรอด และเป็นกำลังมิให้คนบาปหมดหวัง ตามที่ท่านรูดอล์ฟแห่งแซ็คโซนีเป็นผู้กล่าวไว้ คุณพ่อพัลบาร์ตเชื่อว่าพระเยซูคริสตเจ้าทรงรักษาความชั่วของโลกโดยบาดแผลทั้งห้าของพระองค์ฉันใดก็ฉันนั้น แม่พระนำการอภัยโทษมาให้แก่คนบาปทุกวันโดยอาศัยนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระนางคือ MARIA ซึ่งสะกดด้วยอักษรห้าตัว

            ดังนั้นพระคัมภีร์จึงได้เปรียบนามของแม่พระเสมือนหนึ่งน้ำมัน “นามของเจ้าเหมือนน้ำมันที่เทออกมา” เมื่อท่านบุญราศีแอลลันอธิบายคำประโยคนี้ท่านกล่าวว่า นามของแม่พระเปรียบเหมือนน้ำมันที่เทออกมา เพราะน้ำมันรักษาคนป่วย ทำให้มีกลิ่นหอมและบำรุงไฟ ในทำนองเดียวกัน นามของแม่พระรักษาคนป่วย ทำให้วิญญาณมีความสุขสบาย และเร่าร้อนไปด้วยความรักต่อพระเป็นเจ้า ดังนั้นริชาร์ดแห่งนักบุญเลาเร็นซีโอจึงเร้าใจคนบาปให้มาพึ่งนามอันยิ่งใหญ่นี้ เพราะนามนี้เท่านั้นก็พอแล้วที่จะรักษาโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิดของตน ท่านกล่าวว่า “ไม่มีโรคอะไรไม่ว่าจะเรื้อรังแค่ไหนซึ่งจะไม่ยอมพ่ายแพ้ต่ออำนาจของนามมารีอา?”

            โทมัส อาเคมปีสกล่าวว่า ปีศาจกลัวราชินีแห่งสวรรค์จนกระทั่งว่า เมื่อมันได้ยินนามของพระนางเท่านั้น มันจะวิ่งหนีไปจากผู้ที่ออกนามนี้ คล้ายกับว่ามันวิ่งไปจากไฟที่กำลังไหม้อยู่แม่พระไขแสดงแก่นักบุญบริยิดว่า ถ้าคนบาปคนใดในโลกออกนามของพระนางด้วยความตั้งใจที่จะเป็นทุกข์ถึงบาปแล้ว ปีศาจก็จะหนีไปจากตัวเขาทันที ไม่ว่าเขาจะห่างจากพระหรรษทานของพระเป็นเจ้ามากเพียงไร อีกครั้งหนึ่งแม่พระเน้นคำที่พระนางได้กล่าวไปนี้ว่า “ปีศาจนับถือและกลัวนามของเรามากจนกระทั่งมันยอมปล่อยวิญญาณที่มันจับมัดกุมไว้ให้เป็นอิสระในทันทีที่มันได้ยินนามของเรา”

            แม่พระได้บอกแก่นักบุญบริยิด้วยว่า เทวดากบฏหนีไปจากคนบาปที่เรียกหานามของแม่พระ ในทำนองเดียวกัน เทวดาที่ซื่อสัตย์ก็เข้ามาใกล้วิญญาณใจศรัทธาซึ่งออกนามนี้

            นักบุญเยอร์มานู้สเชื่อแน่ว่า การหายใจเป็นเครื่องหมายแสดงถึงชีวิต ฉันใดก็ฉันนั้น การออกนามแม่พระบ่อย ๆ ก็ย่อมจะเป็นเครื่องหมายแสดงให้เห็นว่าชีวิตแห่งพระหรรษทานอยู่ที่นั่นแล้ว หรือไม่ก็จะมารออยู่ในไม่ช้า เพราะนามทรงอำนาจนี้อาจจะทำให้ผู้ที่เรียกหาด้วยความศรัทธา สามารถได้รับความช่วยเหลือและชีวิต “การหายใจเป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่ามีชีวิตในร่างกาย ในทำนองเดียวกัน การออกนามอันศักดิ์สิทธิ์ของแม่พระบ่อย ๆ ย่อมจะเป็นเครื่องหมายแสดงให้เห็นถึงชีวิตและพละกำลัง และยังจะนำมาและทำให้กำลังและชีวิตอยู่ยั่งยืนต่อไปด้วย”

