Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 2 ประชากรของพระเจ้า

ลักษณะ 3 ศาสนบริกรศักดิ์สิทธิ์หรือสมณะ

หมวด 1 การฝึกอบรมสมณะ

มาตรา 232 พระศาสนจักรมีหน้าที่ และสิทธิเฉพาะของตน และของตนเพียงผู้เดียวในการฝึกอบรมผู้ที่จะได้รับมอบหน้าที่ปฏิบัติศาสนบริการศักดิ์สิทธิ์

มาตรา 233 วรรค 1 เป็นหน้าที่ของชุมชน คริสตชนทั้งมวลที่จะส่งเสริมกระแสเรียกเพื่อให้มีศาสนบริการเพียงพอกับความต้องการทั่วทั้งพระศาสนจักรครอบครัวคริสตชน บรรดาผู้ให้การอบรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระสงฆ์เป็นต้นเจ้าอาวาสมีพันธะในหน้าที่นี้เป็นพิเศษเนื่องจากพระสังฆราชสังฆมณฑลมีหน้าที่สำคัญอย่างยิ่ง ต้องเอาใจใส่ส่งเสริมกระแสเรียกท่านจึงต้องสอนประชาชนที่อยู่ในความดูแลของตนให้เห็นความสำคัญของศาสนบริการและความจำเป็นต้องมีศาสนบริกรในพระ-ศาสนจักร ดังนั้นพระสังฆราชต้องส่งเสริม และสนับสนุนความพยายามในการเพิ่มกระแสเรียกโดยการจัดกิจกรรมเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ

วรรค 2 ยิ่งกว่านั้น พระสงฆ์และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระสังฆราชสังฆมณฑลต้องเอาใจใส่ให้บุรุษผู้มีวัยวุฒิเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นแล้วที่เห็นว่าตนได้รับเรียกให้ปฏิบัติหน้าที่ศาสนบริการได้รับความช่วยเหลืออย่างรอบคอบ ทั้งด้วยวาจาและกิจการและให้ได้รับการเตรียมตัวอย่างเพียงพอ

มาตรา 234 วรรค 1 ที่ใดมีสามเณราลัยเล็กหรือสถาบันอื่นที่เหมือนกันอยู่แล้วก็ให้รักษาและสนับสนุนสถาบันต่างๆ เหล่านั้นไว้ สถาบันต่างๆ เหล่านั้นคือสถานที่ตั้งขั้นเพื่อเพาะเลี้ยงกระแสเรียกโดยให้มีการฝึกอบรมด้านศาสนาเป็นพิเศษพร้อมกับให้การศึกษาด้านมนุษยศาสตร์และศาสตร์ต่างๆ ยิ่งกว่านั้นเมื่อใดก็ตามที่พระสังฆราชสังฆมณฑลเห็นว่ามีประโยชน์ก็ควรให้มีการจัดตั้งสามเณราลัยเล็ก หรือสถาบันที่คล้ายคลึงกันขึ้น

วรรค 2 เว้นไว้แต่ในบางกรณีที่สถานการณ์แวดล้อมบ่งชี้เป็นอย่างอื่นชายหนุ่มผู้ซึ่งตั้งใจจะก้าวไปในวิถีชีวิตแห่งการเป็นพระสงฆ์จะต้องได้รับการฝึกฝนวิชามนุษยศาสตร์และศาสตร์ต่างๆ ที่หนุ่มสาวทั่วไปในท้องถิ่นที่เขาอยู่ได้รับการศึกษาเพื่อเตรียมศึกษาในขั้นสูงต่อไป

มาตรา 235 วรรค 1 ชายหนุ่มที่ตั้งใจจะเป็นพระสงฆ์จะต้องได้รับการฝึกอบรมทางชีวิตจิตอย่างเหมาะสมและได้รับการฝึกฝนหน้าที่ต่างๆ ของสงฆ์ในสามเณราลัยใหญ่ตลอดระยะเวลาการฝึกอบรมหรือถ้าพระสังฆราช สังฆมณฑลเห็นมีความ จำเป็นเพราะสภาพแวดล้อม ก็ให้มีการอบรมอย่างน้อย ปี

