ส่วน 2 เลขาธิการ นิติกรณ์ และที่เก็บเอกสาร
มาตรา 482 วรรค 1 ในทุกสำนักฯ ให้มีการแต่งตั้งเลขาธิการ (chancellor) ซึ่งมีงานหลักคือจัดทำเอกสาร และเก็บเอกสาร ไว้ในที่เก็บเอกสารของสำนักฯ เว้นไว้แต่ว่ากฎหมายเฉพาะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
วรรค 2 ถ้าเห็นว่าจำเป็น เลขาธิการก็สามารถมีผู้ช่วยได้ โดยมีตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการ
วรรค 3 เลขาธิการ และรองเลขาธิการเป็นนิติกรณ์ (notary) และเลขานุการของสำนักฯโดยอัตโนมัติ
มาตรา 483 วรรค 1 นอกจากเลขาธิการแล้ว ยังสามารถแต่งตั้งนิติกรณ์อื่นๆ ได้อีก ซึ่งการบันทึกหรือลายมือชื่อของเขา ทำให้เอกสารที่ออกไป เป็นที่เชื่อถือได้สำหรับทุกเอกสารด้านตุลาการเท่านั้น หรือเอกสารที่เกี่ยวกับบางกรณีหรือบางเรื่องเท่านั้น
วรรค 2 เลขาธิการและนิติกรณ์ต้องเป็นผู้มีชื่อเสียงไม่ด่างพร้อย และปราศจากข้อครหาใดๆ ในกรณีที่เสี่ยงต่อชื่อเสียงของพระสงฆ์ นิติกรณ์ต้องเป็นพระสงฆ์
มาตรา 484 หน้าที่ของนิติกรณ์ได้แก่
1. บันทึกรายงานและเอกสารเกี่ยวกับกฤษฎีกา กฎระเบียบ ข้อสัญญา และเรื่องอื่นๆ ที่เรียกร้องการเกี่ยวข้องของเขา
2. บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยความซื่อสัตย์ และลงลายมือชื่อพร้อมกับระบุสถานที่ วัน เดือน และปีไว้ด้วย
3. ปฏิบัติตามระเบียบการ แสดงข้อบันทึกหรือเอกสารจากแฟ้มเอกสาร แก่ผู้ร้องขออย่างถูกต้อง พร้อมรับรองว่าสำเนาตรงกับต้นฉบับ
มาตรา 485 พระสังฆราชสังฆมณฑลปลดเลขาธิการ และนิติกรณ์ออกจากตำแหน่งหน้าที่ได้อย่างอิสระ แต่ผู้รักษาการณ์สังฆมณฑลไม่สามารถทำได้ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะที่ปรึกษา
มาตรา 486 วรรค 1 ต้องเก็บเอกสารทั้งหมดของสังฆมณฑล และของวัดอย่างระมัดระวังที่สุด
วรรค 2 แต่ละสำนักฯต้องจัดให้มีที่หรือห้องเก็บเอกสารสังฆมณฑลในสถานที่ปลอดภัย สำหรับเก็บเอกสารและบันทึกต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องฝ่ายจิตและฝ่ายวัตถุของสังฆมณฑล โดยจัดเอกสารต่างๆ เหล่านั้นให้เป็นระเบียบและเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัย
วรรค 3 ให้จัดทำบัญชีเอกสารที่เก็บไว้ในที่เก็บเอกสารพร้อมสรุปย่อของเอกสารแต่ละฉบับ
มาตรา 487 วรรค 1 ที่เก็บเอกสารต้องใส่กุญแจ พระสังฆราขและเลขาธิการเท่านั้นที่มีกุญแจไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปในห้องนั้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพระสังฆราช หรือผู้ประสานงานของสำนักฯและเลขาธิการพร้อมกันทั้งสองคน
วรรค 2 เป็นสิทธิของผู้เกี่ยวข้องที่จะขอรับสำเนาคัดจากทางการหรือสำเนาถ่ายเอกสารต่างๆ ซึ่งมีลักษณะเปิดเผยได้และที่เกี่ยวกับสถานภาพของบุคคลเหล่านั้นไม่ว่าด้วยตนเอง หรือโดยตัวแทน (proxy)
มาตรา 488 ไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายเอกสารต่างๆ จากห้องเก็บเอกสาร เว้นไว้แต่ในเวลาอันสั้นเท่านั้น และโดยการยินยอมจากพระสังฆราช หรือจาผู้ประสานงานและเลขาธิการของสำนักฯ พร้อมกันทั้งสองคน
มาตรา 489 วรรค 1 ให้มีห้องเก็บเอกสารลับในสำนักสังฆมณฑล หรืออย่างน้อยให้มีตู้นิรภัย หรือกล่องเก็บเอกสาร ในห้องเก็บเอกสารธรรมดา ตู้นิรภัยหรือกล่องเก็บเอกสารต้องปิดและใส่กุญแจอย่างแน่นหนา ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายจากที่ได้ ให้เก็บเอกสารที่ต้องเก็บเป็นความลับในตู้เอกสารนี้ อย่างปลอดภัยที่สุด
วรรค 2 ทุกปีต้องทำงายเอกสารคดีอาญาในเรื่องศีลธรรม เมื่ออาชญากรเสียชีวิตแล้ว หรือเมื่อคดีพิพากษาลงโทษผ่านไป 10 ปีแล้วแต่ต้องเก็บเรื่องราวคดีในลักษณะสรุปพร้อมกับคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล
มาตรา 490 วรรค 1 พระสังฆราชเท่านั้นที่ถือกุญแจห้องเก็บเอกสารลับได้
วรรค 2 เมื่อตำแหน่งพระสังฆราชว่างลง ต้องไม่เปิดห้องเอกสารลับหรือตู้นิรภัย ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นจริงๆ โดยให้ผู้รักษาการสังฆมณฑลเปิดด้วยตนเอง
วรรค 3 ต้องไม่เคลื่อนย้ายเอกสารจากห้องเก็บเอกสารลับหรือจากตู้นิรภัย
มาตรา 491 วรรค 1 พระสังฆราชสังฆมณฑลต้องเอาใจใส่ให้ข้อบันทึกและเอกสารที่อยู่ในตู้เอกสารของอาสนวิหาร วัดกลุ่มสงฆ์ วัดปกครอง และวัดอื่นๆ ในอาณาเขตของท่าน ได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดี ท่านต้องเอาใจใส่ทำบัญชีรายการ หรือรายชื่อเอกสารต่างๆ ขึ้นสองชุด ชุดหนึ่งเก็บไว้ที่ห้องเอกสารของวัด และอีกชุดหนึ่งเก้บไว้ที่ห้องเก็บเอกสารของสังฆมณฑล
วรรค 2 พระสังฆราชสังฆมณฑลต้องเอาใจใส่ให้มีที่เก็บเอกสารประวัติศาสตร์ในสังฆมณฑล ในที่เก็บเอกสารนี้ให้เก็บเอกสารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อย่างเอาใจใส่และจัดไว้อย่างเป็นระบบ
วรรค 3 ในการค้นดูหรือเคลื่อนย้ายข้อบันทึก และเอกสารต่างๆ ที่กล่าวไว้ในวรรค 1 และ 2 ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่พระสังฆราชสังฆมณฑลกำหนดขึ้น