            ริชาร์ดแห่งนักบุญเลาเร็นซีโอกล่าวว่า “ถ้าเราจะกล่าวกันสั้น ๆ ก็คือ นามอันน่าพิศวงนี้เปรียบเหมือนหอที่ได้รับการป้องกันอย่างดี ถ้าคนบาปเข้ามาพึ่งหอนี้ เขาก็จะพ้นจากความตายเพราะหอนี้จะป้องกันและช่วยเหลือแม้กระทั่งวิญญาณที่ถูกทอดทิ้งมากที่สุดให้ได้รับความรอด” หอนี้เป็นหอแห่งพละกำลัง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้คนบาปพ้นจากการลงโทษเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันคนดีให้พ้นจากการโจมตีของนรกอีกด้วย ท่านริชาร์ดผู้เดียวกันนี้กล่าวต่อไปว่า “นอกจากพระนามของพระเยซูเจ้าแล้ว ไม่มีนามใดอีกที่จะทำให้มนุษย์ได้พบกับความช่วยเหลืออันใหญ่โตและความรอก เท่ากับนามของแม่พระ” ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นที่ล่วงรู้กันจากประสบการณ์ประจำวันของผู้ที่รับใช้ของแม่พระด้วยว่า นามอันเปี่ยมด้วยอำนาจของพระนางช่วยให้มีกำลังที่จำเป็นในการต่อต้านการประจญฝ่ายเนื้อหนัง ท่านนักเขียนผู้เดียวกันนี้ เมื่อท่านอธิบายคำของนักบุญลูกาที่ว่า “และนามของพรหมจารีผู้นี้ก็คือมารีอา” นั้นกล่าวว่า ท่านผู้จารึกพระวรสารได้กล่าวนามสองนามคู่กันไปคือ “มารีอาและพรหมจารี” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่า นามของพรหมจารีผู้บริสุทธิ์นี้จำเป็นต้องควบคู่ไปกับฤทธิ์กุศลแห่งความบริสุทธิ์กุศลนี้หรือไม่ แต่จำได้ว่าตนได้เรียกหานามของแม่พระแล้ว ก็เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างแน่นอนว่า เขามิได้ทำผิดต่อฤทธิ์กุศลความบริสุทธิ์

            เราจงนำเอาคำแนะนำอันยอดเยี่ยมของนักบุญเบอร์นาร์โดไปใช้ให้เป็นประโยชน์เถิด ท่านกล่าวว่า “ในยามอันตราย เมื่อมีความกังวลสงสัย จงคิดถึงแม่พระ เรียกหาแม่พระ อย่าให้นามของพระนางละไปจากริมฝีปากของท่าน อย่าให้ความรักต่อพระนางเหือดหายไปจากดวงใจของท่าน” เมื่อใดเรามีอันตรายที่จะสูญเสียพระหรรษทานของพระเป็นเจ้า เราจงคิดถึงแม่พระและเรียกหานามของพระนาง พร้อมกับพระนามของพระเยซูเจ้า เพราะนามทั้งสองนี้ควบคู่ไปด้วยกันเสมอ เราอย่าได้ปล่อยให้นามอันทรงอำนาจทั้งสองนี้เหือดหายไปจากดวงใจหรือริมฝีปากของเราเลย เพราะนามทั้งสองนี้จะให้กำลังเราต้านทานและมีชัยชนะต่อการประจญล่อลวงทั้งหลาย

            พระหรรษทานซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าทรงสัญญาให้แก่ผู้ที่มีความศรัทธาต่อนามของพระมารดาของพระองคืนั้นช่างให้กำลังใจแก่เราเพียงใด ดังที่พระองค์ได้ทรงโปรดให้นักบุญบริยิเข้าใจในเมื่อพระองค์ปล่อยให้เธอได้ยินการสนทนาระหว่างพระองค์กับพระมารดาพระองค์ไขแสดงให้ท่านนักบุญทราบว่า ผู้ใดที่เรียกหานามของแม่พระด้วยความไว้ใจ และด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นทุกข์ถึงบาปแล้ว จะได้รับพระหรรษทานพิเศษ สามประการคือ ความทุกข์อย่างสมบูรณ์สำหรับบาปของเขา การใช้โทษบาปเหล่านั้น พร้อมกับกำลังใจท่จะพากเพียรต่อไป และในที่สุดความรุ่งเรืองแห่งสวรรค์ แล้วองค์พระมหาไถ่ทรงเสริมว่า “ข้าแต่พระมารดา คำพูดของพระแม่นั้นช่างอ่อนหวานเป็นที่รักของลูก จนกระทั่งลูกไม่อาจจะปฏิเสธสิ่งใดที่พระแม่วอนขอได้”

