Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

 บรรพ 1 กฎเกณฑ์ทั่วไป

ลักษณะ อำนาจการปกครอง

มาตรา 129 วรรค 1 บุคคลที่ได้รับศีลบวช สามารถใช้อำนาจการปกครอง ตามข้อกำหนดของกฎหมายเป็นอำนาจที่พระเป็นเจ้าทรงสถาปนาขึ้นในพระ ศาสนจักร และยังเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอำนาจตัดสิน

วรรค 2 คริสตชนที่เป็นฆราวาส สามารถมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจนี้ ตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย

มาตรา 130 อำนาจปกครอง ตามปกติใช้สำหรับขอบเขตภายนอกแต่บางครั้งมีการใช้เฉพาะขอบเขตภายในเท่านั้นซึ่งผลจากการกระทำปรากฎในขอบเขตภายนอกด้วย แต่กฎหมายไม่รับรู้ ยกเว้นกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น สำหรับบางกรณี

มาตรา 131 วรรค 1 อำนาจปกติของการปกครองเป็นอำนาจที่ผูกติดกับตำแหน่งโดยตัวบทกฎหมายเองอำนาจที่ได้รับมอบหมายเป็นอำนาจที่มอบให้แก่ตัวบุคคลเองแต่มิใช่มอบให้เพราะตำแหน่ง

วรรค 2 อำนาจปกติของการปกครองอาจเป็นอำนาจเฉพาะตน หรือในฐานะผู้แทน

วรรค 3 ผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจมีหน้าที่พิสูจน์การได้รับมอบอำนาจนั้น

มาตรา 132 วรรค 1 อำนาจให้ปฏิบัติเป็นประจำถูกควบคุมโดยข้อกำหนดเกี่ยวกับอำนาจที่ได้รับมอบ (delegated power)

วรรค 2 อย่างไรก็ตามเว้นไว้แต่ว่าได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นอย่างชัดแจ้งในการมอบอำนาจให้ปฏิบัติหรือเว้นไว้แต่ว่าผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจได้รับเลือกเพราะคุณสมบัติส่วนตัวของตนอำนาจให้ปฏิบัติเป็นประจำที่มอบให้แก่ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจจะไม่สิ้นสุดลงเมื่อผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจนั้นหมดอำนาจแม้ว่าเมื่อผู้นั้นเริ่มใช้อำนาจไปแล้วก็ตามแต่อำนาจให้ปฏิบัตินั้นจะตกไปยังใครไม่ว่าที่สืบตำแหน่งปกครองแทน

มาตรา 133 วรรค 1 ผู้ได้รับมอบอำนาจทำการเกินอำนาจที่ได้รับมอบไม่ว่าเกี่ยวกับเรื่องราวหรือบุคคลใดๆ ให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นโมฆะ

วรรค 2 ผู้ได้รับมอบอำนาจที่ปฏิบัติในเรื่องที่ได้รับมอบหมายในวิธีการอื่นนอกเหนือจากที่กำหนดในคำสั่งไม่ถือว่าได้กระทำการเกินขอบเขตของคำสั่งเว้นไว้แต่ว่าผู้มอบอำนาจได้ระบุวิธีการปฏิบัตินั้น เพื่อให้มีผลตามกฎหมาย

มาตรา 134 วรรค 1 ตำแหน่งผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจในทางกฎหมายนั้นนอกเหนือจากพระสันตะปาปาแล้วหมายถึงบรรดาพระสังฆราชสังฆมณฑล และผู้อื่นซึ่งแม้จะเป็นผู้รักษาการชั่วคราวก็ตามได้รับมอบให้ปกครองพระศาสนจักรเฉพาะถิ่นหรือหมู่คณะที่มีฐานะเทียบเท่าตามกฎเกณฑ์ของมาตรา 368 รวมทั้งผู้ซึ่งมีอำนาจบริหารทั่วไปตามปกติ ในพระศาสนจักรและหมู่คณะดังกล่าวซึ่งได้แก่ อุปสังฆราช (Vucars general) และผู้ช่วยพระสังฆราช (episcopal vicar) และเช่นเดียวกันสำหรับสมาชิกของคณะ ยังหมายถึงอธิการใหญ่(major superiors) ของสถาบันนักบวชที่เป็นสมณะที่ขึ้นต่อสันตะสำนัก และของคณะชีวิตธรรมทูตที่เป็นสงฆ์ที่สังกัดกับสันตะสำนัก ผู้ซึ่งอย่างน้อยที่สุดมีอำนาจบริหารปกติ

วรรค 2 ตำแหน่งผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจประจำท้องถิ่นหมายถึงผู้ที่กล่าวไว้ในวรรค 1 ยกเว้น อธิการของสถาบันนักพรตและคณะชีวิตธรรมทูต (societies of aposstolic life)

