ภาค 3 สถาบันชีวิตที่ถวายแล้ว และคณะชีวิตแพร่ธรรม
ตอน 1 สถาบันชีวิตที่ถวายแล้ว
ลักษณะ 1 กฎเกณฑ์สำหรับสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วทุกสถาบัน
มาตรา 573 วรรค 1 ชีวิตที่ถวายแล้วโดยการปฏิญาณตนที่จะดำเนินชีวิตตามคำแนะนำแห่งพระวรสารเป็นรูปแบบของการดำเนินชีวิตที่มั่นคง ซึ่งโดยการดำเนินชีวิตแบบนี้คริสตชนผู้ซึ่งติดตามพระคริสตเจ้าอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นภายใต้การทำงานของพระจิตอุทิศตนทั้งครบแด่พระเจ้าซึ่งเป็นผู้ที่ตนรักสูงสุดเพื่อว่าเมื่อได้ถวายตนเองตามรูปแบบใหม่และพิเศษเพื่อพระเกียรติของพระองค์เพื่อการเสริมสร้างพระศาสนจักรและความรอดของโลกแล้วเขาจะได้มุ่งสู่ความครบครันแห่งความรักในการรับใช้พระอาณาจักรของพระเจ้าและเมื่อได้กลายเป็นเครื่องหมายอันโดดเด่นในพระศาสนจักรแล้วเขาก็ประกาศให้เห็นถึงพระเกียรติมงคลแห่งสวรรค์
วรรค 2 คริสตชนที่ปฏิญาณตนปฏิบัติตามคำแนะนำแห่งพระวรสารในการถือความบริสุทธิ์ ความยากจน และความนอบน้อมเชื่อฟังโดยคำปฏิญาณหรือโดยพันธะศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ตามกฎข้อบังคับเฉพาะของสถาบันคริสตชนเหล่านี้รับเอาแบบการดำเนินชีวิตดังกล่าวอย่างอิสระในสถาบันชีวิตที่ถวายแล้ว ซึ่งก่อตั้งขึ้นเป็นทางการโดยอำนาจที่ถูกต้องของพระศาสนจักรคริสตชนดังกล่าวโดยอาศัยคุณธรรมความรักอันเนื่องมาจากการถือตามคำแนะนำแห่งพระวรสาร ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสนจักรและรหัสธรรมของพระศาสนจักรในรูปแบบพิเศษ
มาตรา 574 วรรค 1 สถานภาพของบุคคลผู้ซึ่งปฏิญาณตนตามคำแนะนำแห่งพระวรสารในสถาบันประเภทนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและความศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักรและเพราะเหตุนี้จึงต้องได้รับการฟูมฟัก และส่งเสริมจากทุกคนในพระศาสนจักร
วรรค 2 คริสตชนบางคนได้รับเรียกอย่างพิเศษจากพระเป็นเจ้ามาสู่สถานภาพนี้ เพื่อรับพระพรพิเศษในชีวิตของพระศาสนจักร และเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่พันธกิจที่นำความรอดของพระศาสนจักรตามจุดประสงค์และจิตตารมณ์ของสถาบัน
มาตรา 575 คำแนะนำแห่งพระวรสาร อันมีพื้นฐานอยู่ที่คำสั่งสอนและแบบฉบับของพระคริสตเจ้าพระอาจารย์เป็นพรพระเจ้าที่พระศาสนจักรได้รับมาจากพระเป็นเจ้าและรักษาไว้ให้คงอยู่เสมอไป โดยอาศัยพระหรรษทานของพระองค์
มาตรา 576 เป็นสิทธิ์ของผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจในพระศาสนจักรที่จะตีความหมายคำแนะนำแห่งพระวรสาร ออกกฎหมาย ควบคุมการปฏิบัติและจากกฎหมายนั้นก่อตั้งรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มั่นคงโดยการรับรองอย่างเป็นทางการ และเช่นเดียวกัน ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจในส่วนของตนมีหน้าที่สอดส่องดูแลให้สถาบันเหล่านั้นเจริญและรุ่งเรืองตามจิตตารมณ์ของผู้ก่อตั้งและประเพณีอันดีงาม