            ในที่สุดนักบุญเอเฟรมกล่าวว่า นามของแม่พระคือกุญแจที่จะไขสวรรค์ ซึ่งอยู่ในมือของผู้ที่เรียกหาพระนางด้วยความศรัทธา ดังนั้นจึงเป็นการสมเหตุสมผลแล้วที่นักบุญโบนาเวนตูรากล่าวแก่แม่พระว่า “โอ้ความรอดของผู้ที่เรียกหาพระแม่” ท่านหมายความว่า การได้รับความรอดนิรันดรกับการเรียนหาแม่พระนั้นคือสิ่งเดียวกัน การได้รับความรอดนิรันดรกับการเรียกหาแม่พระนั้นคือสิ่งเดียวกัน ริชาร์ดแห่งนักบุญเลาเร็นซีโอประกาศว่า “การออกนามอันอ่อนหวานและศักดิ์สิทธิ์ของพระนางด้วยความศรัทธานั้น จะนำให้เราได้รับพระหรรษทานมากมายในชีวิตนี้ และความรุ่งเรืองขั้นสูงในชีวิตหน้า โทมัส อาเคมปีสสรุปความว่า “พี่น้องที่รักถ้าท่านปราถนาความชื่นอกชื่นใจในท่ามกลางความทุกข์ยาก จงหันไปเรียกหานามของแม่พระ จงสรรเสริญพระนางและมอบตัวของท่านแก่พระนาง จงร่วมยินดีกับพระแม่ ร้องไห้กับพระนาง เดินไปมากับพระนาง และจงแสวงหาพระเยซูเจ้าพร้อมกับพระนาง และในที่สุดจงปราถนาอย่างแรงกล้าที่จะสิ้นใจตายกับพระเยซูเจ้าและแม่พระถ้าทำดังนี้แล้วท่านก็จะก้าวหน้าในทางของพระสวามีเจ้าเสมอ เพราะแม่พระจะเต็มใจภาวนาให้ท่านเสมอและพระบุตรของพระนางก็จะรับฟังพระมารดาของพระองค์อย่างแน่นอน”

            ดังนั้นเราจึงเห็นว่านามอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของแม่พระนี้มีความอ่อนหวานแก่ผู้รับใช้ของพระนางในชีวิตเพราะพระหรรษทานมากมายที่พระนางจะวอนขอให้แก่เขา แต่นามนี้จะมีความอ่อนหวานมากขึ้นในยามใกล้จะตาย เพราะพระนางจะช่วยให้เขาสิ้นใจตายอย่างสงบราบคาบและศักดิ์สิทธิ์

            คุณพ่อเธอร์โทรีอู้ส คาปูโต แห่งคณะเยซูอิ๊ด ตักเตือนให้ผู้ที่จวนจะสิ้นใจออกนามพระแม่บ่อย ๆ ท่านกล่าวว่า ถ้าเราออกนามซึ่งเต็มไปด้วยความหวังและชีวิตนี้ในยามใกล้จะตาย ก็เพียงพอแล้วที่จะไล่ปีศาจไป และปลอบโยนใจผู้ที่กำลังจะสิ้นใจในท่ามกลางความเจ็บปวดของตน

            ในทำนองเดียวกัน นักบุญคามิลโล เดเลลีส ก็แนะนำนักบวชในคณะของท่านให้พยายามเร้าใจผู้ที่กำลังจะสิ้นใจให้ออกพระนามพระเยซูเจ้าและแม่พระบ่อย ๆ ตัวท่านเองก็ปฏิบัติเช่นเมื่อท่านดูแลคนไข้ และเมื่อเวลาท่านจวนจะสิ้นใจเอง ท่านก็ได้เรียกหาพระนามของพระยูเจ้าและแม่พระด้วยความอ่อนโยน ตามที่เราได้อ่านในชีวประวัติของท่าน จนกระทั่งท่านดลใจทุกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ให้มีความรักมากขึ้น ในที่สุดท่านก็จ้องมองดูรูปพระเยซูเจ้าและแม่พระพร้อมกับกางมือออกเป็นรูปกางเขน แล้วท่านก็สิ้นใจตายด้วยดวงหน้าที่เต็มไปด้วยความปลื้มใจซึ่งมาจากสวรรค์ คำกล่าวสุดท้ายในชีวิตของท่านก็คือ พระนามอันอ่อนหวานของพระเยซูเจ้าและแม่พระ

