Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 2 ประชากรของพระเจ้า

หมวด 3 พระคาร์ดินัลในพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก

มาตรา 349 พระคาร์ดินัลในพระศาสนจักร โรมันคาทอลิกประกอบขึ้นเป็นคณะพิเศษที่มีหน้าที่จัดให้มีการเลือกตั้งพระสันตะปาปา ตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายพิเศษท่านยังมีหน้าที่ช่วยเหลือพระสันตะปาปาแบบเป็นคณะเมื่อได้รับเรียกมาประชุมเพื่อพิจารณาปัญหาที่มีความสำคัญมากหรือแบบแต่ละองค์ กล่าวคือ โดยการช่วยเหลือพระสันตะปาปา ในหน้าที่ต่างๆ ที่ท่านกระทำ เป็นต้นในการเอาใจใส่ดูแลพระศาสนจักรสากล

มาตรา 350 วรรค 1 คณะพระคาร์ดินัลแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ ระดับพระสังฆราชซึ่งได้แก่ พระคาร์ดินัลที่ พระสันตะปาปาแต่งตั้งให้มีตำแหน่งประมุขวัดรอบกรุงโรม และทั้งอัครสังฆบิดร (patriarchs) จารีตตะวันออก ซึ่งเป็นสมาชิกคณะพระคาร์ดินัลด้วยระดับพระสงฆ์ และระดับสังฆานุกร

วรรค 2 พระสันตะปาปามอบตำแหน่งหรือหน้าที่รับใช้ในกรุงโรมแก่พระคาร์ดินัลระดับสงฆ์ และระดับสังฆานุกร ตามระดับชั้นของตน

วรรค 3 อัครสังฆบิดรจารีตตะวันออกที่เป็นสมาชิก คณะพระคาร์ดินัลมีเขตปกครองสังฆบิดรของตนเป็นชื่อตำแหน่ง

วรรค 4 พระคาร์ดินัลประมุข (Decanusมีสังฆมณฑล Ostia เป็นชื่อตำแหน่งพร้อมกับวัดอื่นที่เขามีเป็นชื่อตำแหน่งอยู่แล้ว

วรรค 5 โดยคำนึงถึงระดับและการเลื่อนตำแหน่งก่อนเป็นอันดับแรกและโดยการเลือกในที่ประชุมพระคาร์ดินัลพร้อมกับความเห็นชอบของพระสันตะปาปาพระคาร์ดินัลจากระดับสงฆ์สามารถย้ายไปยังตำแหน่งอื่นและพระคาร์ดินัลจากระดับสังฆานุกรสามารถย้ายไปตำแหน่งสังฆานุกรอื่นและหากได้อยู่ ในตำแหน่งสังฆานุกรครบ 10 ปีเต็มก็สามารถเลื่อนไปสู่ระดับสงฆ์ด้วย

วรรค 6 พระคาร์ดินัลระดับสังฆานุกรที่เลื่อนขึ้นไปยังพระคาร์ดินัลระดับสงฆ์โดยการเลือกมีอันดับที่เหนือพระคาร์ดินัลระดับสงฆ์ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัลหลังจากท่าน

มาตรา 351 วรรค 1 ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัลเป็นบุรุษที่พระสันตะปาปาคัดเลือกอย่างอิสระอย่างน้อยเป็นผู้อยู่ในฐานันดรสงฆ์ และโดดเด่นเป็นพิเศษด้านคำสอนด้านศีลธรรม ด้านความศรัทธา รวมทั้งมีความสุขุมรอบคอบในการทำงานผู้ที่ยังไม่เป็นพระสังฆราชต้องได้รับการอภิเษกเป็นพระสังฆราช

วรรค 2 พระคาร์ดินัลได้รับการแต่งตั้ง โดยกฤษฎีกาของพระสันตะปาปาซึ่งประกาศต่อหน้าคณะพระคาร์ดินัลเมื่อประกาศแล้วก็มีตำแหน่งหน้าที่และมีสิทธิ์ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

วรรค 3 ผู้ที่ได้รับเกียรติแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัลซึ่งพระสันตะปาปาได้ประกาศให้รู้ แต่ยังสงวนนามไว้ในทรวง (in Pectore) ในขณะนั้นยังไม่มีหน้าที่และสิทธิใดๆ ของพระคาร์ดินัล อย่างไรก็ตามหลังจากที่พระสันตะปาปาได้ประกาศชื่อของท่านแล้ว ท่านก็มีหน้าที่และมีสิทธิ์ทั้งมวลแต่ท่านมีสิทธิในอันดับเกียรติพระคาร์ดินัลตั้งแต่วันที่ชื่อของท่านได้รับการสงวนไว้ในทรวง