วรรค 3 อะไรก็ตามที่ระบุว่าเป็นอำนาจบริหารของพระสังฆราชสังฆมณฑลก็หมายถึงพระสังฆราชสังฆมณฑลและผู้อื่นที่มีอำนาจเทียบเท่าตามมาตรา 381 วรรค 2 เท่านั้น โดยไม่รวมถึงอุปสังฆราชและผู้ช่วยพระสังฆราชเว้นไว้แต่ว่าเมื่อได้รับการมอบหมายเป็นพิเศษ

มาตรา 135 วรค 1 อำนาจปกครองจำแนกเป็นอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ

วรรค 2 ให้ใช้อำนาจนิติบัญญัติตามวิธีการที่ได้ระบุไว้ในกฎหมาย และผู้มีอำนาจนิติบัญญัติที่มีตำแหน่งต่ำกว่าผู้มีอำนาจสูงสุดในพระศาสนจักรไม่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นอย่างมีผลตามกฎหมายเว้นไว้แต่ว่ากฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นอย่างชัดแจ้งกฎหมายใดที่ขัดแย้งกับกฎหมายที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าจะไม่สามารถตราให้มีผลตามกฎหมายได้โดยผู้ตรากฎหมายที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า

วรรค 3 ให้ใช้อำนาจตุลาการซึ่งเป็นของผู้พิพากษาหรือคณะผู้พิพากษาตามวิธีการที่ได้ระบุไว้ในกฎหมายและเป็นอำนาจที่ไม่สามารถมอบให้ทำแทนกันได้เว้นแต่ว่าเป็นการกระทำเพื่อเป็นการเตรียมการประกาศหรือการตัดสิน

วรรค 4 เกี่ยวกับเรื่องการใช้อำนาจบริหารนั้นให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตราต่างๆ ต่อไปนี้

มาตรา 136 บุคคลใด บุคคลหนึ่งสามารถใช้อำนาจบริหารกับผู้อยู่ใต้ปกครองได้แม้ว่าผู้ใช้อำนาจนั้นจะอยู่นอกเขตปกครองของตน และแม้ว่าผู้อยู่ใต้ปกครองอยู่นอกเขตปกครองของผู้นั้นก็ตามเว้นไว้แต่ว่าเป็นเรื่องแจ้งชัดเป็นอย่างอื่นจากธรรมชาติของเรื่องหรือจากข้อกำหนดของกฎหมายผู้นั้นยังสามารถใช้อำนาจนี้กับผู้เดินทางซึ่งขณะนั้นอยู่ในเขตปกครองของตนในเรื่องที่เกี่ยวกับการให้ประโยชน์หรือการบังคับใช้ไม่ว่ากฎหมายสากลหรือกฎหมายเฉพาะถิ่นที่พวกเขาต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายมาตรา 13 วรรค 2 ข้อ 2

มาตรา 137 วรรค 1 อำนาจบริหารปกติสามารถมอบให้ผู้อื่นทำการแทนได้ทั้งเฉพาะกรณี และทุกกรณีเว้นไว้แต่ว่ากฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นอย่างชัดแจ้ง

วรรค 2 อำนาจบริหารที่สันตะสำนักมอบให้สามารถมอบต่อให้ผู้อื่นทำการแทนได้ไม่ว่าจะเป็นเฉพาะกรณี หรือทุกกรณี เว้นไว้แต่ว่าอำนาจทำการแทนได้มาเพราะคุณสมบัติส่วนตัวหรือเว้นไว้แต่ว่ามีการสั่งห้ามไว้อย่างชัดแจ้งมิให้มอบอำนาจต่อ

หากว่าได้รับมอบให้ใช้ได้ทุกกรณีก็สามารถมอบต่อได้เป็นกรณีถ้าหากว่าได้รับมอบให้ใช้เฉพาะกรณีหรือเฉพาะกรณีที่เจาะจงก็มอบต่อไม่ได้ยกเว้นผู้มอบอำนาจระบุไว้อย่างชัดแจ้งว่ามอบต่อได้

วรรค 4 อำนาจที่ได้รับช่วงมาไม่สามารถมอบช่วงต่อไปอีก เว้นไว้แต่ว่าผู้มอบอำนาจ ระบุไว้อย่างชัดแจ้งว่ามอบต่อได้

มาตรา 138. อำนาจบริหารปกติและอำนาจที่ได้รับมอบแบบใช้ได้ทุกกรณีให้ตีความอย่างกว้างๆส่วนอำนาจอื่นทั้งหลายให้ตีความอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามให้เข้าใจว่าผู้ที่ได้รับมอบอำนาจก็ได้รับมอบสิ่งอื่นที่จำเป็นในการใช้อำนาจนั้นด้วย