มาตรา 577 ในพระศาสนจักรมีสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วอยู่มากมายซึ่งมีพระพรที่แตกต่างกันตามพระหรรษทานที่พระประทานให้เหตุว่าสถาบันเหล่านี้ติดตามพระคริสตเจ้าอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นขณะที่พระองค์ทรงภาวนาก็ดีประกาศอาณาจักรพระเจ้าก็ดี ปฏิบัติงานแผ่เมตตาก็ดีร่วมชีวิตกับมวลมนุษย์โลกก็ดีซึ่งทั้งหมดนี้พระองค์ทรงกระทำตามน้ำพระทัยพระบิดาเจ้าเสมอ
มาตรา 578 ความคิด และจุดมุ่งหมายของผู้ก่อตั้งซึ่งผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจในพระศาสนจักรได้รับรอง เกี่ยวกับธรรมชาติ จุดหมายจิตตารมณ์ และลักษณะเฉพาะของสถาบันรวมทั้งประเพณีอันดีงามซึ่งทั้งหมดประมวลกันเข้าเป็นมรดกตกทอดของสถาบันนั้นเองเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงรักษาไว้อย่างสัตย์ซื่อ
มาตรา 579 พระสังฆราชสังฆมณฑลในแต่ละเขตปกครองของตนสามารถก่อตั้งสถาบันชีวิตที่ถวายแล้ว ด้วยกฤษฎีกาที่เป็นทางการเพียงแต่ว่าต้องปรึกษาหารือกับสันตะสำนักก่อน
มาตรา 580 การรวมตัวกันของสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วสถาบันหนึ่งกับอีกสถาบันหนึ่งสงวนไว้ให้แก่ผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจของสถาบันที่รับเข้าโดยรักษาไว้ซึ่งสิทธิในการปกครองตนเองตามกฎหมายของสถาบันที่เข้ามารวม
มาตรา 581 การแบ่งสถาบันออกเป็นภาคๆ ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอย่างไรหรือก่อตั้งภาคใหม่ๆ ขึ้น หรือรวมภาคที่ตั้งขึ้นแล้ว หรือกำหนดขอบเขตใหม่ทั้งหมดนี้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจของสถาบันตามกฎเกณฑ์ของธรรมนูญ
มาตรา 582 การหลอมตัวและการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันของสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วเป็นอำนาจที่สงวนไว้สำหรับสันตะสำนักเท่านั้นการรวมตัวเป็นสมาพันธ์และสหพันธ์ก็เป็นอำนาจที่สงวนไว้สำหรับสันตะสำนักด้วย
มาตรา 583 การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในสถาบันชีวิตที่ถวายแล้ว อันจะกระทบถึงสิ่งต่างๆที่ได้รับอนุมัติจากสันตะสำนักแล้วจะกระทำมิได้โดยปราศจากการอนุญาตของสันตะสำนัก
มาตรา 584 การยุบสถาบันใดๆ เป็นอำนาจของสันตะสำนักเท่านั้น เช่นเดียวกันการกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับทรัพย์สินของสถาบันก็สงวนไว้สำหรับสันตะสำนักด้วย
มาตรา 585 การยุบบางส่วนของสถาบันเป็นอำนาจของผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจของสถาบันนั้นเอง
มาตรา 586 วรรค 1 เป็นที่รับรู้ว่าแต่ละสถาบันมีความเป็นเอกเทศโดยชอบธรรมในการดำเนินชีวิตโดยเฉพาะในด้านการปกครอง ซึ่งอาศัยความเป็นเอกเทศนี้ สถาบันต่างๆ มีระเบียบวินัยของตนในพระศาสนจักรและสามารถรักษามรดกตกทอดของตนไว้ได้อย่างครบถ้วน ดังระบุไว้ในมาตรา 578
วรรค 2 เป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นที่จะรักษา และป้องกันความเป็นเอกเทศนี้
มาตรา 587 วรรค 1 เพื่อปกป้องกระแสเรียกเฉพาะ และเอกลักษณ์ของแต่ละสถาบันอย่างซื่อสัตย์ยิ่งขึ้น นอกจากสิ่งที่ต้องปฏิบัติที่ระบุไว้ในมาตรา 578 ประมวลกฎหมายขั้นพื้นฐานหรือธรรมนูญของสถาบันใดไม่ว่าต้องบรรจุกฎเกณฑ์ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการปกครองของสถาบัน และระเบียบวินัยของสมาชิกเกี่ยวกับการรับและการอบรมสมาชิกรวมทั้งเป้าหมายเฉพาะของพันธะศักดิ์สิทธิ์ด้วย
