ปากน้อยของเขาคล้ายเมล็ดในของทับทิม ร่มเงาในดวงตาของเขาก็ล้ำลึก
เขาช่างสุภาพ ดังชายผู้สำรวมในพละกำลังของตน
ในความฝัน ฉันมองเห็นราชาของแผ่นดินยืนสั่นริกอยู่ต่อหน้าเขา
ฉันอยากพูดถึงใบหน้าของเขา แต่ฉันจะกล่าวอย่างไรดีเล่า?
มันเป็นเช่นค่ำคืนที่ปราศจากความมืด เหมือนเที่ยงวันที่ปราศจากสรรพเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น
เป็นดวงหน้าที่เศร้าซึ้ง แต่ก็เปี่ยมสุข
ฉันจำได้ว่า ยามเขาเหยียดมือไปเบื้องบนฟ้า เรียวนิ้วของเขาคลับคล้ายกับกิ่งก้านของต้นเอล์ม
ฉันจำครั้งที่เขาเดินเล่นในยามเย็นได้ เขาไม่ได้อยู่ในทีท่าแห่งการเดินเลย เขาเป็นราวทางสายหนึ่ง ซึ่งทาทาบอยู่เหนือทางที่เขาดำเนินอยู่ เป็นดังเมฆฝนบนฟ้าที่หลั่งความชุ่มชื่นแก่ผืนโลก
แต่เมื่อฉันมายืนต่อหน้าเขา และเอื้อนเอ่ยกับเขา ดวงหน้าของเขากลับเปี่ยมพลัง เขากล่าวแก่ฉัน “เธอต้องการอันใดหรือ มิเรียม?”
ฉันไม่อาจตอบเขาได้ ปีกน้อยโอบกอดความลับเอาไว้ ฉันรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
และเพราะฉันไม่สามารถทานทนต่อความรุ่งโรจน์ของเขาได้สักน้อยนิด ฉันจึงหันกลับและผละออกมา ไม่ใช่เพราะอับอาย หากเพราะเอียงอาย ยามนี้ฉันอยู่เพียงลำพัง และนิ้วงามของเขากำลังกรีดสายแห่งใจของฉันอยู่