            โทมัส อาเคมปีสกล่าวว่า บทภาวนาสั้น ๆ เรียกหาพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้าและแม่พระนั้นจำได้ง่าย มีความอ่อนหวานสำหรับการรำพึง และในขณะเดียวกันก็มีอำนาจที่จะปกป้องผู้ที่เรียกหาให้พ้นจากศัตรูแห่งความรอดทั้งสิ้น

            นักบุญโบนาเวนตูรากล่าวว่า ข้าแต่พระมารดาพระเป็นเจ้าผู้ที่รักพระนามอันอ่อนหวานของพระแม่นั้นช่างมีบุญเสียนี่กะไร! นามของพระแม่ช่างรุ่งเรืองและน่าพิศวงจนกระทั่งผู้ที่ระลึกถึงนามนี้ในขณะที่จวนจะสิ้นใจ จะไม่ต้องไปกลัวการโจมตีของนรกเลย

            ข้าพเจ้าอยากจะให้ทุกคนมีโชคดีที่จะสิ้นใจตายเหมือนกับคุณพ่อฟูลเยนซีอู้สแห่งอัสโคลี ฤษีคณะคาปูชิน ผู้สิ้นใจตายในขณะที่ขับร้อง “โอ้แม่มารีอา โอ้แม่มารีอา ผู้งามกว่ามนุษย์ทั้งหลายลูกอยากจะตายเพื่อจะได้ไปอยู่กับพระแม่” หรือไม่ก็เหมือนกับนักบุญอัลเบริ๊คแห่งคณะซีสเตอร์เซียน ผู้สิ้นใจตายในขณะที่กล่าวนามอันอ่อนหวานยิ่งของแม่พระ”

            ผู้อ่านใจศรัทธาทั้งหลาย เราจงวอนขอพระเป็นเจ้าทรงจัดการให้คำสุดท้ายบนริมฝีปากของเราในขณะที่เรากำลังจะสิ้นใจนั้นเป็นนามของแม่พระเถิด นักบุญเยอร์มานู้สก็ได้วอนขอสิ่งนี้จากพระเป็นเจ้า “โปรดให้การเคลื่อนไหวครั้งสุดท้ายของปากข้าพเจ้า เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อออกนามมารดาพระเป็นเจ้าเถิด” ความตายที่มีนามอันทรงอำนาจนี้ติดตามและปกป้องนั้น ย่อมมีความอ่อนหวานและปลอดภัยที่สุด พระเป็นเจ้าประทานพระหรรษทานนี้ให้แต่เฉพาะผู้ที่พระองค์กำลังจะช่วยให้รอดเท่านั้น

            โอ้มารดาผู้อ่อนหวานของลูก ลูกรักพระแม่มาก และเพราะความรักนี้ ลูกจึงรักนามของพระแม่ด้วย ด้วยเดชะความช่วยเหลือของพระแม่ ลูกตั้งใจและหวังว่าจะได้ออกนามนี้ทั้งในชีวิตนี้และในยามจวนจะสิ้นใจตามคำอันอ่อนหวานของนักบุญโบนาเวนตูรา ลูกจะกล่าวว่า “โอ้แม่มารีอา ลูกวอนขอพระแม่ เพราะเห็นแก่ความรุ่งเรืองแห่งนามของพระแม่ ให้มาต้อนรับวิญญาณของลูกในขณะที่กำลังจะจากโลกนี้ไป และโปรดรับไว้ในอ้อมแขนของพระแม่ ข้าแต่พระแม่เจ้าโปรดอย่าได้ละเว้นที่จะมาปลอบโยนลูกด้วยตัวของพระแม่เอง ขอให้พระแม่เป็นบันไดและหนทางที่จะไปสวรรค์ของลูก โปรดให้ลูกได้รับพระหรรษทาน การยกโทษบาปและความสุขสงบสุขตลอดนิรันดร โอ้พระแม่ผู้เป็นเสนอของลูก เป็นหน้าที่ของพระแม่ที่จะปกป้องผู้รับใช้ของพระแม่และนำเอาคดีของลูกไปเสนอต่อหน้าบัลลังก์ตุลาการของพระเยซูคริสตเจ้า