วรรค 2 ประมวลกฎหมายชนิดนี้ รับการรับรองโดยผู้ทรงอำนาจในพระศาสนจักรและเปลี่ยนแปลงได้ก็ต่อเมื่อได้รับการยินยอมจากผู้ทรงอำนาจเดียวกันนั้น
วรรค 3 ในประมวลกฎหมายนี้สารัตถะทางด้านวิญญาณและด้านกฎหมายต้องผสมผสานกันอย่างกลมกลืนอย่างไรก็ดีต้องไม่เพิ่มกฎเกณฑ์ใดๆ โดยไม่จำเป็น
วรรค 4 กฎเกณฑ์อื่นๆ ที่ออกโดยผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจของสถาบันต้องรวบรวมไว้ในประมวลกฎหมายอื่นอย่างเหมาะสมอย่างไรก็ตามประมวลกฎหมายนี้สามารถนำมาทบทวน และประยุกต์อย่างเหมาะสมตามความจำเป็นของสถานที่และเวลา
มาตรา 588 วรรค 1 สถานภาพของชีวิตที่ถวายแล้ว โดยธรรมชาติแท้ไม่มีลักษณะเป็นสมณะหรือฆราวาส
วรรค 2 สถาบันสมณะคือสถาบันที่โดยเหตุผลของจุดหมายหรือจุดประสงค์ของผู้ตั้งคณะหรือโดยประเพณีอันชอบอยู่ภายใต้การปกครองของสมณะ ปฏิบัติหน้าที่แห่งศีลบรรพชาและได้รับการรับรู้ให้เป็นสถาบันเช่นนั้นจากผู้มีอำนาจของพระศาสนจักร
วรรค 3 สถาบันที่เรียกว่าสถาบันฆราวาสคือสถาบันที่ได้รับการรับรองให้เป็นเช่นนี้จากผู้มีอำนาจของพระศาสนจักร สถาบันดังกล่าวโดยธรรมชาติ ลักษณะและจุดประสงค์มีหน้าที่เฉพาะที่กำหนดโดยผู้ก่อตั้งหรือโดยประเพณีอันชอบโดยไม่รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของศีลบรรพชา
มาตรา 589 สถาบันชีวิตที่ถวายแล้วเรียกว่าสถาบันสิทธิของสันตะสำนักถ้าได้รับการก่อตั้งโดยสันตะสำนักหรือรับรองโดยกฤษฎีกาทางการของสันตะสำนักส่วนสถาบันที่เรียกว่าสิทธิสังฆมณฑลถ้าเมื่อได้รับการก่อตั้งโดยพระสังฆราชสังฆมณฑลแล้วไม่ได้รับกฤษฎีการับรองเป็นทางการจากสันตะสำนัก
มาตรา 590 วรรค 1 สถาบันชีวิตที่ถวายแล้วในฐานะที่อุทิศตนเป็นพิเศษในการรับใช้พระเป็นเจ้าและพระศาสนจักรทั้งครบ อยู่ภายใต้อำนาจสูงสุดของพระศาสนจักรเดียวกันในลักษณะพิเศษ
วรรค 2 สมาชิกแต่ละคน จำต้องนบนอบต่อองค์สมเด็จพระสันตะปาปา ในฐานะที่พระองค์ที่พระองค์ทรงเป็นผู้ใหญ่สูงสุดของเขา ทั้งนี้เพราะพันธะอันศักดิ์สิทธิ์แห่งความนอบน้อมเชื่อฟังด้วย
มาตรา 591 เพื่อการจัดการที่ดีกว่าเกี่ยวกับความดีของสถาบันและความต้องการในงานแพร่ธรรม พระสันตะปาปในฐานะพระองค์เป็นประมุขของพระศาสนจักรสากล และโดยเห็นแก่ความดีส่วนรวม พระองค์สามารถยกสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วออกจากอำนาจปกครองของผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่น และให้ขึ้นตรงต่อพระองค์เองเท่านั้น หรือต่อผู้มีอำนาจอื่นในพระศาสนจักร
มาตรา 592 วรรค 1เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันกับสันตะสำนักให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นมหาธิการแต่ละท่านต้องส่งรายงานสั้นๆเกี่ยวกับสถานภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของสถาบัน ต่อสันตะสำนักตามวิธีและในเวลาที่สันตะสำนักกำหนด
วรรค 2 อธิการของแต่ละสถาบันต้องส่งเสริมให้มีความรู้เกี่ยวกับเอกสารของพระสันตะสำนักที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกในความดูแลของท่าน และเอาใจใส่ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในเอกสารเหล่านั้น