วรรค 2 ผู้ที่ได้รับอนุญาตโดยถูกต้องให้อาศัยอยู่นอกสามเณราลัยให้พระสังฆราชสังฆมณฑลมอบพวกเขาให้อยู่ในความดูแลของพระสงฆ์ที่ศรัทธาและเหมาะสม ซึ่งต้องเอาใจใส่ให้พวกเขาได้รับการฝึกอบรมในด้านชีวิตจิตและในด้านวินัยอย่างดี

มาตรา 236 ตามข้อกำหนดของสภาพระ-สังฆราชผู้สมัครเตรียมบวชเป็นสังฆานุกรถาวรต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตฝ่ายจิตและได้รับการสอนให้รู้จักปฏิบัติหน้าที่สังฆานุกรอย่างถูกต้อง ดังต่อไปนี้

   1. ชายหนุ่มต้องใช้ชีวิตอย่างน้อย ปี ในบ้านพิเศษ เว้นไว้แต่ว่าพระสังฆราชสังฆมณฑลตัดสินเป็นอย่างอื่น เมื่อมีเหตุผลที่สำคัญยิ่ง

   2. ชายที่มีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่มากแล้ว ไม่ว่าเป็นโสดหรือแต่งงาน ต้องใช้เวลาฝึกอบรม ปี ตามหลักสูตรที่สภาพระสังฆราชกำหนดไว้

มาตรา 237 วรรค 1 สังฆมณฑลทุกแห่งที่สามารถและเห็นควรจัดตั้งสามเณราลัยใหญ่ได้ก็ให้จัดตั้งขึ้นมิฉะนั้นต้องส่งสามเณรที่กำลังเตรียมตัวทำหน้าที่ศาสนบริการไปยังสามเณราลัยอื่นหรือไม่ก็ให้จัดตั้งสามเณราลัยระหว่างสังฆมณฑลขึ้น

วรรค 2 จะต้องไม่จัดตั้งสามเณราลัยระหว่างสังฆมณฑลขึ้นเว้นไว้แต่ว่าได้รับการเห็นชอบจากสันตะสำนักก่อนทั้งในการก่อตั้งและกฎระเบียบ ถ้าเกี่ยวกับเขตแดนทั้งหมด ก็ให้สภาพระสังฆราชเป็นผู้ขอความเห็นชอบมิฉะนั้นให้พระสังฆราชที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ขอ

มาตรา 238 วรรค 1 โดยตัวบทกฎหมายเอง สามเณราลัยที่ได้รับการตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีความเป็นนิติบุคคลในพระศาสนจักร

วรรค 2 อธิการสามเณราลัย เป็นผู้ทำการแทนในทุกเรื่อง เว้นไว้แต่ว่า ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในบางเรื่อง

มาตรา 239 วรรค 1 สามเณราลัยทุกแห่ง ต้องมีอธิการปกครองดูแลหากจำเป็นก็ให้มีรองอธิการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ยิ่งกว่านั้นหากสามเณรรับการศึกษาอยู่ในสามเณราลัยนั้นเองก็ให้มีอาจารย์สอนในสาขาวิชาต่างๆตามหลักสูตรที่จัดไว้ให้สอดคล้องกันอย่างเหมาะสม

วรรค 2 สามเณราลัยทุกแห่ง ต้องมีวิญญาณรักษ์อย่างน้อยหนึ่งองค์อย่างไรก็ตามสามเณรทุกคนมีอิสระที่จะเข้าพบพระสงฆ์อื่นที่พระสังฆราชได้แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่นี้

วรรค 3 ในกฎระเบียบของ สามเณราลัย ต้องกำหนดแนวทางให้คณะผู้บริหารอื่นๆ (moderators) อาจารย์ แม้แต่สามเณรเอง (มีส่วน) ในการดูแลรับผิดชอบร่วมกับอธิการโดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบวินัย

มาตรา 240 วรรค 1 นอกเหนือจากผู้โปรดศีลอภัยบาปประจำต้องจัดให้มีผู้โปรดศีลอภัยบาปอื่นมาให้บริการที่สามเณราลัยอย่างสม่ำเสมอด้วยยิ่งกว่านั้นสามเณรมีเสรีภาพเสมอในการไปสารภาพบาปกับพระสงฆ์ผู้ฟังแก้บาปองค์ใดก็ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกสามเณราลัยโดยยังต้องรักษาไว้ซึ่งระเบียบวินัยของสามเณราลัย

