Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

 บรรพ 1 กฎเกณฑ์ทั่วไป

หมวด 2 กฤษฎีกา และคำสั่งปัจเจก

มาตรา 48 กฤษฎีกาปัจเจก คือบทบัญญัติการบริหารที่ออกโดยผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจบริหาร ซึ่งในกฤษฎีกานั้นผู้ใหญ่ได้ให้มีคำชี้ขาดหรือข้อกำหนดสำหรับเฉพาะกรณีตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย คำชี้ขาดหรือข้อกำหนดนั้นโดยธรรมชาติของมันแล้ว มิได้หมายความว่ามีการร้องขอจากผู้หนึ่งผู้ใดมาก่อน

มาตรา 49 คำสั่งปัจเจกเป็นกฤษฎีกาซึ่งกำหนดโดยตรง และถูกต้องตามกฎหมายให้บุคคลผู้หนึ่งหรือหลายคนโดยเจาะจงให้กระทำหรือละเว้นบางอย่างเป็นต้น เพื่อเร่งรัดให้ปฏิบัติตามกฎหมาย

มาตรา 50 ก่อนออกกฤษฎีกาปัจเจก ผู้ใหญ่ควรเสาะหาข้อมูล และหลักฐานที่จำเป็น และให้รับฟังผู้ที่อาจเสียสิทธิ์เท่าที่ทำได้ด้วย

มาตรา 51 กฤษฎีกาต้องออกเป็นลายลักษณ์อักษร ในกรณีของกฤษฎีกาที่เป็นคำชี้ขาด ต้องให้เหตุผลของการออกกฤษฎีกานั้น อย่างน้อยแบบสรุปความ

มาตรา 52 กฤษฎีกาปัจเจกมีผลบังคับเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้อง และให้ใช้กับบุคคลที่กฤษฎีกานั้นออกให้เท่านั้นกฤษฎีกานี้บังคับบุคคลเหล่านี้ทุกแห่งหน เว้นแต่เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเป็นอย่างอื่น

มาตรา 53 หากกฤษฎีกาขัดแย้งกันกฤษฎีกาพิเศษจะอยู่เหนือกฤษฎีกาทั่วไปในเรื่องที่กล่าวถึงโดยเฉพาะ ถ้าหากเป็นกฤษฎีกาพิเศษเท่ากันหรือทั่วไปเท่ากันกฤษฎีกาที่ออกมาภายหลังแก้ไขกฤษฎีกาที่ออกมาก่อนในส่วนที่ขัดแย้งกัน

มาตรา 54 วรรค 1 กฤษฎีกาปัจเจกที่มอบให้แก่ผู้ปฏิบัติการนำไปปฏิบัติมีผลทันทีเมื่อมีการปฏิบัติการ มิฉะนั้นก็ให้มีผลตั้งแต่ผู้ใหญ่ผู้ออกกฤษฎีกานั้นแจ้งให้แก่บุคคลนั้นทราบ

วรรค 2 กฤษฎีกาปัจเจกมีผลบังคับก็ต่อเมื่อมีการแจ้งในรูปแบบของเอกสารที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย

มาตรา 55 โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดของมาตรา 37 และมาตรา 51 เมื่อมีเหตุผลที่สำคัญยิ่งยวดเป็นอุปสรรคต่อการมอบกฤษฎีกาที่เป็นลายลักษณ์อักษร ให้ถือว่ามีการแจ้งกฤษฎีกาแก่ผู้รับแล้ว หากมีการอ่านกฤษฎีกานั้นแก่ผู้รับต่อหน้าเสมียนศาลหรือพยาน คน และให้ทุกคน ณ ที่นั้นเซ็นชื่อรับรองข้อบันทึกว่าได้มีการอ่านกฤษฎีกานั้นแล้ว

มาตรา 56 ให้ถือว่ามีการแจ้งกฤษฎีกาแก่ผู้รับแล้วหากมีการออกหมายเรียกอย่างถูกต้องให้มารับหรือมาฟังกฤษฎีกาแม้ว่าผู้นั้นจะมิได้มาปรากฏตัวเพื่อรับหมายหรือปฏิเสธการเซ็นชื่อรับกฤษฎีกาโดยมิได้มีเหตุอันควร

มาตรา 57 วรรค 1 ทุกครั้งที่ต้องออกกฤษฎีกาตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ยื่นคำร้องหรืออุธรณ์ให้ได้มาซึ่งกฤษฎีกาอย่างถูกต้องตามกฎหมายผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจควรออกให้ภายใน เดือน นับแต่ได้รับคำร้องหรืออุธรณ์นั้นเว้นไว้แต่ว่ากฎหมายได้กำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่น

วรรค 2 เมื่อกำหนดระยะเวลาล่วงเลยไปแล้ว หากยังไม่มีการออกกฤษฎีกา ให้สันนิษฐานว่า เป็นการตอบปฏิเสธไม่ให้ยื่นอุธรณ์ต่อไป

วรรค 3 คำตอบที่สันนิษฐานว่าเป็นการปฏิเสธมิได้ทำให้ผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจพ้นจากพันธะในการออกกฤษฎีกานั้นและยังต้องชดใช้ค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามกฎเกณฑ์ของมาตรา 128

มาตรา 58 วรรค 1 กฤษฎีกาปัจเจกสิ้นสุดการมีผลบังคับโดยการเพิกถอนอย่างถูกต้องจากผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจ โดยการสิ้นสุดลงของกฎหมายที่กฤษฎีกาออกมาเพื่อให้มีการปฏิบัติการ

วรรค 2 คำสั่งปัจเจก ที่มิได้ออกเป็นหนังสืออย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิ้นสุดลงพร้อมกับการหมดอำนาจของคำสั่งนั้น

book

"กฤษฎีกาและคำสั่งปัจเจก" (มาตรา 48-58)

"หนังสือตอบ" (มาตรา 59-75) >>