มาตรา 593 สถาบันสิทธิสันตะสำนักต้องอยู่ภายใต้อำนาจของสันตะสำนักโดยตรงและแต่ผู้เดียวในด้านการปกครองภายใน และระเบียบวินัยของสถาบัน โดยคงไว้ซึ่งมาตรา 586
มาตรา 594 สถาบันสิทธิสังฆมณฑล คงอยู่ภายใต้การดูแลพิเศษของพระสังฆราชสังฆมณฑล โดยคงไว้ซึ่งมาตรา 586
มาตรา 595 วรรค 1 การรับรองธรรมนูญและการเปลี่ยนแปลงโดยชอบใดๆในธรรมนูญเป็นหน้าที่ของพระสังฆราชของสถานที่ ซึ่งบ้านศูนย์กลางของสถาบันตั้งอยู่ยกเว้นในเรื่องที่สันตะสำนักยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องท่านยังมีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับเรื่องที่มีความสำคัญมากที่เกี่ยวกับสถาบันทั้งหมด และที่เกินอำนาจภายในของสถาบัน หากสถาบันกระจายไปอยู่ในหลายสังฆมณฑลท่านจัดการเช่นนั้นหลังจากได้ปรึกษาหารือกับพระสังฆราชสังฆมณฑลอื่นๆ แล้ว
วรรค 2 พระสังฆราชสังฆมณฑลสามารถอนุมัติการยกเว้นจากธรรมนูญในกรณีเฉพาะต่างๆ
มาตรา 596 วรรค 1 บรรดาอธิการ และสมัชชาของสถาบัน มีอำนาจเหนือสมาชิกตามที่มีกำหนดไว้ในกฎหมายสากลและธรรมนูญของสถาบันกำหนดไว้
วรรค 2 ยิ่งกว่านั้นในสถาบันนักพรตสมณะสิทธิสันตะสำนัก พวกเขามีอำนาจปกครองฝ่ายพระศาสนจักรทั้งในเรื่องขอบเขตภายนอกและภายใน
วรรค 3 ข้อกำหนดแห่งมาตรา 131 , 133 และ 137–144 นำมาใช้ได้กับอำนาจที่กล่าวถึงในวรรค 1
มาตรา 597 วรรค 1 คาทอลิกคนใดก็ตามที่มีเจตนาเที่ยงตรงมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายสากล และกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้ และไม่มีอุปสรรคใดๆ ขัดขวาง สามารถรับเป็นสมาชิกของสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วได้
วรรค 2 ไม่มีผู้ใดสามารถถูกรับเป็นสมาชิกได้โดยไม่มีการเตรียมตัวอย่างเหมาะสมก่อน
มาตรา 598 วรรค 1แต่ละสถาบันจะต้องกำหนดวิธีปฏิบัติในการดำรงชีวิตตามคำแนะนำแห่งพระวรสารในเรื่องความบริสุทธิ์ความยากจน และความนอบน้อมเชื่อฟังไว้ในธรรมนูญของตนโดยคำนึงถึงลักษณะเฉพาะ และจุดหมายของสถาบัน
วรรค 2 สมาชิกทุกคนต้องไม่เพียงแต่ปฏิบัติตามคำแนะนำแห่งพระวรสารอย่างซื่อสัตย์และอย่างครบถ้วนเท่านั้นแต่ยังต้องเจริญชีวิตตามกฎหมายเฉพาะของสถาบันและดังนี้ต้องมุ่งสู่ความครบครันแห่งสถานภาพของตน
มาตรา 599 คำแนะนำแห่งพระวรสารให้ถือความบริสุทธิ์เพราะเห็นแก่พระอาณาจักรแห่งสวรรค์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของโลกหน้าและเป็นบ่อเกิดของผลที่สมบูรณ์กว่าในดวงใจที่ไม่แบ่งแยกนำมาซึ่งพันธะในการควบคุมตนเองอย่างครบครันในชีวิตโสด
มาตรา 600 คำแนะนำแห่งพระวรสารให้ถือความยากจน ตามแบบฉบับขององค์พระ-คริสต์ผู้ซึ่งแม้ทรงเป็นผู้มั่งคั่ง แต่ทรงทำองค์เป็นผู้ขัดสนเพราะเห็นแก่เรานอกจากการดำเนินชีวิตยากจนในความเป็นจริงและในจิตใจยังต้องดำเนินชีวิตแห่งการงานอย่างรู้จักประมาณตน และไม่ผูกพันกับทรัพย์สมบัติฝ่ายโลก ต้องขึ้นกับผู้ใหญ่และมีขีดจำกัดในการใช้ และจัดการทรัพย์สินตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายเฉพาะของแต่ละสถาบัน