วรรค 2 ในการตัดสินว่า จะให้สามเณรรับศีลบวชเป็นพระสงฆ์หรือให้ออกจากสามเณราลัยห้ามไม่ให้ขอความเห็นจากวิญญาณรักษ์หรือพระสงฆ์ผู้ฟังแก้บาปอย่างเด็ดขาด

มาตรา 241 วรรค 1 พระสังฆราชสังฆมณฑลจะรับเข้าสามเณราลัยใหญ่เฉพาะบุคคลที่ท่านพิจารณาแล้วว่าเหมาะสมที่จะอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ศาสนบริการศักดิ์สิทธิ์ตลอดไปเท่านั้นทั้งนี้โดยที่ได้พิจารณาคุณสมบัติด้านความเป็นมนุษย์ ด้านศีลธรรมด้านจิตใจและสติปัญญารวมทั้งสุขภาพกายและจิตพร้อมทั้งเจตนาที่ถูกต้องของเขา

วรรค 2 ก่อนที่จะรับเข้าสามเณราลัยใหญ่พวกเขาต้องยื่นหลักฐานรับรองการรับศีลล้างบาป และศีลกำลังพร้อมทั้งเอกสารอื่นๆ ที่ต้องการตามข้อกำหนดของแผนการฝึกอบรมเป็นพระสงฆ์

วรรค 3 เพื่อจะรับบุคคลที่ออกจากสามเณราลัยแห่งอื่นหรือสถาบันนักบวชต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมจากผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเป็นต้นเกี่ยวกับสาเหตุของการให้ออกหรือการลาออกของพวกเขา

มาตรา 242 วรรค 1 แต่ละประเทศต้องมีแผนการฝึกอบรมการเป็นพระสงฆ์ ซึ่งกำหนดขึ้นโดยสภาพระสังฆราช ตามแนวทางของกฎเกณฑ์ที่ออกโดยอำนาจสูงสุดของพระศาสนจักรซึ่งยังต้องได้รับการรับรองจากสันตะสำนักอีกด้วยเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงต้องปรับปรุงแผนการฝึกอบรมนี้ให้ทันสมัยโดยต้องได้รับการรับรองจากสันตะสำนักเช่นกันแผนการฝึกอบรมนี้ต้องกำหนดหลักการสำคัญต่างๆ ในการให้การอบรมในสามเณราลัยและยังต้องวางกฎเกณฑ์ทั่วไปให้สอดคล้องกับความจำเป็นด้านอภิบาลของแต่ละเขตหรือแต่ละมณฑล

วรรค 2 สามเณราลัยทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นสามเณราลัยประจำสังฆมณฑลหรือสามเณราลัยระหว่างสังฆ-มณฑลต้องถือตามระเบียบของแบบแผนที่กล่าวไว้ในวรรค 1

มาตรา 243 ยิ่งกว่านั้นสามเณราลัยแต่ละแห่งจะต้องมีกฎของตนเองที่ได้รับการรับรองจากพระสังฆราชสังฆมณฑลหรือในกรณีที่เป็นสามเณราลัยระหว่างสังฆมณฑลก็ต้องได้รับการรับรองจากพระสังฆราชที่เกี่ยวข้องทุกองค์กฎดังกล่าวนั้นต้องวางระเบียบแบบแผนการอบรมการเป็นพระสงฆ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่นและในเรื่องเกี่ยวกับระเบียบวินัยที่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของสามเณรและต่อความมีระเบียบเรียบร้อยของทั้งสามเณราลัยนั้นต้องกำหนดให้ละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น

มาตรา 244 การอบรมชีวิตฝ่ายจิตของสามเณรในสามเณราลัยต้องให้กลมกลืนกับการศึกษาด้านวิชาการของพวกเขาและต้องจัดการอบรมนี้ให้พวกเขามีจิตตารมณ์แห่งพระวรสารและมีความสนิทสัมพันธ์ ใกล้ชิดกับพระคริสตเจ้าพร้อมด้วยวุฒิภาวะแบบมนุษย์ที่เหมาะสมตามลักษณะเฉพาะของสามเณรแต่ละคน

