มันแปลกหน้าอยู่ท่ามกลางพวกเรา และชีวิตของมันก็ซ่อนพรางอยู่หลังม่านหม่น
มันไม่ดำเนินในวิถีแห่งพระเจ้า หากมีแต่ทำเสื่อมทรามและเสื่อมเสีย
ตอนเป็นเด็ก มันดื้อด้าน มันปัดนมหวานแบบบ้านนอกของพวกเราทิ้ง
วัยหนุ่มของมันมอดไหม้เหมือนฟางแห้งที่ลุกโพลงในตอนดึก
พอมันใหญ่มันโตแล้ว มันก็หันมาสู้พวกเรา
มีอยู่หลายคนกำเนิดมากลางกระแสน้ำมิตรระหว่างเพื่อนมนุษย์ เกิดมากลางกระแสปั่นป่วน และในความปั่นป่วนนั้นเอง มันก็มีชีวิตอยู่ได้แค่วันหนึ่งแล้วตกตายไปตลอดกาล
เอ็งจำไม่ได้หรือ ไอ้เด็กอวดดีนี่แหละที่ริอ่านมาขึ้นเสียงกับพระผู้ใหญ่ และหัวเราะเยาะบรรดาศักดิ์ของพระท่าน?
จำตอนมันเป็นเด็กประหลาด นั่งขลุกอยู่กับเครื่องมือช่างได้ไหม? มันไม่ยอมมาเล่นกับลูกสาวลูกชายของเราในวันพระ แต่กลับเดินไปคนเดียว
มันไม่เคยกลับมาเอ่ยอวยพรคนเฒ่าคนแก่ที่เคยให้พร มัน แต่ช่างเถอะ ตอนนี้มันเป็นใหญ่เหนือพวกเราแล้วนี่
ครั้งหนึ่งข้าเคยพบมันในทุ่งนา เลยกล่าวอวยพรมัน มันเพียงยิ้มรับเท่านั้น ในรอยยิ้มของมัน ข้าเหลือบเห็นแววยโสหมิ่นแคลน
อีกครั้งหนึ่ง ลูกสาวข้าไปเก็บองุ่นกับเพื่อน ๆ ในไร่ นางพูดกับมัน มันกลับไม่ตอบนาง
แต่หันไปพูดกับทุกคนที่มาร่วมเก็บองุ่นด้วยกัน มันทำยังกับว่า ลูกสาวข้าไม่ได้อยู่ตรงนั้นอย่างงั้นแหละ
เวลามันทิ้งผู้ติดตามไปขลุกอยู่กับคนจรจัด ดูมันไร้ค่า เป็นแค่คนพูดพล่ามเท่านั้นเอง เสียงของมันราวกรงเล็บจะขยุ้มเนื้อเถือหนังของเรา เสียงของมันยังโหยหวนในสำนึกของพวกเราเสมอมา
มันพล่ามแต่เรื่องความชั่วของเรา ของพ่อเรา ของปู่เรา ลิ้นของมันแทงทะลุใส่เราราวธนูพิษ
มันนั่นแหละ เยซู
ถ้ามันเป็นลูกข้าล่ะก็ ข้าจะขายมันให้ทหารโรมที่อารเบีย จะขอให้หัวหน้ากองจัดมันไว้ที่ทัพหน้า พลธนูฝ่ายตรงข้ามจะได้เล็งใส่มัน และข้าจะได้เป็นอิสระจากความโอหังของมันเสียที
แต่ว่าข้าไม่มีลูกชายเลย บางทีอาจเป็นการดีแล้วที่ข้าไม่มีลูกชาย เพราะถ้าลูกชายข้ากลับมาเป็นศัตรูกับญาติ ๆ อย่างนี้ ข้าจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนกัน?