หมวด 3 การรับผู้สมัคร และการอบรมสมาชิก
ส่วน 1 การรับเข้าสู่นวกภาพ
มาตรา 641 สิทธิรับผู้สมัครเข้าสู่นวกภาพ เป็นของอธิการชั้นผู้ใหญ่ ตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายเฉพาะของสถาบัน
มาตรา 642 อธิการต้องระมัดระวังที่จะรับเฉพาะบุคคลซึ่งนอกจากจะมีอายุอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว ยังมีสุขภาพดีมีอุปนิสัยใจคอเหมาะสม และมีคุณสมบัติเป็นผู้ใหญ่เพียงพอที่จะดำเนินชีวิตที่เป็นเฉพาะของสถาบันได้ซึ่งทั้งสุขภาพ อุปนิสัยใจคอ และความเป็นผู้ใหญ่ดังกล่าวนั้นต้องได้รับการพิสูจน์ หากจำเป็นก็อาจใช้ผู้เชี่ยวชาญได้โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดแห่งมาตรา 220
มาตรา 643 วรรค 1 บุคคลที่ถูกรับเข้าสู่นวกภาพอย่างเป็นโมฆะ คือ
1. บุคคลที่อายุไม่ครบ 17 ปี บริบูรณ์
2. คู่สมรสขณะที่พันธะการแต่งงานยังคงอยู่
3. บุคคลที่ยังมีพันธะศักดิ์สิทธิ์กับสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วแห่งใดแห่งหนึ่งหรือยังสังกัดอยู่ในคณะชีวิตแพร่ธรรมคณะใดคณะหนึ่ง ทั้งนี้โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดแห่งมาตรา 684
4. บุคคลที่เข้าอยู่ในสถาบันเพราะถูกบังคับเพราะความกลัวอย่างรุนแรงหรือเพราะการหลอกลวงหรือบุคคลที่อธิการรับเพราะท่านถูกชักนำด้วยวิธีการเดียวกัน
5. บุคคลที่ปกปิดการสังกัดในสถาบันชีวิตที่ถวายแล้ว สถาบันใดสถาบันหนึ่ง หรือในคณะชีวิตแพร่ธรรมคณะใดคณะหนึ่ง
วรรค 2 กฎหมายเฉพาะของสถาบันสามารถกำหนดข้อขัดขวางอื่นๆ หรือวางเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติม แม้เพื่อให้การรับเข้ามีผลตามกฎหมาย
มาตรา 644 อธิการต้องไม่รับสมณะที่สังกัดสังฆมณฑลเข้าสู่นวกภาพโดยมิได้ปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นของสมณะนั้นก่อน และต้องไม่รับบุคคลที่มีหนี้สิน ซึ่งเขาไม่สามารถชำระคืนได้
มาตรา 645 วรรค 1 ก่อนรับเข้าสู่นวกภาพ ผู้สมัครจักต้องแสดงหลักฐานการรับศีลล้างบาป การรับศีลกำลัง และสถานภาพอิสระ
วรรค 2 หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการรับสมณะหรือบุคคลซึ่งเคยถูกรับเข้าในสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วแห่งอื่น คณะชีวิตแพร่ธรรมหรือสามเณราลัย ยังจำเป็นต้องมีใบรับรองจากผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นหรืออธิการใหญ่ของสถาบัน หรือของคณะ หรืออธิการของสามเณราลัยตามลำดับด้วย
วรรค 3 กฎหมายเฉพาะของสถาบันสามารถ เรียกร้องหลักฐานอื่นๆ เกี่ยวกับความเหมาะสมที่จำเป็นของผู้สมัคร และการมีอิสระจากข้อขัดขวางต่างๆ
วรรค 4 หากเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็น อธิการสามารถขอข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับตัวผู้สมัคร แม้สิ่งที่ต้องรักษาเป็นความลับก็ตาม
