หมวด 2 การปกครองสถาบัน
ส่วน 1 อธิการ และคณะที่ปรึกษา
มาตรา 618 ให้อธิการใช้อำนาจที่ได้รับจากพระเป็นเจ้าโดยผ่านทางศาสนบริการของพระศาสนจักร ด้วยจิตตารมณ์แห่งการรับใช้ดังนั้นด้วยความนอบน้อมต่อน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าในการปฏิบัติหน้าที่ของตน อธิการต้องปกครองสมาชิกของตนเยี่ยงบุตรของพระเจ้า และพร้อมกับส่งเสริมให้เขานอบน้อมเชื่อฟังด้วยความเต็มใจโดยเคารพต่อความเป็นมนุษย์ของเขา ต้องรับฟังพวกเขาด้วยความเต็มใจ และสนับสนุนให้เขาร่วมมือกันทำงาน เพื่อประโยชน์ของสถาบัน และของพระศาสนจักรอย่างไรก็ตาม อธิการยังคงไว้ซึ่งอำนาจที่จะตัดสินและออกคำสั่งว่าควรจะทำอะไร
มาตรา 619 ให้อธิการอุทิศตนทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง และร่วมกับสมาชิกในสังกัดของตน พยายามสร้างหมู่คณะฉันพี่น้องในพระคริสตเจ้าซึ่งแสวงหา และรักพระเป็นเจ้าเหนือสิ่งอื่นใดดังนั้นอธิการจึงต้องหล่อเลี้ยงสมาชิกของตนด้วยอาหารแห่งพระวาจาของพระเป็นเจ้า และนำพวกเขาให้ร่วมการเฉลิมฉลองพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เป็นนิจอธิการต้องเป็นแบบฉบับที่ดีงามแก่สมาชิกในการปลูกฝังคุณธรรม และในการปฏิบัติตามกฎหมาย และประเพณีของแต่ละสถาบันอธิการต้องสนองความต้องการส่วนตัวของสมาชิกอย่างเหมาะสมต้องเอาใจใส่ และเยี่ยมเยียนผู้ป่วยด้วยความห่วงใยตักเตือนว่ากล่าวสมาชิกที่วุ่นวายปลอบโยนผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอและเพียรทนต่อทุกคน
มาตรา 620 อธิการชั้นผู้ใหญ่ เป็นผู้ที่ปกครองทั้งสถาบัน หรือแขวงของสถาบันหรือบางส่วนที่เทียบเท่ากับแขวงหรือบ้านที่ปกครองตนเองอย่างอิสระรองอธิการก็มีอำนาจเช่นเดียวกัน ผู้ที่เทียบเท่ากับอธิการชั้นผู้ใหญ่ได้แก่ อัคราธิการและอธิการของอารามนักพรต อย่างไรก็ตามบุคคลเหล่านี้ไม่มีอำนาจทั้งหมดที่กฎหมายสากลให้แก่อธิการชั้นผู้ใหญ่
มาตรา 621 การรวมบ้านหลายๆ บ้านให้อยู่ภายใต้อธิการคนเดียวกันการรวมนี้ประกอบกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งโดยตรงของสถาบันและก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายพระศาสนจักรโดยผู้มีอำนาจอันชอบ เรียกว่า แขวง
มาตรา 622 อธิการสูงสุดมีอำนาจปกครองเหนือทุกแขวงทุกบ้าน และสมาชิกทุกคนของสถาบัน และต้องใช้อำนาจนี้ตามกฎหมายเฉพาะอธิการอื่นๆ มีสิทธิใช้อำนาจภายในขอบเขตตามตำแหน่งหน้าที่ของตน
มาตรา 623 เพื่อจะให้สมาชิกได้รับการแต่งตั้งหรือเลือกตั้งให้รับตำแหน่งอธิการอย่างถูกต้องจำเป็นต้องกำหนดไว้ในกฎหมายเฉพาะว่าหลังการปฏิญาณตนตลอดชีพหรืออย่างถาวรแล้วเป็นเวลานานเท่าไรจึงจะเหมาะสมในกรณีที่เกี่ยวกับอธิการชั้นผู้ใหญ่เวลาที่เหมาะสมนั้นต้องกำหนดไว้ในธรรมนูญ
มาตรา 624 วรรค 1 ให้แต่งตั้งอธิการดำรงตำแหน่งอยู่ในช่วงเวลาที่แน่นอน และเหมาะสมตามลักษณะและความจำเป็นของสถาบันเว้นไว้แต่ว่าธรรมนูญบัญญัติระบุไว้เป็นอย่างอื่นสำหรับอธิการสูงสุด และอธิการของบ้านที่ปกครองตนเอง อย่างอิสระ
วรรค 2 ให้กฎหมายเฉพาะกำหนดกฎเกณฑ์อันเหมาะสมว่าอธิการซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่งเป็นระยะเวลาที่กำหนดจะต้องไม่อยู่ในตำแหน่งปกครองนานเกินไป โดยไม่มีการทิ้งช่วง
วรรค 3 กระนั้นก็ดี ขณะที่ดำรงตำแหน่งอยู่ อธิการสามารถถูกปลดจากตำแหน่งหรือถูกโยกย้ายไปรับตำแหน่งอื่นได้ด้วยเหตุผลที่กำหนดไว้ในกฎหมายเฉพาะของสถาบัน
มาตรา 625 วรรค 1 ต้องแต่งตั้งอธิการสูงสุดของสถาบัน โดยวิธีการเลือกตั้งตามกฎหมายพระศาสนจักรตามกฎเกณฑ์แห่งธรรมนูญ
