Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 2 ประชากรของพระเจ้า

ส่วน 3 ทรัพย์สินฝ่ายโลก และการบริหาร

มาตรา 634 วรรค 1 สถาบัน แขวง และบ้านต่างๆในฐานะที่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีความสามารถในอันที่จะได้มาครอบครองจัดการ และจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินฝ่ายโลกได้ เว้นไว้แต่ว่าความสามารถดังกล่าว ถูกกีดกันออกไป หรือถูกจำกัดในธรรมนูญของสถาบัน

วรรค 2 อย่างไรก็ตาม ต้องหลีกเลี่ยงการปรากฎภายนอกใดๆ ถึงความหรูหราฟุ้งเฟ้อ การหากำไรและการสะสมทรัพย์สินเกินควร

มาตรา 635 วรรค 1 ทรัพย์สินฝ่ายโลกของสถาบันนักพรตเนื่องจากเป็นทรัพย์สินของพระศาสนจักรย่อมอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของบรรพ 5 ที่ว่าด้วย “ทรัพย์สินฝ่ายโลกของพระศาสนจักร” เว้นไว้แต่ว่าจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นอย่างแจ้งชัด

วรรค 2 กระนั้นก็ดี แต่ละสถาบันต้องกำหนดกฎเกณฑ์อันเหมาะสมเพื่อการใช้และการบริหารทรัพย์สินเพื่อว่าความยากจนอันเหมาะสมกับสถาบันนักพรตจะได้รับการสนับสนุนปกป้องและแสดงออกมาให้ปรากฎ

มาตรา 636 วรรค 1 ในแต่ละสถาบันและเช่นเดียวกันในแต่ละแขวงซึ่งปกครองโดยอธิการใหญ่ต้องมีเจ้าหน้าที่การเงินที่ไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับอธิการใหญ่และได้รับการแต่งตั้งขึ้นตามกฎเกณฑ์แห่งกฎหมายเฉพาะเจ้าหน้าที่การเงินมีหน้าที่บริหารทรัพย์สินภายใต้การนำของอธิการของตนแม้ในหมู่คณะท้องถิ่นก็ให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่การเงินที่ไม่เป็นบุคคลเดียวกับอธิการท้องถิ่นเท่าที่สามารถ

วรรค 2 ตามเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมายเฉพาะของสถาบันให้เจ้าหน้าที่การเงินและผู้บริหารคนอื่นๆจัดทำรายงานเกี่ยวกับการบริหารทรัพย์สินต่อผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจ

มาตรา 637 อารามสิทธิปกครองตนเอง ดังที่ระบุไว้ในมาตรา 615ต้องทำรายงานการบริหารทรัพย์สินต่อผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นปีละครั้งยิ่งกว่านั้นผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นมีสิทธิ์รู้รายงานการเงินของบ้านนักพรตสิทธิสังฆมณฑล

มาตรา 638 วรรค 1 เป็นเรื่องของกฎหมายเฉพาะของคณะภายในขอบข่ายของกฎหมายสากลที่จะกำหนดการกระทำที่อยู่เหนือขอบเขตและวิธีการบริหารสามัญ และกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อกระทำกิจบริหารวิสามัญอย่างมีผลตามกฎหมาย

วรรค 2 นอกจากอธิการแล้วเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเพื่อจุดประสงค์นี้ตามกฎหมายเฉพาะของสถาบันสามารถใช้จ่ายและกระทำนิติกรรมอย่างมีผลตามกฎหมายในการบริหารสามัญภายในขอบเขตของหน้าที่ของตน

วรรค 3 เพื่อให้การจำหน่ายจ่ายโอนและการดำเนินธุรกิจใดๆซึ่งมีผลกระทบต่อสภาพมรดกตกทอดของนิติบุคคลในทางลบ มีผลตามกฎหมายจำเป็นต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิการผู้มีอำนาจพร้อมด้วยความเห็นชอบจากคณะที่ปรึกษา ยิ่งกว่านั้นถ้าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจซึ่งมีจำนวนเงินเกินกว่าที่สันตะสำนักกำหนดไว้ สำหรับภูมิภาคนั้นๆ หรือถ้าเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่ถวายแก่พระศาสนจักรโดยการบนบานหรือเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่มีค่าศิลปะหรือประวัติศาสตร์ต้องได้รับอนุญาตจากสันตะสำนักด้วย

วรรค 4 สำหรับอารามสิทธิปกครองตนอง ดังที่ระบุไว้ในมาตรา 615 และสถาบันสิทธิสังฆมณฑล เป็นการจำเป็นเพิ่มขึ้นที่จะต้องได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่น

มาตรา 639 วรรค 1 หากนิติบุคคลก่อหนี้และพันธะใดๆ แม้โดยได้รับอนุญาตจากอธิการ ก็ยังต้องรับผิดชอบการกระทำเหล่านั้น

วรรค 2 หากสมาชิกคนใดคนหนึ่งทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนเองโดยได้รับอนุญาตจากอธิการ สมาชิกผู้นั้นจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนั้นอย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นการดำเนินธุรกิจของสถาบันตามคำสั่งของอธิการสถาบันนั้นต้องรับผิดชอบ

วรรค 3 ถ้านักพรตผู้หนึ่งทำสัญญาโดยมิได้รับอนุญาตใดๆ จากอธิการ นักพรตผู้นั้นต้องรับผิดชอบเอง หาใช่นิติบุคคลไม่

วรรค 4 อย่างไรก็ดีให้ถือเป็นกฎที่แน่นอนว่า อาจมีการดำเนินคดีได้เสมอกับผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากสัญญาที่เขากระทำนั้น

วรรค 5 อธิการนักพรตทั้งหลายต้องระมัดระวังที่จะไม่อนุญาตให้มีการก่อหนี้เว้นไว้แต่จะแน่ใจว่าจะสามารถจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้จากรายได้ปกติและตัวเงินกู้เองก็จะสามารถใช้คืนได้ โดยการผ่อนชำระหนี้ตามกฎหมายภายในเวลาที่ไม่นานเกินควร

มาตรา 640 โดยคำนึงถึงสภาพท้องถิ่นสถาบันทั้งหลายต้องพยายามที่จะแสดงออกประหนึ่งเป็นพยานร่วมกันถึงเมตตาธรรม และความยากจน และต้องบริจาคทรัพย์สินบางส่วนของสถาบันเท่าที่สามารถกระทำได้เพื่อสนองความต้องการของพระศาสนจักร และเพื่อค้ำจุนคนยากจน

book

"ทรัพย์สินฝ่ายโลก และการบริหาร" (มาตรา 634-640)

"การรับเข้าสู่นวกภาพ" (มาตรา 641-645) >>