Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 2 ประชากรของพระเจ้า

หมวด 2 สำนักสังฆมณฑล

มาตรา 469 สำนักสังฆมณฑลประกอบด้วยองค์กรและบุคคลที่ช่วยพระสังฆราชในการปกครองสังฆมณฑลทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการกำหนดแนวทางการอภิบาลการจัดการการบริหารสังฆมณฑล และการใช้อำนาจตุลาการ

มาตรา 470 พระสังฆราชสังฆมณฑล แต่งตั้งบุคคลผู้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ในสำนักสังฆมณฑล

มาตรา 471 ทุกคนที่ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ต่างๆในสำนักต้อง

    1. สัญญาที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างสัตย์ซื่อ ตามกฎเกณฑ์ที่กฎหมายหรือพระสังฆราชกำหนดไว้

    2. รักษาความลับไว้ในขอบเขต และตามรูปแบบที่กฎหมายหรือพระสังฆราชกำหนดไว้

มาตรา 472 เกี่ยวกับคดีและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตุลาการในสำนักต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในบรรพ ที่ว่าด้วยกระบวนการพิจารณาคดีส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารสังฆมณฑล ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตราต่อไปนี้

มาตรา 473 วรรค 1 พระสังฆราชสังฆมณฑลต้องเอาใจใส่ดูแลให้ทุกๆเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทั่ว    สังฆมณฑลได้มีการประสานและการจัดการอย่างเหมาะสมในลักษณะที่จะเป็นประโยชน์ที่สุดต่อประชากรของพระเป็นเจ้าที่ท่านได้รับมอบหมาย

วรรค 2 เป็นความรับผิดชอบของพระสังฆราชสังฆมณฑลเองที่จะประสานงานด้านอภิบาลของบรรดาอุปสังฆราช หรือบรรดาผู้ช่วยพระสังฆราชที่ใดก็ตาม ที่ท่านเห็นเหมาะสมท่านก็สามารถแต่งตั้งผู้ประสานงานสำนักซึ่งต้องเป็นพระสงฆ์ เขามีหน้าที่ปฏิบัติงานภายใต้อำนาจของพระสังฆราชในการประสานงานที่เกี่ยวกับการบริหาร และเช่นเดียวกันเขายังต้องเอาใจใส่ให้บุคคลอื่นที่ทำหน้าที่ในสำนักให้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างถูกต้อง

วรรค 3 ให้ตั้งอุปสังฆราชหรือหากมีอุปสังฆราชหลายองค์ก็ตั้งองค์หนึ่งเป็นผู้ประสานงานสำนักเว้นไว้แต่ว่าพระสังฆราชวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น ตามสภาพท้องถิ่น

วรรค 4 ที่ใดที่พระสังฆราชวินิจฉัยเห็นว่าจะส่งเสริมงานด้านอภิบาลได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้นท่านก็สามารถแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาอันประกอบด้วยบรรดาอุปสังฆราชและผู้ช่วยพระสังฆราช

มาตรา 474 เอกสารต่างๆ ของสำนัก ซึ่งโดยธรรมชาติของมันมีผลตามกฎหมายต้องมีลายมือชื่อของผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจที่ออกเอกสารนั้น เช่นเดียวกันต้องมีลายมือชื่อเลขาธิการ (chancellor) หรือนิติกรณ์ (notary) ของสำนักด้วย เลขาธิการมีหน้าที่ต้องแจ้งผู้ประสานงานสำนักทราบเกี่ยวกับเอกสารเหล่านั้น

book

"สำนักสังฆมณฑล" (มาตรา 469-474)

"อุปสังฆราช และ ผู้ช่วยพระสังฆราช" (มาตรา 475-481) >>