วรรค 2 พระสังฆราชของพื้นที่ที่บ้านศูนย์กลางของคณะตั้งอยู่ทำหน้าที่เป็นประธานในการเลือกตั้งอธิการของอารามที่ปกครองตนเองอย่างอิสระดังที่ ระบุไว้ในมาตรา 615 และในการเลือกตั้งอธิการสูงสุดของสถาบันสิทธิสังฆมณฑล
วรรค 3 อธิการอื่นๆ ต้องได้รับการแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์แห่งธรรมนูญแต่ในลักษณะที่ว่า ถ้าเป็นการเลือกตั้งจำเป็นต้องได้รับการรับรองจากอธิการชั้นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจถ้าหากว่าเป็นการแต่งตั้งโดยผู้ใหญ่ก็จำต้องมีการปรึกษาหารือกันอย่างเหมาะสมก่อน
มาตรา 626 อธิการในการมอบหมายตำแหน่งหน้าที่ และสมาชิกในการเลือกตั้งต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายสากลและกฎหมายเฉพาะต้องหลีกเลี่ยงการใช้สิทธิ์ในทางที่ผิดหรือโดยลำเอียงและเสนอชื่อหรือเลือกตั้งบุคคลซึ่งพวกเขารู้ต่อหน้าพระเจ้าว่าเป็นผู้สมควรและเหมาะสมจริงๆ โดยไม่คำนึงถึงสิ่งอื่นใดนอกจากพระเป็นเจ้าและประโยชน์ของสถาบันยิ่งกว่านั้นในการเลือกตั้งต้องหลีกเลี่ยงการหาเสียงไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมทั้งสำหรับตนเองหรือสำหรับผู้อื่น
มาตรา 627 วรรค 1 ตามกฎเกณฑ์แห่งธรรมนูญอธิการต้องมีคณะที่ปรึกษาของตนเองและต้องใช้ประโยชน์จากพวกเขาในการปฏิบัติหน้าที่ของตน
วรรค 2 นอกเหนือจากกรณีที่บัญญัติไว้ในกฎหมายสากลกฎหมายเฉพาะต้องกำหนดกรณี ซึ่งตามกฎเกณฑ์แห่งมาตรา 127 ต้องขอความเห็นชอบหรือคำแนะนำ เพื่อให้การกระทำมีผลตามกฎหมาย
มาตรา 628 วรรค 1 อธิการผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนี้ตามกฎหมายเฉพาะของสถาบันต้องเยี่ยมบ้านต่างๆ และสมาชิกที่อยู่ในการดูแลของตน ตามเวลาที่กำหนดในกฎเกณฑ์แห่งกฎหมายเฉพาะเดียวกัน
วรรค 2 เป็นสิทธิ และหน้าที่ของพระสังฆราชสังฆมณฑลที่จะเยี่ยม แม้กระทั่งในเรื่องที่เกี่ยวกับระเบียบวินัยของนักพรต
1. อารามที่ปกครองตนเองอย่างอิสระดังที่ระบุไว้ในมาตรา 615
2. บ้านแต่ละแห่งของสถาบันสิทธิสังฆมณฑลที่อยู่ในเขตปกครองของท่าน
วรรค 3 สมาชิกต้องปฏิบัติต่อผู้ที่มาเยี่ยมเยียนด้วยความไว้วางใจและมีพันธะที่จะต้องตอบคำถามที่ชอบธรรม ตามความเป็นจริงด้วยความรัก ยิ่งกว่านั้นไม่อนุญาตให้ผู้ใดหันเหสมาชิกไปจากพันธะอันนี้ด้วยวิธีการใดๆ หรือโดยวิธีอื่นที่ขัดขวางจุดประสงค์ของการเยี่ยมเยียน
มาตรา 629 อธิการทุกท่านต้องพำนักอยู่ในบ้านที่ตนรับหน้าที่ และต้องไม่ไปจากบ้าน เว้นไว้แต่ตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายเฉพาะ
มาตรา 630 วรรค 1 อธิการต้องยอมรับอิสรภาพอันพึงมีของสมาชิกของตนเกี่ยวกับศีลอภัยบาปและการแนะนำมโนธรรม อย่างไรก็ดี ให้คงไว้ซึ่งระเบียบวินัยของสถาบัน
วรรค 2 อธิการต้องเอาใจใส่ดูแลตามกฎเกณฑ์แห่งกฎหมายเฉพาะให้สมาชิกได้มีผู้ฟังแก้บาปที่เหมาะสม ซึ่งพวกเขาสามารถไปสารภาพบาปได้บ่อยๆ
วรรค 3 ในอารามนักพรตหญิงในบ้านอบรม และคณะฆราวาสที่มีสมาชิกจำนวนมากให้มีผู้ฟังแก้บาประจำซึ่งได้รับการรับรองจากผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจประจำท้องถิ่น หลังจากได้ปรึกษาหารือกับคณะแล้วอย่างไรก็ดีสมาชิกไม่จำเป็นต้องไปแก้บาปกับผู้ฟังแก้บาปดังกล่าว
วรรค 4 อธิการต้องไม่ฟังแก้บาปของสมาชิก เว้นไว้แต่ว่าสมาชิกจะขอร้องด้วยตนเอง
วรรค 5 สมาชิกต้องเข้าหาอธิการของตนด้วยความไว้วางใจซึ่งพวกเขาสามารถเปิดใจอย่างอิสระและด้วยความเต็มใจ อย่างไรก็ดีห้ามอธิการชักจูงสมาชิกให้เปิดเผยมโนธรรมแก่ตนเอง ไม่ว่าจะโดยวิธีใดก็ตาม
