หมวด 1 บ้านนักพรต การตั้ง และการยุบ
มาตรา 608 หมู่คณะนักพรตต้องอาศัยอยู่ในบ้านซึ่งตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้อำนาจของอธิการซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายแต่ละบ้านอย่างน้อยควรมีห้องภาวนา ซึ่งใช้ถวายบูชามิสซาและเก็บศีลมหาสนิทเพื่อเป็นศูนย์กลางของหมู่คณะอย่างแท้จริง
มาตรา 609 วรรค 1 บ้านของสถาบันนักพรตตั้งขึ้นโดยผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจตามธรรมนูญของสถาบันพร้อมกับได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากพระสังฆราชสังฆมณฑลก่อน
วรรค 2 เพื่อตั้งอารามนักพรตหญิง จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสันตะสำนักด้วย
มาตรา 610 วรรค 1 ในการตั้งบ้านนักพรตต้องคำนึงถึงประโยชน์ของพระศาสนจักรและของสถาบันรวมทั้งหลักประกันให้สมาชิกสามารถดำรงชีวิตนักพรตได้อย่างถูกต้องตามจุดมุ่งหมายและจิตตารมณ์เฉพาะของสถาบัน
วรรค 2 ต้องไม่ตั้งบ้านใดขึ้น เว้นแต่สามารถตัดสินอย่างรอบคอบได้ว่า จะมีการจัดการให้สมาชิกมีสิ่งจำเป็นอย่างเหมาะสม
มาตรา 611 คำยินยอมของพระสังฆราชสังฆมณฑลให้ตั้งบ้านนักพรต ไม่ว่าของสถาบันใด หมายรวมถึงสิทธิที่จะ
1. ดำเนินชีวิตตามลักษณะและจุดมุ่งหมายเฉพาะของสถาบัน
2. ปฏิบัติกิจการที่เป็นงานของสถาบันโดยเฉพาะ ตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย โดยรักษาเงื่อนไขที่ติดมากับคำยินยอมนั้น
3. สำหรับสถาบันนักพรตที่เป็นสมณะมีสิทธิ์มีวัด โดยคงไว้ซึ่งมาตรา 1215วรรค 3 และมีสิทธิ์ที่จะปฏิบัติศาสนบริการโดยปฏิบัติสิ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
มาตรา 612 เพื่อเปลี่ยนบ้านนักพรตให้ปฏิบัติงานแพร่ธรรมที่แตกต่างไปจากงานที่กำหนดไว้เมื่อก่อตั้งบ้านนั้นขึ้นมา จำเป็นต้องขอคำยินยอมจากพระสังฆราชสังฆมณฑลแต่ไม่จำเป็นต้องขอหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองภายในและระเบียบวินัยเท่านั้น ทั้งนี้โดยรักษาไว้ซึ่งกฎหมายของการก่อตั้ง
มาตรา 613 วรรค 1 บ้านนักพรตของบรรดานักพรตภาวนาและของฤาษีซึ่งอยู่ใต้การปกครองและการดูแลของอธิการคณะของตนเองนั้นเป็นกลุ่มที่ปกครองตนเองอย่างอิสระเว้นไว้แต่ว่าธรรมนูญกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
วรรค 2 อธิการของบ้านที่ปกครองตนเองอย่างอิสระเป็นอธิการชั้นผู้ใหญ่โดยกฎหมาย
มาตรา 614 อารามนักพรตหญิง ซึ่งเป็นภาคีกับสถาบันนักพรตชายนั้นยังคงรักษาวิธีการดำเนินชีวิตและการปกครองของตนไว้ตามธรรมนูญของสถาบันสิทธิ และพันธะร่วมกันให้กำหนดในลักษณะที่ว่า จากการเป็นภาคีนั้นยังผลให้เกิดคุณ-ประโยชน์ทางจิตวิญญาณ
มาตรา 615 อารามที่ปกครองตนเองอย่างอิสระ ซึ่งไม่มีอธิการชั้นผู้ใหญ่นอกเหนือไปจากอธิการของตนเองและไม่ได้ร่วมภาคีกับสถาบันนักบวชอื่นใดในลักษณะที่ว่าอธิการของสถาบันอื่นนั้นมีอำนาจอย่างแท้จริง เหนืออารามที่กล่าวนั้นตามที่มีกำหนดไว้ในธรรมนูญ ในกรณีเช่นนี้ให้อารามนั้นอยู่ในความดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษของพระสังฆราชสังฆมณฑลตามกฎเกณฑ์แห่งกฎหมาย
มาตรา 616 วรรค 1 ตามกฎเกณฑ์ของธรรมนูญอธิการสูงสุดสามารถยุบบ้านนักพรตที่ก่อตั้งขึ้นโดยชอบหลังจากได้ปรึกษาพระสังฆราชสังฆมณฑลแล้วกฎหมายเฉพาะของสถาบันจะต้องกำหนดการจัดการทรัพย์สินของบ้านที่ถูกยุบโดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งหรือผู้บริจาค และสิทธิที่ได้มาโดยชอบวรรค 2การยุบบ้านนักพรตของสถาบันที่มีอยู่เพียงบ้านเดียวเป็นสิทธิของสันตะสำนักซึ่งมีสิทธิที่จะกำหนดว่าในกรณีเช่นนี้ควรจัดการอย่างไรกับทรัพย์สินของบ้าน
วรรค 3 การยุบบ้านที่ปกครองตนเองอย่างอิสระ ดังที่ระบุไว้ในมาตรา 613 เป็นสิทธิของที่ประชุมใหญ่ของคณะเว้นไว้แต่ว่าธรรมนูญจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
วรรค 4 การยุบอารามนักพรตหญิงที่ปกครองตนเองอย่างอิสระเป็นสิทธิของสันตะสำนักโดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่งธรรมนูญของสถาบันที่เกี่ยวกับด้วยทรัพย์สิน