- ตัวอย่าง -

            คุณพ่อโรและคุณพ่อลิเรโอเล่าว่า ประมาณปี ๑๔๖๕ ในมณฑลเกลเดอร์ มีเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อมารีอา ลุงของเธอได้สั่งให้ไปตลาดที่เมืองนิมเวเกน และค้างคืนอยู่กับป้าของเธอซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองนั้น เด็กหญิงนั้นก็นบนอบลุง และไปค้างคืนที่บ้านของป้าเธอแต่เธอได้รับการต้องรับอย่างปราศจากความเมตตา เธอจึงตัดสินใจที่จะกลับบ้าน ตกกลางคืนเธอก็เรียกหาปีศาจด้วยเสียงอันดังเพราะความโกรธแค้นในเรื่องที่เกิดขึ้น ทันใดนั้นเจ้าปีศาจก็ปรากฏตัวมาในรูปร่างของชายหนุ่มและสัญญาว่าจะช่วยเ            ธอ แต่เธอต้องทำตามข้อตกลงบางประการ เด็กหญิงผู้นั้นก็ตอบว่า “ฉันจะทำทุกอย่าง” เจ้าปีศาจตอบว่า “สิ่งเดียวที่ฉันต้องการให้เธอทำก็คืออย่าทำสำคัญมหากางเขนอีกต่อไปและเปลี่ยนชื่อของเธอเสีย เธอตอบว่า “สำหรับการทำสำคัญมหากางเขนนั้น ฉันยอมสัญญาจะไม่ทำอีก แต่ชื่อของฉัน นามของแม่พระนั้นเป็นชื่อที่ฉันรักมากและจะไม่ยอมเปลี่ยนเป็นอันขาด” แล้วเจ้าปีศาจก็ประท้วงว่า “อย่างนั้นฉันจะไม่ช่วยเธอ” ในที่สุดหลังจากที่ได้ถกเถียงกันอย่างมากมายแล้ว ทั้งสองก็ตกลงกันว่าจะเรียกชื่อของเธอด้วยอักษรตัวแรกคือ “ม.” หลังจากที่ได้ตกลงกันแล้วทั้งสองก็เดินทางร่วมกันไปถึงเมืองอันท์เวอร์บ หญิงผู้นั้นก็อาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหกปี และดำเนินชีวิตอย่างน่าบัดสีเป็นที่สะดุดของทุก ๆ คน

            วันหนึ่งเธอบอกกับเจ้าปีศาจว่า เธออยากจะไปเยี่ยมบ้านเกิดเมืองนอนของเธออีกครั้งหนึ่ง เจ้าปีศาจก็พยายามผัดวันประกันพุ่ง จนในที่สุดก็จำเป็นต้องตกลง ในขณะที่กำลังเข้าไปในเมืองนิมเวเกน ทั้งสองก็ได้ไปพบการแสดงละครเกี่ยวกับประวัติชีวิตของแม่พระพอเห็นเช่นนั้น “ม.” ผู้น่าสงสารก็เริ่มร้องไห้ เพราะเธอได้พากเพียรในความศรัทธาเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อแม่พระอยู่ตลอดเวลาเพื่อนร่วมทางของเธอก็เอ่ยขึ้นว่า “เรามาทำอะไรกันที่นี่ เธออยากจะให้คนอื่นเขามารุมดูเราอย่างนั้นหรือ?” เมื่อกล่าวดังนี้เขากก็พยายามดึงเธอออกไปจากที่นั่น แต่เธอก็พยายามต่อต้าน เมื่อปีศาจเห็นว่ามันกำลังจะสูญเสียเธอไปแล้วกันก็โกรธ ยกเธอขึ้นและปล่อยให้เธอตกลงบนเวทีละคร แล้วหญิงนั้นก็เล่าถึงเรื่องของเธอและสารภาพบาปของเธอแก่พระสงฆ์เจ้าวัด พระสงฆ์ผู้นั้นก็ส่งเธอไปหาสังฆราชแห่งโคโลนและท่านสังฆราชก็ส่งเธอไปหาสันตะปาปาอีกทอดหนึ่ง ในที่สุดสันตะปาปาก็ฟังแก้บาปของเธอ และสั่งให้สวมกำไลเหล็กรอบคออันหนึ่งและรอบแขนทั้งสองข้าง เธอก็นบนอบ เมื่อเธอมาถึงมาอาสตริ้ช เธอก็ขอเข้าอารามชีที่ทำการใช้โทษบาป เธอทำการใช้โทษบาปอยู่ในอารามนั้นเป็นเวลาทั้งหมดสิบสี่ปีด้วยกัน เช้าวันหนึ่งที่เธอกำลังลุกขึ้น เธอสังเกตเห็นว่ากำไลเหล็กนั้นหลุดออกมาเอง อีกสองปีต่อมา เธอก็สิ้นใจตายด้วยความศักดิ์สิทธิ์ เขาได้จัดการฝังเธอพร้อมกับกำไลเหล็กสามอันซึ่งได้เปลี่ยนแปลงเธอจากการเป็นทาสนรกให้มาเป็นทาสของผู้ที่ช่วยให้เธอรอดคือแม่พระ