มาตรา 245 วรรค 1 อาศัยการอบรมชีวิตฝ่ายจิตสามเณรจะกลายเป็นผู้เพียบพร้อมในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่การอภิบาลอย่างมีประสิทธิผล และยังต้องได้รับการฝึกให้มีจิตตารมณ์แพร่ธรรมในระหว่างการฝึกอบรม เขาต้องเรียนรู้ว่าศาสนบริการที่ต้องปฏิบัติด้วยความเชื่อที่มีชีวิตและด้วยความรักเสมอนั้นจะช่วยเพิ่มพูนความศักดิ์สิทธิ์ของเขาเองพวกเขายังต้องเรียนรู้ที่จะปลูกฝังคุณธรรมเหล่านั้นซึ่งมีคุณค่าสูงส่งในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เพื่อว่าพวกเขาจะสามารถบรรลุถึงการหล่อหลอมคุณค่าแบบมนุษย์และแบบเหนือธรรมชาติให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างเหมาะสม

วรรค 2 สามเณรต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้เป็นผู้เปี่ยมด้วยความรักต่อพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้าพวกเขาจะได้อุทิศตนด้วยความรักถ่อมตนและเยี่ยงบุตรต่อองค์สมเด็จพระสันตะปาปาผู้สืบตำแหน่งนักบุญเปโตรพวกเขาจะได้เป็นหนึ่งเดียวกับพระสังฆราชของตนในฐานะผู้ร่วมงานที่ไว้วางใจได้ และทำงานเสมือนเพื่อนร่วมงานกับบรรดาพี่น้องโดยการเจริญชีวิตร่วมกันในสามเณราลัยและโดยการปลูกฝังความสัมพันธ์ฉันเพื่อน และฉันผู้ร่วมงานกับผู้อื่นเขาจะได้เตรียมพร้อมที่จะเป็นหนึ่งเดียวฉันพี่น้องกับคณะสงฆ์ในสังฆมณฑลซึ่งพวกเขาต้องร่วมมือในการรับใช้พระศาสนจักรด้วย

มาตรา 246 วรรค 1 การเฉลิมฉลองศีลมหา-สนิทต้องเป็นศูนย์กลางของชีวิตทั้งครบในสามเณราลัยเพื่อว่าทุกวันโดยมีส่วนร่วมในความรักของพระคริสตเจ้าเองสามเณรจะได้ตักตวงพลังฝ่ายจิตที่จำเป็นสำหรับงานแพร่ธรรมและชีวิตจิตของพวกเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากบ่อเกิดที่มั่งคั่งที่สุดนี้

วรรค 2 พวกเขาต้องได้รับการฝึกอบรมในการเฉลิมฉลองพิธีกรรมทำวัตรซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ศาสนบริกรของพระเจ้าภาวนาต่อพระองค์ในนามของพระศาสนจักรแทนประชากรทั้งมวลที่พวกเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลและยิ่งกว่านั้นแทนโลกทั้งมวล

วรรค 3 สามเณรต้องได้รับการอบรมบ่มจิตใจให้มีความศรัทธาต่อพระนางมารีอาพรหมจารีรวมทั้งการสวดสายประคำด้วยการรำพึงภาวนา และการปฏิบัติกิจศรัทธาอื่นๆ เพื่อพวกเขาจะได้มีจิตตารมณ์แห่งการภาวนาและมีพลังสำหรับกระแสเรียกของตน

วรรค 4 สามเณรต้องฝึกฝนให้เคยชินกับการรับศีลอภัยบาปบ่อยๆและควรแนะนำให้สามเณรแต่ละคนมีผู้แนะนำชีวิตฝ่ายจิตที่เขาเลือกเองอย่างอิสระ และที่เขาสามารถเปิดเผยมโนธรรมของตนได้ด้วยความไว้วางใจ

วรรค 5 สามเณรต้องเข้าเงียบทุกปี

มาตรา 247 วรรค 1 สามเณรต้องได้รับการเตรียมตัวให้รักษาสถานภาพการถือโสด โดยการอบรมที่เหมาะสมและต้องเรียนรู้ที่จะเชิดชู สถานภาพนี้เหมือนพรพิเศษจากพระเป็นเจ้า


