มาตรา 834 วรรค 1 พระศาสนจักรปฏิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วนในการทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ด้วยวิธีของตนเองโดยทางพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่สงฆ์ของพระเยซูคริสต์ และในพิธีกรรมนี้ความศักดิ์สิทธิ์ของมนุษย์แสดงออกให้เห็นโดยเครื่องหมายภายนอก และทำให้เกิดผลด้วยวิธีการเฉพาะของแต่ละเครื่องหมายและดังนี้ก็เป็นการถวายคารวกิจสาธารณะทั้งครบแด่พระเจ้าโดยพระกายทิพย์ของพระเยซูคริสต์ กล่าวคือ ศีรษะ และอวัยวะส่วนต่างๆ
วรรค 2 คารวกิจนี้ เกิดขึ้นเมื่อบุคคลผู้ได้รับมอบหมายอย่างถูกต้องปฏิบัติคารวกิจในนามของพระศาสนจักรและด้วยกิจกรรมที่ได้รับการรับรองจากผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจของพระศาสนจักร
มาตรา 835 วรรค 1 หน้าที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์เป็นหน้าที่เอกของพระสังฆราชผู้เป็นพระสงฆ์ผู้ใหญ่ เป็นผู้แจกจ่ายสำคัญของรหัสธรรมของพระเจ้าทั้งยังเป็นผู้ควบคุม ส่งเสริมและพิทักษ์ชีวิตทางพิธีกรรมทั้งหมดในพระศาสนจักรที่ท่านได้รับมอบหมาย
วรรค 2 พระสงฆ์ปฏิบัติหน้าที่นี้ด้วยเพราะได้รับการบวชให้เป็นผู้มีส่วนในสังฆภาพของพระเยซูคริสต์ และเป็นศาสนบริกรภายใต้อำนาจของพระสังฆราช เพื่อถวายคารวกิจแด่พระเจ้า และทำให้ประชากรศักดิ์สิทธิ์
วรรค 3 สังฆานุกรมีส่วนในการถวายคารวกิจแด่พระเจ้า ตามข้อกำหนดของกฎหมาย
วรรค 4 บรรดาคริสชน ก็มีส่วนเฉพาะของตนในหน้าที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์โดยร่วมพิธีกรรมอย่างมีบทบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีบูชามิสซาตามส่วนและวิธีการของตน บิดามารดามีส่วนในหน้าที่นี้ด้วยวิธีการเฉพาะของตนกล่าวคือ การเจริญชีวิตสมรสตามจิตตารมณ์คริสตชน และจัดให้บุตรได้รับการอบรมแบบคริสตชน
มาตรา 836 เนื่องจากการถวายคารวกิจแบบ คริสตชนซึ่งคริสตชนปฏิบัติความเป็นสงฆ์สามัญเป็นงานที่ออกมาจาก และอิงอยู่ในความเชื่อบรรดาศาสนบริกรศักดิ์สิทธิ์ต้องเอาใจใส่กระตุ้นเตือน และอธิบายความเชื่อนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยศาสนบริกรด้านพระวาจาซึ่งทำให้เกิด และหล่อเลี้ยงความเชื่อ
มาตรา 837 วรรค 1 กิจการด้านพิธีกรรม มิใช่เป็นเรื่องส่วนบุคคล หากแต่เป็นการเฉลิมฉลองของพระศาสนจักรเองในฐานะที่เป็นเครื่องหมายของความเป็นหนึ่งเดียวกัน กล่าวคือประชากรศักดิ์สิทธิ์ที่รวมกัน และจัดเป็นระเบียบภายใต้การปกครองของพระสังฆราช ด้วยเหตุนี้กิจการด้านพิธีกรรมจึงเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับร่างกายทั้งหมดของพระศาสนจักรซึ่งแสดงให้เห็น และก่อให้เกิดกายนั้นแต่กิจการด้านพิธีกรรมยังผลแก่สมาชิกแต่ละคนของพระ ศาสนจักรด้วยวิธีแตกต่างกันตามฐานันดร บทบาทและการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังของแต่ละคน
วรรค 2 เนื่องจากกิจการด้านพิธีกรรม โดยธรรมชาติของมันเองแล้วเป็นการเฉลิมฉลองของชุมชน ดังนั้น ถ้าที่ใดทำได้ให้เฉลิมฉลองโดยมีสัตบุรุษร่วม และร่วมอย่างมีบทบาท
มาตรา 838 วรรค 1 การควบคุมดูแลพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์นั้นขึ้นกับอำนาจพระศาสนจักรเท่านั้นกล่าวคือ อำนาจของสันตสำนัก และของสังฆราชสังฆมณฑล ตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย
วรรค 2 เป็นหน้าที่ของสันตะสำนักต้องจัดระเบียบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักรสากลจัดพิมพ์หนังสือพิธีกรรมพร้อมทั้งรับรองคำแปลที่เป็นภาษาท้องถิ่น และสอดส่องให้มีการปฏิบัติตามระเบียบพิธีกรรมอย่างซื่อสัตย์ทุกแห่งหน
วรรค 3 เป็นหน้าที่ของสภาพระสังฆราช ที่จะจัดแปลและพิมพ์หนังสือพิธีกรรมเป็นภาษาท้องถิ่น โดยประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมตามที่กำหนดไว้ในหนังสือพิธีกรรมเอง โดยได้รับการรับรองจากสันตสำนักก่อน
วรรค 4 เป็นหน้าที่ของพระสังฆราชสังฆมณฑล ที่จะวางกฎเกณฑ์ด้านพิธีกรรมภายในขอบเขตอำนาจของท่านในพระศาสนจักรที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตาม
มาตรา 839 วรรค 1 พระศาสนจักรยังปฏิบัติหน้าที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยวิธีอื่นๆอีก กล่าวคือ ด้วยการภาวนาวิงวอนพระเจ้าเพื่อให้คริสตชนเป็นคนศักดิ์สิทธิ์ในความจริง ด้วยการใช้โทษบาปและกิจเมตตาปราณีทั้งหลาย ซึ่งมีส่วนช่วยอย่างมากให้อาณาจักรของพระคริสต์หยั่งรากและเข้มแข็งในวิญญาณ และนำความรอดมาสู่โลก
วรรค 2 บรรดาผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจท้องถิ่น ต้องเอาใจใส่ให้การภาวนาและกิจศรัทธา และกิจการศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ของ คริสตชนสอดคล้องอย่างสมบูรณ์กับกฎเกณฑ์ของพระศาสนจักร