มาตรา 601 คำแนะนำแห่งพระวรสารให้ถือความนอบน้อมเชื่อฟังซึ่งยอมรับจิตตา-รมณ์แห่งความเชื่อและความรักในการติดตามพระคริสต์ผู้ทรงนอบน้อมจนกระทั่งความตายเรียกร้องให้ยอมมอบน้ำใจของตนแก่ผู้ใหญ่ที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งทำหน้าที่แทนพระเป็นเจ้า เมื่อออกคำสั่งตามธรรมนูญเฉพาะของสถาบัน
มาตรา 602 ชีวิตภราดรภาพตามรูปแบบเฉพาะของแต่ละสถาบันซึ่งสมาชิกทุกคนรวมเป็นหนึ่งเดียวเสมือนเป็นครอบครัวพิเศษในองค์พระคริสตเจ้า ให้กำหนดรูปแบบที่อำนวยให้ทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการดำเนินชีวิตตามกระแสเรียกของตน ยิ่งกว่านั้นโดยความสนิทสัมพันธ์กันฉันพี่น้อง ซึ่งหยั่งรากและตั้งฐานบนความรักสมาชิกต้องเป็นตัวอย่างการคืนดีของสรรพสิ่งในองค์พระคริสต-เจ้า
มาตรา 603 วรรค 1 นอกจากสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วพระศาสนจักรยังยอมรับการดำเนินชีวิตแบบฤาษีหรือโดดเดี่ยวจากสังคมซึ่งคริสตชนอุทิศชีวิตของตน เพื่อสรรเสริญพระเป็นเจ้า และเพื่อความรอดของโลก โดยการดำเนินชีวิตแยกจากโลกอย่างเคร่งครัดขึ้นในความเงียบแห่งสันโดษ ทั้งในการภาวนาและการใช้โทษบาปอย่างไม่หยุดหย่อน
วรรค 2 ฤาษีได้รับการรับรู้ในกฎหมายในฐานะผู้อุทิศตนแด่พระเป็นเจ้าในชีวิตที่ถวายแล้ว หากว่าเขาประกาศตนอย่างเปิดเผยว่าจะถือตามคำแนะนำแห่งพระวรสารทั้งสามประการโดยการยืนยันด้วยปฏิญาณตนหรือด้วยพันธะศักดิ์สิทธิ์แบบอื่นในมือของพระสังฆราชสังฆ-มณฑล และปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินชีวิตของตน ภายใต้การนำของพระสังฆราช
มาตรา 604 วรรค 1 คล้ายกับรูปแบบชีวิตที่ถวายแล้ว ดังได้กล่าวมายังมีคณะพรหมจารีผู้ผูกมัดตนเองที่จะเจริญชีวิตตามแบบแผนอันศักดิ์สิทธิ์ในการติดตามพระคริสตเจ้าอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นพวกเขาได้รับการอภิเษกแด่พระเจ้าจากพระสังฆราชสังฆมณฑลตามจารีตพิธีกรรมที่ได้รับการรับรองพวกเขาถวายตนเป็นเจ้าสาวในรหัสธรรมแด่พระคริสต์บุตรพระเจ้าและอุทิศตนเพื่อรับใช้พระศาสนจักร
วรรค 2 เพื่อรักษาความตั้งใจอย่างซื่อสัตย์ยิ่งขึ้นและเพื่อรับใช้พระ-ศาสนจักรโดยการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในรูปแบบที่สอดคล้องกับสถานภาพของตน พรหมจารีเหล่านี้สามารถรวมตัวกันเป็นสมาคม
มาตรา 605 การรับรองรูปแบบใหม่ของชีวิตที่ถวายแล้วเป็นสิทธิที่สงวนไว้สำหรับสันตะสำนักเท่านั้นอย่างไรก็ดีพระสังฆราชสังฆมณฑลควรพยายามพิจารณาแยกแยะพระพรใหม่ของชีวิตที่ถวายแล้ว ที่พระจิตเจ้าประทานให้แก่พระศาสนจักร และควรจะช่วยสนันมนุนพวกเขา เพื่อว่าพวกเขาจะได้สามารถเสนอแผนการของพวกเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และปกป้องแผนการเหล่านั้นด้วยกฎระเบียบที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โดยใช้กฎเกณฑ์ทั่วไป ซึ่งบรรจุไว่ในส่วนนี้ของประมวลกฎหมาย
มาตรา 606 กฎเกณฑ์ใดๆที่ตั้งไว้เกี่ยวกับสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วและมวลสมาชิกของสถาบันเหล่านั้นใช้ได้กับสมาชิกทั้งชายและหญิงเท่าเทียมกันเว้นไว้แต่ว่าจะปรากฎเป็นอย่างอื่น จากบริบทของถ้อยคำหรือจากธรรมชาติของเนื้อเรื่อง