วรรค 2 พวกเขาต้องรับทราบถึงหน้าที่และภาระต่างๆ ที่เป็นของศาสนบริกรศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักรอย่างเหมาะสม โดยไม่ปิดบังความยากลำบากใดๆ ของชีวิตสงฆ์เลย

มาตรา 248 การอบรมด้านวิชาการความรู้มุ่งเพื่อให้สามเณรมีความรู้ทางศาสนาอย่างกว้างขวางและแน่นแฟ้นควบคู่ไปกับความรู้ด้านวัฒนธรรมทั่วไป ตามความต้องการของยุคสมัยและสถานที่เพื่อว่าเมื่อพวกเขามีรากฐานและหล่อเลี้ยงในความเชื่อของตนด้วยการศึกษานั้นแล้วจนว่าพวกเขาสามารถประกาศข้อคำสอนแห่งพระวรสารอย่างเหมาะสมแก่มนุษย์ในยุคสมัยของตน ในรูปแบบที่เหมาะแก่ความเข้าใจของพวกเขา

มาตรา 249 แผนการฝึกอบรมเป็นพระสงฆ์ ต้องจัดให้สามเณรมีการศึกษาอย่างดีไม่เพียงแต่ภาษาพื้นเมืองของตนเท่านั้นแต่ต้องมีความเชี่ยวชาญในภาษาลาตินอีกด้วยนอกจากนั้นพวกเขายังต้องมีความคุ้นเคยอย่างพอเพียงในภาษาต่างประเทศที่เห็นว่ามีความจำเป็นหรือมีประโยชน์สำหรับการอบรมของตนหรือเพื่อการปฏิบัติหน้าที่อภิบาล

มาตรา 250 การศึกษาปรัชญาและเทววิทยาที่มีอยู่ในสามเณราลัยนั้นสามารถศึกษาแบบต่อเนื่องหรือแบบควบคู่กัน ตามแผนการอบรมเป็นพระสงฆ์การศึกษาวิชาทั้งสองนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 ปีเต็ม โดยแบ่งเป็น 2ปีเต็มสำหรับการศึกษาปรัชญา และ 4 ปีเต็มสำหรับการศึกษาเทววิทยา

มาตรา 251 การให้การศึกษาอบรมวิชาปรัชญาต้องมีพื้นฐานอยู่บนปรัชญาที่เป็นมรดกตกทอดกันมา ที่ใช้ได้อยู่ตลอดเวลาและต้องคำนึงถึงการค้นคว้าทางปรัชญาแห่งยุคสมัยด้วยการศึกษาอบรมนี้ต้องมุ่งให้สามเณรมีการพัฒนาทางด้านความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีสติปัญญาเฉียบแหลมและช่วยเขาให้มีความพร้อมมากขึ้นที่จะศึกษาเทววิทยาต่อไป

มาตรา 252 วรรค 1 การให้การศึกษาอบรมวิชาเทววิทยาต้องมุ่งให้สอดคล้องกับข้อความเชื่อ และภายใต้การนำแห่งอำนาจสอนของพระศาสจักร (Magisterium) เพื่อสามเณรจะได้มีความเข้าใจคำสอนคาทอลิกทั้งครบอันมีพื้นฐานบนการไขแสดงของพระเป็นเจ้าเพื่อพวกเขาจะได้อาศัยความรู้นั้นหล่อเลี้ยงชีวิตฝ่ายจิตของตนและเพื่อสามารถประกาศและป้องกันคำสอนนั้นในการปฏิบัติหน้าที่ศาสนบริการของตนอย่างถูกต้อง

วรรค 2 สามเณรต้องได้รับการสอนพระคัมภีร์ด้วยความขยันหมั่นเพียรเป็นพิเศษ เพื่อให้พวกเขาเห็นภาพรวมของพระคัมภีร์ทั้งหมด

