หมวด 4 คณะสมณะภาวนา
มาตรา 503 คณะสมณะภาวนา ไม่ว่าจะเป็นคณะอาสนวิหารหรือของคณะกลุ่มสงฆ์เป็นคณะสงฆ์ที่มีหน้าที่รับผิดชอบประกอบพิธีกรรมอย่างสง่ายิ่งในอาสนวิหารหรือในวัดกลุ่มสงฆ์ ยิ่งกว่านั้นคณะสงฆ์ประจำอาสนวิหารต้องกำหนดโครงสร้างของคณะและจำนวนสมาชิก กำหนดว่าคณะต้องทำอะไร และสมาชิกแต่ละคนต้องทำอะไรในการประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์และในการให้ศาสนบริการ กำหนดตารางเวลาการประชุม ซึ่งในการประชุมนี้คณะสมณะปรึกษาหารือเกี่ยวกับกิจการที่ต้องดูแลและโดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดของกฎหมายสากล ต้องกำหนดเงื่อนไขที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการนั้นมีผลและชอบด้วยกฎหมาย
วรรค 2 ธรรมนูญต้องกำหนดสัญลักษณ์ของสมาชิกและค่าตอบแทนทั้งที่ประจำและในโอกาสที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยโดยต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ตราขึ้นโดยสันตะสำนัก
มาตรา 507 วรรค 1 ต้องให้สมาชิกคนหนึ่งเป็นประธานของคณะสมณะและต้องแต่งตั้งหน้าที่อื่นๆ ตามกฎเกณฑ์ของธรรมนูญโดยคำนึงถึงประเพณีที่ปฏิบัติกันอยู่ในท้องถิ่นนั้นด้วย
วรรค 2 สมณะที่ไม่เป็นสมาชิกของคณะสมณะก็สามารถรับมอบหน้าที่อื่นๆ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือสมาชิกของคณะตามกฎเกณฑ์ของธรรมนูญ
มาตรา 508 วรรค 1 สมาชิกผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านอภัยโทษทั้งของอาสนวิหารและของวัดกลุ่มสงฆ์ มีอำนาจปฏิบัติปกติโดยหน้าที่ในการให้อภัย ในขอบเขตภายในของศีลศักดิ์สิทธิ์แก่ผู้ที่ต้องโทษทันทีตามกฎหมาย (latae sententiae) ที่มิได้ประกาศและที่มิได้สงวนไว้แก่สันตะสำนัก อำนาจนี้ไม่สามารถมอบต่อให้แก่ผู้อื่นแต่สามารถให้อภัยแม้แก่คนต่างสังฆมณฑลที่อยู่ในสังฆมณฑลและให้อภัยแก่คนของสังฆมณฑลที่อยู่นอกสังฆมณฑล
วรรค 2 ที่ซึ่งไม่มีคณะสมณะพระสังฆราชสังฆมณฑลต้องแต่งตั้งพระ-สงฆ์องค์หนึ่งเพื่อทำหน้าที่เดียวกันนี้
มาตรา 509 วรรค 1 เป็นหน้าที่พระสังฆราชสังฆมณฑลแต่ไม่ใช่หน้าที่ผู้รักษาการสังฆมณฑล หลังจากได้รับฟังจากคณะสมณะแล้วที่จะมอบสมาชิกภาพของคณะสมณะแก่แต่ละบุคคล และแก่ทุกคนเป็นรายบุคคลไม่ว่าของอาสนวิหารหรือของวัดกลุ่มสงฆ์ โดยยกเลิกอภิสิทธิ์ตรงข้ามทั้งหมดเป็นหน้าที่ของพระสังฆราชองค์เดียวกันที่จะรับรองผู้ที่ได้รับเลือกเป็นประธานจากคณะสมณะ
วรรค 2 พระสังฆราชสังฆมณฑลต้องมอบสมาชิกภาพของคณะสมณะแก่พระสงฆ์ที่โดดเด่นด้านคำสอน และด้านความครบครันของชีวิตและเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ศาสนบริการอย่างน่าสรรเสริญแล้วเท่านั้น
มาตรา 510 วรรค 1 วัดปกครองไม่รวมอยู่กับคณะสมณะภาวนาอีกต่อไป ส่วนวัดปกครองที่รวมอยู่กับคณะสมณะคณะใดคณะหนึ่ง ต้องแยกออกจากคณะสมณะนั้นโดยพระสังฆราชสังฆมณฑล
วรรค 2 ในวัดที่เป็นวัดปกครองและเป็นวัดของคณะสมณะภาวนา ในเวลาเดียวกันจะต้องตั้งเจ้าอาวาสองค์หนึ่งไม่ว่าจะได้รับเลือกจากสมาชิกของคณะหรือไม่ก็ตาม เจ้าอาวาสผู้นี้มีพันธะต้องทำหน้าที่ทุกอย่างและมีสิทธิและอำนาจปฏิบัติทั้งหมดซึ่งเป็นของเจ้าอาวาสโดยเฉพาะตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย
วรรค 3 เป็นหน้าที่ของพระสังฆราชสังฆมณฑลที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ที่แจ้งชัดซึ่งช่วยให้หน้าที่อภิบาลของเจ้าอาวาสประสานกลมกลืนกับหน้าที่ความรับผิดชอบเฉพาะของคณะสมณะอย่างเหมาะสมกฎเกณฑ์เหล่านี้ต้องป้องกันมิให้หน้าที่ของเจ้าอาวาสและหน้าที่ของคณะสมณะเป็นอุปสรรคต่อกันและกัน หากเกิดการขัดแย้งใดๆ ขึ้นพระสังฆราชสังฆมณฑลต้องยุติความขัดแย้งนั้นความสนใจอันดับแรกของพระสังฆราชคือเอาใจใส่ให้สัตบุรุษได้รับการอภิบาลอย่างเหมาะสม
วรรค 4 ทานที่บริจาคให้วัด ที่เป็นวัดปกครอง และเป็นวัดของคณะสมณะในเวลาเดียวกันให้ถือว่า ทานนั้นบริจาคให้แก่วัดปกครองเว้นไว้แต่ว่าปรากฎเป็นอย่างอื่นอย่างชัดแจ้ง