มาตรา 139 วรรค 1 เว้นไว้แต่ว่ากฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นการที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้าหาผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจแม้ว่าผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจนั้นจะมีอำนาจ

วรรค 2 กระนั้นก็ตามผู้มีอำนาจต่ำกว่าก็ไม่ควรไปเกี่ยวข้องกับกรณีที่ได้ยื่นต่อผู้มีอำนาจสูงกว่าแล้ว ยกเว้นมีเหตุผลสำคัญ และเร่งด่วนซึ่งในกรณีเช่นนี้ผู้มีอำนาจต่ำกว่าควรแจ้งให้ผู้มีอำนาจสูงกว่าทราบทันที

มาตรา 140 วรรค 1 เมื่อมีการมอบอำนาจแก่หลายบุคคลแบบเป็นกลุ่ม (in solidum) เพื่อทำกิจการเดียวกัน บุคคลแรกที่ทำกิจการนั้นก็กันผู้อื่นมิให้ทำกิจการดังกล่าวเว้นไว้แต่ว่าต่อมาภายหลังผู้นั้นมีอุปสรรคขัดขวางหรือไม่ปรารถนาจะทำกิจการนั้นต่อไป

วรรค 2 เมื่อมีการมอบอำนาจให้หลายบุคคลทำการในลักษณะเป็นคณะทุกคนต้องดำเนินการตามกฎเกณฑ์ของมาตรา 119 เว้นไว้แต่ว่าได้มีการระบุไว้ในคำสั่งให้เป็นอย่างอื่น

วรรค 3 อำนาจบริหารที่มอบให้แก่หลายบุคคลให้สันนิษฐานว่าเป็นการมอบอำนาจให้แบบเป็นกลุ่ม (in solidum)

มาตรา 141 หากมีหลายบุคคลได้รับมอบอำนาจต่อเนื่องกันเป็นลำดับ ผู้ได้รับมอบอำนาจก่อน ทั้งยังไม่ถูกเรียกอำนาจคืนควรเป็นผู้ปฏิบัติ

มาตรา 142 วรรค 1 อำนาจที่ได้รับมอบสิ้นสุดลง เมื่อปฏิบัติตามคำสั่งแล้ว เมื่อครบกำหนดเวลา หรือเมื่อปฏิบัติครบตามจำนวนกรณีที่มอบหมายให้เมื่อจุดหมายของการมอบอำนาจหมดไป เมื่อผู้มอบอำนาจได้เรียกอำนาจคืน และได้แจ้งการเรียกคืนนั้นแก่ผู้รับมอบอำนาจโดยตรงรวมทั้งเมื่อผู้รับมอบอำนาจได้สละสิทธิ์และผู้มอบอำนาจได้รับรู้และยอมรับการสละสิทธิ์นั้นแล้ว

วรรค 2 อย่างไรก็ตามการปฎิบัติตามอำนาจที่ได้รับมอบซึ่งเป็นการปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องภายใน (Internal forum) เท่านั้น ถ้าหากว่า ได้ปฏิบัติโดยมิได้ตั้งใจ หลังจากครบกำหนดเวลาไปแล้วให้ถือว่ามีผลตามกฎหมาย

มาตรา 143 วรรค 1อำนาจปกติที่ติดอยู่กับตำแหน่งจบสิ้นลงพร้อมกับการพ้นจากตำแหน่ง

วรรค 2 เว้นไว้แต่ว่า กฎหมายระบุไว้เป็นอย่างอื่น อำนาจปกติให้พักไว้ถ้าหากว่าการไล่ออกหรือการปลดจากตำแหน่งอยู่ระหว่างการอุทรณ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือเมื่อการร้องเรียน

มาตรา 144 วรรค 1 หากเป็นความหลงผิดทั่วไปร่วมกันในเรื่องข้อเท็จจริงหรือเรื่องข้อกฎหมายเช่นเดียวกันความสงสัยที่มีมูลน่าเป็นไปได้เกี่ยวกับกฎหมายและข้อเท็จจริงพระศาสนจักรชดเชยอำนาจบริหารในการปกครองทั้งเกี่ยวกับเรื่องภายนอกและภายใน

วรรค 2 กฎเกณฑ์เดียวกันนี้ให้ใช้กับการใช้อำนาจให้ปฏิบัติตามที่ระบุไว้ในมาตรา 883,966 และ 1111 วรรค 1 ด้วย

book

"อำนาจการปกครอง" (มาตรา 129-143)

"การแต่งตั้งตำแหน่งหน้าที่ในพระศาสนจักร" (มาตรา 145-183) >>