มาตรา 352 วรรค 1 พระคาร์ดินัลประมุข (Decanusเป็นประธานคณะพระคาร์ดินัลถ้าหากท่านมีข้อขัดขวางมิให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้พระคาร์ดินัลรองประมุขปฏิบัติหน้าที่แทนพระคาร์ดินัลประมุขหรือพระคาร์ดินัลรองประมุขไม่มีอำนาจปกครองใดเลยเหนือพระคาร์ดินัลอื่นแต่ให้ถือว่าท่านเป็นบุคคลอันดับหนึ่งในบรรดาผู้ที่เท่าเทียมกัน

วรรค 2 เมื่อตำแหน่งพระคาร์ดินัลประมุขว่างลงบรรดาพระคาร์ดินัลผู้มีชื่อตำแหน่งวัดรอบกรุงโรมและบุคคลเหล่านี้เท่านั้นเลือกคนหนึ่งจากกลุ่มพวกท่านเอง ให้ทำหน้าที่ประมุขคณะพระคาร์ดินัลในการเลือกตั้งนี้ให้พระคาร์ดินัลรองประมุขเป็นประธาน หากท่านอยู่หรือมิฉะนั้นให้ผู้เลือกตั้งที่อาวุโสที่สุดเป็นประธานบรรดาผู้เลือกตั้งต้องนำชื่อของผู้ได้รับเลือกเสนอต่อพระสันตะปาปาซึ่งเป็นผู้มีอำนาจรับรองผู้ที่ได้รับเลือก

วรรค 3 ต้องเลือกพระคาร์ดินัลรองประมุขด้วยวิธีการเดียวกันตามที่ระบุไว้ในวรรค 2โดยมีพระคาร์ดินัลประมุขเองเป็นประธานการเลือกตั้งเช่นเดียวกันพระสันตะปาปาเป็นผู้มีอำนาจรับรองการเลือกตั้งพระคาร์ดินัลรองประมุข

วรรค 4 พระคาร์ดินัลประมุขและรองประมุข ต้องหาภูมิลำเนาในกรุงโรม ถ้าหากยังไม่มี

มาตรา 353 วรรค 1 บรรดาพระคาร์ดินัลให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษในรูปแบบของกิจการที่เป็นหมู่คณะแก่นายชุมพาบาลสูงสุดของพระศาสนจักรในการประชุมสันตะวุฒิสภา (Consistory) ซึ่งพระ-สันตะปาปาเป็นผู้เรียกและเป็นประธานการประชุมสันตะวุฒิสภานี้แบ่งเป็นสามัญและวิสามัญ

วรรค 2 ผู้ที่รับเชิญเข้าประชุมสันตะวุฒิสภาสามัญคือพระคาร์ดินัลทุกองค์อย่างน้อยบรรดาพระคาร์ดินัลที่พำนักอยู่ในกรุงโรมเพื่อให้คำปรึกษาบางเรื่องสำคัญซึ่งอย่างไรก็ตามเกิดขึ้นได้ค่อนข้างบ่อยหรือเพื่อทำกิจการบางอย่างที่ต้องมีพิธีการอย่างสง่ายิ่ง

วรรค 3 ผู้ที่รับเชิญเข้าประชุมสันตะวุฒิสภาวิสามัญคือพระคาร์ดินัลทุกองค์การประชุมนี้จะมีขึ้นเมื่อพระศาสนจักรมีเรื่องจำเป็นพิเศษหรือเมื่อเห็นว่ามีเรื่องค่อนข้างสำคัญที่ต้องพิจารณา

วรรค 4 การประชุมสันตะวุฒิสภาสามัญที่มีพิธีการอย่างสง่าเท่านั้นที่สามารถทำอย่างเปิดเผย กล่าวคือ การประชุมสันตะวุฒิสภาที่นอกจากบรรดาพระคาร์ดินัลแล้วยังเชิญบรรดาสังฆนายก (prelates) ผู้แทนฝ่ายบ้านเมืองและผู้รับเชิญอื่นๆได้