วรรค 3 ให้มีการสอนวิชาเทววิทยาด้านความเชื่อ ซึ่งต้องมีรากฐานบนพระวาจาของพระเป็นเจ้าที่บันทึกไว้ ร่วมกับประเพณีศักดิ์สิทธิ์เสมอในการสอนนี้ สามเณรจะได้เรียนรู้เข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นถึงรหัสธรรมแห่งความรอด โดยมีนักบุญโทมัสเป็นปรมาจารย์พิเศษเช่นเดียวกันให้มีการสอนวิชาเทววิทยาด้านจริยธรรมและด้านอภิบาลวิชากฎหมายพระศาสนจักร พิธีกรรมประวัติศาสตร์พระศาสนจักรรวมทั้งวิชาเสริม และวิชาพิเศษอื่นๆการสอนวิชาต่างๆ เหล่านี้ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของแบบแผนการอบรมเป็นพระสงฆ์

มาตรา 254 ต้องสอนสามเณรให้สามารถวิเคราะห์ปัญหาต่างๆโดยการค้นคว้าที่เหมาะสมด้วยตนเอง ตามหลักวิชาการดังนั้นให้มีการฝึกเขียนรายงานภายใต้การแนะนำของอาจารย์เพื่อให้สามเณรได้เรียนรู้ที่จะศึกษาด้วยความพยายามของตนเองภาย

มาตรา 255 แม้ว่าการอบรมทั้งหมดของสามเณรในสามเณราลัยมีจุดประสงค์เพื่อการอภิบาลก็ตามยังต้องมีการฝึกฝนการอภิบาลจริงๆเพื่อให้สามเณรเรียนรู้หลักการและมีความชำนาญที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่สอนหน้าที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์และหน้าที่ปกครองประชากรของพระเจ้าโดยคำนึงถึงความจำเป็นของสถานที่และเวลาด้วย

มาตรา 256 วรรค 1 สามเณรต้องได้รับการสอนอย่างเอาใจใส่ในเรื่องที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับหน้าที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น การสอนคำสอน การเทศน์การประกอบพิธีบูชาศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกอบพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ การสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน แม้ผู้ที่ไม่ใช่คาทอลิกหรือผู้ไม่มีความเชื่อการบริหารสังฆตำบล (วัด) และการปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ทั้งหมด

วรรค 2 ต้องสอนให้สามเณรรู้ถึงความต้องการของพระศาสนจักรสากลเพื่อให้พวกเขามีความสนใจในเรื่องการส่งเสริมกระแสเรียกเรื่องปัญหางานธรรมทูต ปัญหาศาสนสัมพันธ์ และปัญหาเร่งด่วนอื่นๆ รวมทั้งปัญหาสังคมด้วย

มาตรา 257 วรรค 1 การอบรมสามเณรต้องเตรียมให้พวกเขามีความสนใจไม่เพียงแต่พระศาสนจักรเฉพาะที่ตนสังกัดรับใช้อยู่ แต่ยังต้องสนใจพระศาสนจักรสากลด้วย ดังนั้นพวกเขาต้องแสดงให้เห็นว่าตนพร้อมที่จะอุทิศตัวเองให้แก่พระศาสนจักรเฉพาะแห่งอื่นๆ ที่มีความต้องการที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด

วรรค 2 พระสังฆราชสังฆมณฑลต้องเอาใจใส่ให้สมณะที่ตั้งใจย้ายจากพระศาสนจักรเฉพาะของตน ไปยังพระศาสนจักรเฉพาะในเขตอื่นให้มีการเตรียมตัวอย่างเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ศาสนบริการที่นั่นกล่าวคือ ให้เขาเรียนรู้ภาษาถิ่น และให้เข้าใจกฎระเบียบ สภาพสังคมขนบธรรมเนียม และประเพณีของท้องถิ่นนั้น

มาตรา 258 เพื่อให้สามเณรสามารถเรียนรู้ศิลปะการแพร่ธรรมโดยทางปฏิบัติระหว่างการศึกษาเล่าเรียนด้วยและโดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างปิดภาคเรียนต้องให้เขาเริ่มปฏิบัติงานอภิบาลด้วยวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสม ซึ่งผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจเป็นผู้ตัดสินกำหนด และปรับให้เหมาะสมกับวัยของสามเณร และกับสภาพท้องถิ่นและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของพระสงฆ์ผู้ชำนาญเสมอ

มาตรา 259 วรรค 1 พระสังฆราชสังฆมณฑลหรือในกรณีที่เป็นสามเณราลัยระหว่างสังฆมณฑลบรรดาพระสังฆราชที่เกี่ยวข้องเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินเกี่ยวกับเรื่องการปกครอง และการบริหารสามเณราลัยดังกล่าวข้างต้น

