ส่วน 3 คณะที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินและเจ้าหน้าที่ทรัพย์สิน
มาตรา 492 วรรค 1 ให้พระสังฆราชตั้งคณะที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินขึ้นในแต่ละสังฆมณฑล โดยมีตัวท่านเองหรือผู้แทนทำหน้าที่เป็นประธาน และคณะที่ปรึกษาที่ต้องประกอบด้วยคริสตชนอย่างน้อย 1 ท่านที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและด้านกฎหมายบ้านเมือง ทั้งเป็นผู้มีคุณธรรมโดดเด่น และได้รับการแต่งตั้งจากพระสังฆราช
วรรค 2 สมาชิกคณะที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินต้องได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในวาระ 5 ปี แต่เมื่อครบวาระแล้ว อาจได้รับการแต่งตั้งได้อีก 5 ปี
วรรค 3 ผู้ที่มีความสัมพันธ์กับพระสังฆราชทางสายโลหิตหรือทางสังคญาติจนถึงขั้น 4 ห้ามอยู่ในคณะที่ปรึกษาด้านทรัพย์สิน
มาตรา 493 นอกจากหน้าที่ที่กำหนดไว้ในบรรพ 5 ว่าด้วยเรื่อง “ทรัพย์สินของพระศาสนจักร” คณะที่ปรึกษาทรัพย์สิน ต้องจัดทำงบประมาณรายรับและรายจ่ายทุกปี ตามนโยบายพระสังฆราชสังฆมณฑล พร้อมกับคาดการณ์ล่วงหน้าถึงการใช้จ่าย สำหรับบริหารสังฆมณฑลทั้งหมดในปีถัดไปด้วย นอกนั้น เมื่อสิ้นปี ต้องตรวจสอบรายงานรายรับรายจ่ายอีกด้วย
มาตรา 494 วรรค 1 ในแต่ละสังฆมณฑล หลังจากฟังคณะที่ปรึกษา และคณะที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินแล้ว พระสังฆราชต้องแต่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สิน ซึ่งมความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจการเงิน และเป็นผู้โดดเด่นทีเดียวด้านความซื่อสัตย์
วรรค 2 ผู้จัดการทรัพย์สินต้องได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในวาระ 5 ปี แต่เมื่ออยู่ครบวาระ 5 ปีแล้ว อาจได้รับการแต่งตั้งได้อีก 5 ปี ระหว่างที่อยู่ในวาระผู้จัดการทรัพย์สินต้องไม่ถูกถอดถอน เว้นแต่มีเหตุผลสำคัญ โดยให้พระสังฆราชเป็นผู้วินิจฉัย หลังจากได้รับฟังคณะที่ปรึกษาและคณะที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินแล้ว
วรรค 3 เป็นหน้าที่ของผู้จัดการทรัพย์สินที่จะบริหารทรัพย์สินของสังฆมณฑล ภายใต้อำนาจของพระสังฆราชตามงบประมาณที่คณะที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินกำหนดไว้ ผู้จัดการทรัพสินต้องจัดให้รายรับสังฆมณฑลมีพอสำหรับรายจ่ายซึ่งได้รับอนุมัติโดยถูกต้องจากพระสังฆราชหรือจากผู้อื่นที่ได้รับมอบหมายจากพระสังฆราช
วรรค 4 เมื่อถึงสิ้นปี ผู้จัดการทรัพย์สินต้องรายงานรายรับ รายจ่ายแก่คณะที่ปรึกษาด้านทรัพย์สิน
