เมื่อเยซูจะพูด โลกทั้งโลกก็หยุดฟัง คำพูดของเขาไม่ใช่สำหรับหูของเรา แต่เป็นของทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าได้กอปรขึ้นมาเป็นโลกนี้
เขากล่าวกับทะเล—มารดายิ่งใหญ่ผู้ให้กำเนิดเรา เขากล่าวแก่ภูเขา—พี่ชายคนโต ผู้มียอดสูงเป็นความใฝ่ฝันของเรา
เขากล่าวกับเหล่าเทวดาแห่งท้องทะเลและภูเขา ผู้ทำให้เราเชื่อในความฝันที่ว่า แต่ก่อนเกิด กายเราคือดินเหนียว และมันแห้งแข็งด้วยแสงจากดวงอาทิตย์
คำกล่าวของเขาแว่วหวานอยู่ในอกเรา เหมือนเพลงรักที่ลืมเลือนไปแล้วครึ่งท่อน และบางครั้งมันได้เผาผลาญตัวเองอยู่ในความทรงจำของเรา
คำพูดของเขาง่ายดายและเบิกบาน นิ้วเรียวของเขาคล้ายน้ำเย็นในดินแดนร้อนผาก
ครั้งหนึ่ง เขาเหยียดมือขึ้นบนฟ้า นิ้วเรียวราวพุ่มใบมะเดื่อ เขากล่าวด้วยเสียงอันดัง:
“สิ่งที่ประกาศกแห่งโบราณกาลเคยพูดกับเธอจะทำให้ หูของเธอตันตื้นไป แต่ที่ฉันพูดกับเธอจะทำให้หูของเธอว่างเปล่าจากทุกสิ่งที่เคยได้ยินมา”
ที่เขากล่าว “แต่ที่ฉันพูดกับเธอ” ยังไม่เคยมีใครในโลกของเราเคยกล่าวเช่นนี้เลย มันน่าจะเป็นคำกล่าวของเจ้าแห่ง เซราฟิม ผู้ดำเนินมาเหนือฟากฟ้าแห่งยูเดียตะหาก
หลายต่อหลายครั้งเมื่อเขาอ้างถึงกฎและประกาศก เขาจะกล่าว “แต่ที่ฉันพูดกับเธอ”
อา เป็นคำกล่าวที่เร่าร้อนอะไรเช่นนั้น คลื่นลมจากทะเลใดกันที่คะครืนเข้ากระทบฝั่งความคิดของเรา “แต่ที่ฉันพูดกับเธอ”
ดาดาวดวงใดที่ค้นหาความมืดแห่งวิญญาณ และ วิญญาณหลับไหลดวงไหนที่รอคอยยามอรุณ
ถ้าจะให้พูดอย่างที่พระเยซูพูด คงต้องมีทั้งเสียงแท้และเสียงสะท้อนก้องไปทั่ว
แต่ข้าไม่ต้องการทั้งเสียงแท้และเสียงสะท้อน
ข้าขอโทษท่านที่ได้เริ่มเรื่องซึ่งไม่อาจจบลงได้ ตอนจบไม่ได้อยู่ที่ริมฝีปากของข้าแล้ว มันกลายเป็นเพลงรักที่ล่องลอยไปตามสายลม