วรรค 2 พระสังฆราชสังฆมณฑล หรือในกรณีที่เป็นสามเณราลัยระหว่างสังฆมณฑลบรรดาพระสังฆราชที่เกี่ยวข้องต้องออกเยี่ยมสามเณราลัยบ่อยๆด้วยตนเอง ต้องเฝ้าดูแลเรื่องการอบรมสามเณรและการสอนวิชาปรัชญาและเทววิทยาที่มีอยู่ในสามเณราลัยนอกจากนั้นยังต้องรับทราบเกี่ยวกับกระแสเรียกลักษณะนิสัยความศรัทธาและความก้าวหน้าของบรรดาสามเณร เฉพาะอย่างยิ่งเพื่อพิจารณาในการประกอบศีลบรรพชาให้

มาตรา 260 ในการปฏิบัติหน้าที่ของตนทุกคนต้องเชื่อฟังอธิการผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลการบริหารแต่ละวันในสามเณราลัย ตามกฎเกณฑ์ของแบบแผนการอบรมเป็นพระสงฆ์ และของการปกครองสามเณราลัย

มาตรา 261 วรรค 1 อธิการของสามเณราลัยและบรรดาผู้ดูแล (Moderator) รวมทั้งคณาจารย์ผู้อยู่ใต้อำนาจของอธิการต้องสอดส่องดูแลตามหน้าที่ของตนให้สามเณรปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของแผนการอบรมเป็นพระสงฆ์ และตามข้อกำหนดของการปกครองสามเณราลัยอย่างเคร่ง-ครัด

วรรค 2 อธิการของสามเณราลัย และดูแลฝ่ายการศึกษาต้องเอาใจใส่ให้คณาจารย์ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างดีตามข้อกำหนดของแบบแผนการอบรมเป็นพระสงฆ์และของการปกครองสามเณราลัย

มาตรา 262 สามเณราลัยไม่อยู่ใต้การปกครองของสังฆตำบล (วัด) อธิการของสาม-เณราลัยหรือผู้แทนของเขาต้องปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสสำหรับทุกคนที่อาศัยอยู่ในสามเณราลัย ยกเว้น เกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานและเกี่ยวกับข้อกำหนดของมาตรา 985

มาตรา 263 พระสังฆราชสังฆมณฑลต้องเอาใจใส่จัดหาทุนเพื่อการก่อสร้างและการทำนุบำรุงสามเณราลัยทุนสนับสนุนสามเณร ค่าตอบแทนของคณาจารย์ และความจำเป็นอื่นๆ ของสามเณราลัยถ้าเป็นสามเณราลัยระหว่างสังฆมณฑล บรรดาพระสังฆราชที่เกี่ยวข้องต้องทำข้อตกลงร่วมกันในการจัดหาทุน เพื่อค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านั้น

มาตรา 264 วรรค 1 นอกเหนือจากรายได้จากการเก็บเงิน ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 1266 พระสังฆราชสามารถเก็บภาษีภายในสังฆมณฑล เพื่อจัดสรรสำหรับความจำเป็นต่างๆ ของสามเณราลัย

วรรค 2 นิติบุคคลฝ่ายพระศาสนจักรทั้งหลายรวมทั้งที่เป็นส่วนบุคคลที่ตั้งอยู่ในเขตสังฆมณฑลต้องเสียภาษีนี้สำหรับสามเณราลัย เว้นไว้แต่ว่าเป็นนิติบุคคลที่เลี้ยงตัวเองจากการบริจาคเท่านั้นหรือนิติบุคคลที่ประกอบด้วยนักศึกษาหรือคณาจารย์เพื่อส่งเสริมประโยชน์ส่วนรวมของพระศาสนจักรภาษีในลักษณะนี้ต้องเป็นแบบทั่วไปและให้คิดตามสัดส่วนกับรายได้ของผู้เสียภาษี และให้กำหนดตามความจำเป็นของสามเณราลัย

book

"การฝึกอบรมสมณะ" (มาตรา 232-264)

"การลงทะเบียนหรือการเข้าสังกัดของสมณะ" (มาตรา 265-272) >>