มาตรา 354 บรรดาพระคาร์ดินัลที่เป็นหัวหน้าสมณะกระทรวงหรือสถาบันถาวรอื่นๆของสันตะสำนักและของรัฐวาติกัน เมื่อมีอายุครบ 75 ปีขอให้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งต่อพระสันตะปาปาพระองค์จะเป็นผู้ตัดสินหลังจากได้พิจารณาทุกอย่าง อย่างดีแล้ว

มาตรา 355 วรรค 1 พระคาร์ดินัลประมุข (Cardinal Dean) เป็นผู้มีอำนาจประกอบพิธีบวชเป็นสังฆราชแก่ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปา ถ้าหากว่าผู้นั้นยังไม่ได้รับศีลบวชเป็นสังฆราช ถ้าหากว่าพระคาร์ดินัลประมุขมีอุปสรรคไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่นี้ได้ รองประมุขมีสิทธิ์ปฏิบัติหน้าที่นี้ถ้าหากรองประมุขมีอุปสรรคไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่นี้ได้ก็ให้พระคาร์ดินัลระดับพระสังฆราชที่อาวุโสที่สุดมีสิทธิ์ปฏิบัติหน้าที่นี้วรรค 2 พระคาร์ดินัลสังฆานุกรหัวหน้าเป็นผู้ประกาศชื่อผู้ที่ได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาองค์ใหม่ เช่นเดียวกันท่านเป็นผู้ทำหน้าที่แทนพระสันตะปาปามอบผ้าคลุมประจำตำแหน่ง (pallium) แก่พระสังฆราชอัครสังฆมณฑลหรือมอบผ้าคลุมนั้นแก่ผู้แทนของท่าน

มาตรา 356 พระคาร์ดินัลมีภาระหน้าที่ให้ความร่วมมือกับพระสันตะปาปาอย่างขยันขันแข็งเพราะเหตุนี้พระคาร์ดินัลที่ปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ในสมณกระทรวงและมิได้เป็นพระสังฆราชประจำสังฆมณฑลต้องพำนักอยู่ในกรุงโรมพระคาร์ดินัลที่ทำหน้าที่ปกครองสังฆมณฑลในฐานะพระสังฆราชสังฆมณฑลต้องไปยังกรุงโรมทุกครั้งที่ได้รับเรียกจากพระสันตะปาปา

มาตรา 357 วรรค 1 พระคาร์ดินัลซึ่งได้รับชื่อตำแหน่งประจำวัดชานกรุงโรมหรือในกรุงโรมเมื่อได้รับมอบแล้ว ต้องส่งเสริมสังฆมณฑล หรือวัดเหล่านั้นให้เจริญขึ้นโดยให้คำปรึกษาและอุปการะคุ้มครอง อย่างไรก็ตาม พระคาร์ดินัลดังกล่าวไม่มีอำนาจใดๆ ในการปกครองวัดเหล่านี้เลยอีกทั้งไม่สามารถเข้าแทรกแซงในกิจการใดๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารทรัพย์สินระเบียบวินัยหรือการบริการต่างๆ ของวัด

วรรค 2 พระคาร์ดินัลที่อาศัยอยู่นอกกรุงโรม และนอกสังฆมณฑลของตนได้รับการยกเว้นจากอำนาจการปกครองของพระสังฆราชสังฆมณฑลที่ตนอาศัยอยู่ในเรื่องเกี่ยวกับตัวบุคคลของท่านเอง

มาตรา 358 บางครั้งพระสันตะปาปามอบหมายให้พระคาร์ดินัลองค์ใดองค์หนึ่งเป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีฉลองที่สง่าหรือในกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ในฐานะผู้แทนจากสีข้าง (Legato a latere) นั่นคือเสมือนเป็นพระองค์เองอีกผู้หนึ่ง (alter ego) ในทำนองเดียวกัน บางครั้งพระสันตะปาปามอบหมายให้พระคาร์ดินัลองค์ใดองค์หนึ่งไปปฏิบัติภารกิจอภิบาล ในฐานะเป็นทูตพิเศษพระคาร์ดินัลดังกล่าวมีอำนาจเฉพาะในเรื่องที่ได้รับมอบหมายจากพระสันตะปาปาเท่านั้น

book

"พระคาร์ดินัลในพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก" (มาตรา 349-358)

"ศูนย์สำนักงานแห่งโรม" (มาตรา 360-361) >>