ลูกชายคนแรกและคนเดียวของฉันทำงานในทุ่งนา เขาเป็นคนสันโดษมักน้อย จวบจนกระทั่งเขาได้ฟังชายที่ชื่อเยซูพูดปราศรัยกับฝูงชน
ลูกชายของฉันเปลี่ยนแปลงไปในทันที คล้ายมีวิญญาณดวงหนึ่ง ซึ่งดูแปลกหน้า ไม่น่าไว้ใจ ได้โอบกอดวิญญาณของเขาไว้
เขาทิ้งเรือกสวนไร่นา แล้วก็ทิ้งฉันไป เขากลายเป็นคนไร้ค่า เหมือนตัวอะไรสักอย่างอยู่ข้างถนน
เยซูแห่งนาซาเร็ธนั่นมันปิศาจ ถ้าเป็นคนดี มีหรือจะมาพรากลูกพรากแม่จากกัน?
วาจาสุดท้ายที่ลูกชายบอกกับฉันคือ:
“ข้าจะเป็นศิษย์ติดตามเขาไปทางเหนือ ชีวิตของข้าเป็นของบุรุษแห่งนาซาเร็ธเสียแล้ว แม่เป็นผู้ให้กำเนิดข้าก็นับเป็นบุญคุณใหญ่หลวงนัก แต่ข้าต้องไป ข้าไม่ได้ทิ้งที่นาและเงินทองไว้ให้แม่ดอกหรือ? ข้าขอแต่เสื้อผ้าชุดนี้กับไม้เท้าก็พอแล้ว”
ลูกชายพูดดังนี้ แล้วจึงจากไป
ตอนนี้ พวกโรมันกับพระสงฆ์จับชายชื่อเยซูไปตรึงกางเขนแล้ว พวกนั้นทำดีจริง ๆ
คนที่มาพรากลูกพรากแม่นั้นจะเป็นคนศักดิ์สิทธิ์อะไรที่ไหนได้
คนที่ส่งลูกหลานของเราเข้าไปในเมืองของพวกต่างชาติไม่ใช่เพื่อนบ้านของเราแน่
ฉันทราบดีว่าลูกชายจะไม่กลับมาอีก ฉันมองเห็นสิ่งนี้ในดวงตาของลูก ดังนั้นฉันจึงเกลียดเยซูคนนาซาเร็ธ เพราะเขาทิ้งฉันไว้ตามลำพังกลางไร่นาที่ไม่ได้ไถหว่าน กลางสวนที่เหี่ยวแห้งซังกะตาย
ฉันเกลียดทุกคนที่นับถือเขา
ไม่กี่วันมานี้ มีคนบอกฉันว่า คนที่ชื่อเยซูเคยบอก “พ่อแม่พี่น้องของฉันคือผู้ที่ฟังคำของฉันและปฏิบัติตาม”
แต่ทำไมต้องให้ลูกชายทอดทิ้งมารดาเพื่อติดตามเขาไปด้วยเล่า?
น้ำนมจากอกของฉันถูกหลงลืม เพื่อน้ำพุที่ยังไม่อาจลิ้มรส เพราะเหตุใดกัน? อ้อมกอดอันอบอุ่นถูกทิ้งใว้ เพื่อดินแดนทางเหนือที่หนาวเย็นและไม่เป็นมิตรกระนั้นหรือ?
ใช่สิ ฉันเกลียดชายนาซาเร็ธคนนี้ จะเกลียดเขาไปชั่วชีวิตเลยทีเดียว เพราะเขาได้ขโมยลูกชายคนแรกและคนเดียวของฉันไป