- คำภาวนา -

            ข้าแต่พระมารดาพระเป็นเจ้า และมารดาของลูก ถูกแล้วลูกไม่สมที่จะออกนามของพระแม่ แต่พระแม่ผู้รักลูกและปราถนาความรอดของลูก จะต้องประทานพระหรรษทานให้ลูกเรียกหานามอัศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมด้วยฤทธิ์อำนาจของพระแม่ แม้ว่าลิ้นของลูกจะไม่บริสุทธิ์ นามของพระแม่คือความช่วยเหลือของผู้ที่มีชีวิตและความรอดของผู้ที่จวนจะสิ้นใจ

            ข้าแต่พระแม่ผู้บริสุทธิ์ยิ่ง พระแม่มารีอาผู้อ่อนหวานโปรดให้นามของพระแม่จงเสมือนลมหายใจของลูก โปรดอย่าได้ลังเลใจที่จะช่วยลูกเมื่อลูกเรียกหา เพราะในยามถูกประจญและในยามขัดสน ลูกจะไม่หยุดเรียกหาพระแม่ จะเรียกพระแม่ซ้ำไปมาอยู่เรื่อยว่า “มารีอา มารีอา” ลูกหวังว่าจะกระทำดังนี้ตลอดชีวิตนี้และในยามใกล้จะตาย เพื่อลูกจะได้สรรเสริญนามของพระแม่ตลอดไปในสวรรค์ “โอ้ท่านผู้ใจเมตตา โอ้ท่านผู้ใจอารี โอ้พรหมจารีมารีอาผู้ใจอ่อนหวาน”

            พระแม่สุดที่รัก ทุกส่วนในวิญญาณของลูนั้นช่างรู้สึกปลอดโปร่ง อ่อนหวาน ชุ่มชื่น และไว้ใจเสียนี่กระไร ในเมื่อลูกเอ่ยนามหรือเพียงระลึกถึงพระแม่เท่านั้น ลูกขอโมทนาคุณพระสวามีเจ้าผู้ประทานนามอันอ่อนหวาน น่ารักและเปี่ยมด้วยอำนาจนี้ให้แก่ลูก

            แต่ลูกไม่อิ่มใจอยู่แต่เฉพาะการเอ่ยนามของพระแม่เท่านั้นลูกอยากจะขอเอ่ยนามนี้ด้วยความรักมากยิ่งขึ้น ขอให้ความรักที่ลูกมีต่อพระแม่เตือนใจลูกให้เรียกหาพระแม่ยิ่งขึ้น ขอให้ความรักที่ลูกมีต่อพระแม่เตือนใจลูกให้เรียกหาพระแม่ทุก ๆ ชั่วโมง เพื่อลุกจะได้กล่าวกับนักบุญอันแซลโมได้ว่า “โอ้นามมารีอา นามนี้คือความรักของข้าพเจ้า”

            โอ้พระแม่มารีอาที่รักยิ่งของลูก ข้าแต่พระเยซูสุดที่รักขอให้พระนามทั้งสองนี้อยู่ในดวงใจของลูกและดวงใจของมนุษย์ทุกคน ขอให้ใจของลูกลืมนามอื่นเพื่อจะได้ระลึกถึงและเรียกพระนามอันศักดิ์สิทธิ์นี้อยู่ตลอดไป

            ข้าแต่พระเยซูองค์พระมหาไถ่ ข้าแต่พระแม่มารีอามารดาของลูก เมื่อความตายคืบคลานเข้ามาใกล้และลูกกำลังจะอำลาจากโลกนี้ไป ในขณะที่วิญญาณของลูกกำลังจะจากโลกนี้ไปนั้น โปรดให้ลูกกล่าวซ้ำเล่าเป็นคำสุดท้ายของลูกว่า “พระเยซูเจ้าข้าลูกรักพระองค์ พระแม่มารีอา ลูกรักพระแม่ เยซู มารีอา ลูกขอมอบดวงจิตและวิญยาณของลูกไว้กับพระองค์

ท่านกำลังอ่าน

“ พระนามของแม่พระอ่อนหวาน ทั้งในชีวิตนี้และในยามใกล้ตาย “