หมวด 2 สมัชชาพระสังฆราช
มาตรา 342 สมัชชาพระสังฆราชคือ กลุ่มบรรดาพระสังฆราชซึ่งได้รับเลือกจากดินแดนต่างๆ ทั่วโลก และมาชุมนุมพร้อมกันตามเวลาที่กำหนดเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างพระสันตะปาปากับบรรดาพระสังฆราชให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือพระสันตะปาปาด้วยการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปกป้องและการเพิ่มพูนความเชื่อ และศีลธรรม และเพื่อรักษาและทำให้ระเบียบวินัยของพระศาสนจักรมั่นคงและนอกจากนั้นเพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่เกี่ยวกับกิจที่พระศาสนจักรกระทำในโลก
มาตรา 343 สมัชชาพระสังฆราชมีหน้าที่ถกปัญหาตามวาระการประชุม และเสนอความคิดเห็นแต่ไม่ต้องแก้ปัญหาหรือออกกฤษฎีกาที่เกี่ยวกับปัญหาเหล่านั้นเว้นไว้แต่ว่าในบางกรณีพระสันตะปาปาได้มอบอำนาจตัดสินแก่สมัชชา และในกรณีเช่นนี้เป็นหน้าที่ของพระองค์ที่จะรับรองคำตัดสินของสมัชชา
มาตรา 344 สมัชชาพระสังฆราช อยู่ในอำนาจโดยตรงของพระสันตะปาปาซึ่งมีหน้าที่
1. เรียกประชุมสมัชชาทุกครั้งที่พระองค์เห็นว่าเหมาะสม และระบุสถานที่ประชุมไว้ด้วย
2. รับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกผู้ได้รับเลือกตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายเฉพาะ ทั้งกำหนดและแต่งตั้งสมาชิกอื่นๆ
3. กำหนดหัวข้อการประชุมก่อนการประชุมสมัชชาในเวลาที่เหมาะสมตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายเฉพาะ
4. กำหนดระเบียบวาระการประชุม
5. เป็นประธานการประชุมสมัชชาด้วยพระองค์เองหรือโดยผู้อื่น
6. ย้าย หยุด และยกเลิกการประชุมสมัชชา
มาตรา 345 สมัชชาพระสังฆราชสามารถประชุมแบบสมัชชาใหญ่กล่าวคือเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของพระศาสนจักรสากลโดยตรงการประชุมแบบนี้เป็นได้ทั้งแบบสามัญหรือวิสามัญสมัชชาพระสังฆราชยังสามารถประชุมแบบพิเศษกล่าวคือ เป็นการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเขตใดเขตหนึ่ง หรือหลายเขตโดยเฉพาะ
มาตรา 346 วรรค 1 สมัชชาพระสังฆราชที่มาประชุมใหญ่สามัญประกอบด้วยสมาชิกซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระสังฆราชผู้ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนแต่ละกลุ่มจากสภาพระสังฆราชตามข้อกำหนดของกฎหมายเฉพาะของสมัชชาสมาชิกอีกส่วนหนึ่งเป็นผู้แทนตามข้อกำหนดของกฎหมายเดียวกันอีกส่วนหนึ่งเป็นสมาชิกที่ได้รับแต่งตั้งโดยตรงจากพระสันตะปาปานอกนั้นยังมีสมาชิกที่เป็นสมาชิกของสถาบันนักพรตสมณะด้วยซึ่งได้รับเลือกตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายพิเศษฉบับเดียวกัน
วรรค 2 สมัชชาพระสังฆราชที่มาประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นพระสังฆราชที่เป็นผู้แทนโดยตำแหน่งตามข้อกำหนดของกฎหมายเฉพาะของสมัชชาตามตำแหน่งหน้าที่ที่ท่านมีสมาชิกอีกส่วนหนึ่งเป็นพระสังฆราชที่ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากพระสันตะปาปานอกนั้นยังมีสมาชิกที่เป็นสมาชิกของสถาบันนักพรตสมณะที่ได้รับเลือกตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายฉบับเดียวกัน
วรรค 3 สมัชชาพระสังฆราชที่มาประชุมแบบพิเศษประกอบด้วยสมาชิกที่ได้รับเลือกเป็นพิเศษจากเขต ซึ่งสมัชชาถูกจัดขึ้นเพื่อเขตนั้นตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายเฉพาะซึ่งใช้บังคับการประชุมสมัชชาแบบนี้
มาตรา 347 วรรค 1 เมื่อพระสันตะปาปาทรงปิดประชุมสมัชชาพระสังฆราช หน้าที่ที่บรรดาพระสังฆราชและสมาชิกอื่นได้รับมอบหมายก็สิ้นสุดลงด้วย
วรรค 2 หากตำแหน่งพระ สันตะปาปาว่างลงหลังจากมีการเรียกประชุมสมัชชาพระสังฆราชหรือระหว่างที่การประชุมกำลังดำเนินอยู่ให้หยุดชะงัก โดยตัวบทกฎหมายเองเช่นเดียวกันหน้าที่ที่สมาชิกได้รับมอบหมายในการประชุมนี้ก็หยุดชะงักด้วยการหยุดชะงักนี้จะคงอยู่จนกระทั่งพระสันตะปาปาองค์ใหม่จะทรงออกกฤษฎีกาให้ยกเลิกหรือให้ดำเนินการประชุมต่อ
มาตรา 348 วรรค 1 สมัชชาพระสังฆราชมีสำนักเลขาธิการใหญ่ถาวรซึ่งมีเลขาธิการที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระสันตะปาปา เป็นหัวหน้าเลขาธิการใหญ่นี้มีกองเลขาเป็นผู้ช่วย กองเลขานี้ประกอบด้วยบรรดาพระสังฆราชซึ่งบางองค์ได้รับเลือกจากสมัชชาพระสังฆราชเอง ตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายพิเศษส่วนองค์อื่นๆ ได้รับแต่งตั้งจากพระสันตะปาปาหน้าที่ของสมาชิกทั้งหมดนี้สิ้นสุดลงเมื่อการประชุมใหญ่ครั้งใหม่เริ่มขึ้น
วรรค 2 ยิ่งกว่านั้น พระสันตะปาปายังทรงแต่งตั้งเลขานุการพิเศษท่านหนึ่งหรือหลายท่านเพื่อให้ทำหน้าที่ในการประชุมสมัชชาพระสังฆราชแต่ละครั้งพวกท่านยังปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนกว่าจะเสร็จสิ้นการประชุมสมัชชา
