ข้า ยังไม่ทราบถึงความหมายของคำที่เขากล่าวและเรื่องที่เขาเล่า จนกว่าเขาจะอยู่กับพวกเราตามลำพัง ไม่สิ ข้าจะไม่เข้าใจอะไรเลย จนกว่าคำกล่าวของเขาจะมีชีวิตต่อหน้าข้า ประทับตราลงในตัวข้า ทั้งเดินหน้าไปพร้อมกับชีวิตของข้า
ฟังเถิด ข้าจะเล่าให้ฟัง: คืนหนึ่ง ข้ากำลังนั่งรำพึงครุ่นคิดอยู่ในบ้าน หวนระลึกไปถึงคำกล่าวและกิจการของเขาที่ข้าจดบันทึกไว้ในสมุด พอดีขโมยสามคนก็ดอดเข้ามาในเรือน แม้รู้แน่แก่ใจดีว่าขโมยจะมาลักเอาของของข้าไป ข้าก็ยังครุ่นคิดยุ่งเหยิงจนไม่รู้ว่าจะจับดาบสู้ หรือบอกพวกมันว่า “พวกเอ็งมาที่นี่ทำไม?” ดี
ข้ายังลิขิตเขียนถึงความทรงจำที่มีต่ออาจารย์ต่อไป
ที่สุด พวกขโมยก็จากไป ทำให้ข้าระลึกถึงคำกล่าวของเขาที่ว่า “ถ้าใครเอาเสื้อคลุมของเธอ ก็จงให้เสื้อในเขาไปอีกตัวเถิด”
บัดนั้น ข้าจึงเข้าใจในคำกล่าวของเขา
ข้าจะบันทึกถึงคำกล่าวของเขาต่อไป ไม่มีใครมาหยุดยั้งข้าได้ แม้ต่อให้เขาเอาข้าวของของข้าไปหมดก็ตามที
เพราะถึงข้าจะปกป้องทรัพย์สมบัติและร่างกายของข้ามันก็หาได้มีประโยชน์อะไรเลย ตอนนี้ข้ารู้ที่ซ่อนสมบัติที่ล้ำค่ากว่านั้นแล้ว