Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 4 หน้าที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักร

ลักษณะ 4 ศีลแห่งความสำนึกกลับใจ

มาตรา 959 ในศีลแห่งการสำนึกกลับใจ สัตบุรุษซึ่งเป็นทุกข์เสียใจในบาปของตน พร้อมทั้งมีความตั้งใจจะแก้ไขตนเองเมื่อสารภาพบาปของตนต่อศาสนบริกรที่ถูกต้องแล้วเขาได้รับการอภัยบาปที่เขาได้ทำหลังรับศีลล้างบาปจากพระเจ้าโดยการยกบาปจากศาสนบริกรเดียวกัน พร้อมกันนั้น เขาได้คืนดีกับพระศาสนจักรซึ่งได้รับผลเสียเพราะการกระทำบาปของเขา

 

หมวด 1 การประกอบพิธีศีลแห่งการสำนึกกลับใจ

มาตรา 960 การสารภาพบาปรายบุคคลและทั้งครบ รวมกับการรับอภัยบาปเป็นวิธีปกติวิธีเดียวที่สัตบุรุษผู้สำนึกในบาปหนักของตนคืนดีกับพระเจ้า และพระศาสนจักรในกรณีที่มีข้อขัดข้องทางกายภาพ หรือทางจิตใจเท่านั้นที่สัตบุรุษได้รับการยกเว้นจากการสารภาพบาปแบบปกติ ในกรณีดังกล่าวการคืนดีอาจทำได้โดยวิธีอื่น

มาตรา 961 วรรค 1 การให้อภัยบาปรวมแก่หลายคนพร้อมกัน โดยไม่มีการสารภาพบาปรายบุคคลก่อน ทำไม่ได้ เว้นไว้แต่ว่า :

    1. เมื่อมีภัยที่จะตายคุกคาม และไม่มีเวลาให้พระสงฆ์องค์เดียว หรือหลายองค์ฟังการสารภาพบาปเป็นรายบุคคลได้

    2. เมื่อมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เช่นว่า มีคนจำนวนมากต้องการสารภาพบาป และมีพระสงฆ์ไม่พอที่จะฟังการสารภาพบาปอย่างดีภายในเวลาที่เหมาะมิฉะนั้นพวกเขาจะไม่ได้รับพระหรรษทานแห่งศีลศักดิ์สิทธิ์หรือรับศีลมหาสนิทเป็นเวลานาน โดยมิใช่เพราะความผิดของพวกเขาเองแต่อย่างไรก็ดี ไม่ถือว่ามีความจำเป็นเพียงพอ หากว่าไม่มีพระสงฆ์พร้อมที่จะฟังการสารภาพบาปเพราะเพียงแต่มีคนจำนวนมากต้องการสารภาพบาปเท่านั้นเช่นในโอกาสวันฉลองใหญ่ๆ หรือการจารีตแสวงบุญ

วรรค 2 พระสังฆราชสังฆมณฑลเป็นผู้วินิจฉัยว่าเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในวรรค 1 ข้อ 2 นั้น มีจริงหรือไม่ ท่านสามารถกำหนดกรณีต่างๆ ที่มีความจำเป็นเช่นว่านั้นโดยคำนึงถึงบรรทัดฐานการวินิจฉัยที่ได้ตกลงกันกับสมาชิกสภาพระสังฆราช

มาตรา 962 วรรค 1 เพื่อให้คริสตชนได้รับผลอันถูกต้องจากการให้อภัยบาปที่ให้แก่คนหลายคนพร้อมกันนั้น จำเป็นต้องให้เขาไม่เพียงแต่อยู่ในสภาพที่เหมาะสมเท่านั้นแต่ในเวลาเดียวกัน เขาแต่ละคนต้องตั้งใจจะไปสารภาพบาปหนักในเวลาที่เหมาะสมซึ่งเขาไม่สามารถสารภาพในขณะนั้น

วรรค 2 ต้องสอนคริสตชนเท่าที่จะทำได้ถึงเงื่อนไขจำเป็นตามกฎเกณฑ์ของวรรค 1 แม้ในโอกาสให้อภัยบาปรวมด้วยและเตือนให้แต่ละคนเป็นทุกข์ถึงบาปก่อนการให้อภัยบาปรวมแม้ในกรณีมีภัยความตายด้วย หากมีเวลา

มาตรา 963 โดยคงไว้ซึ่งพันธะที่ระบุไว้ในมาตรา 989 ผู้ที่ได้รับการอภัยบาปหนักด้วยการให้อภัยบาปรวมต้องไปสารภาพบาปเป็นรายบุคคล โดยเร็วที่สุดเมื่อมีโอกาสก่อนที่จะรับการอภัยบาปรวมครั้งต่อไปเว้นแต่มีเหตุอันชอบเข้ามาแทรก

มาตรา 964 วรรค 1 สถานที่เฉพาะเพื่อรับฟังการสารภาพบาปที่เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ คือ วัดหรือสถานภาวนา

วรรค 2 เกี่ยวกับที่สารภาพบาปนั้น ให้สภาพระสังฆราชกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นกระนั้นก็ดี ต้องจัดให้ที่สารภาพบาป ตั้งอยู่ในที่เปิดเผยเสมอโดยมีตะแกรงกั้นระหว่างผู้สารภาพบาป กับผู้รับฟังการสารภาพบาปเพื่อว่าสัตบุรุษที่ต้องการสารภาพบาป สามารถใช้ได้อย่างเสรี

วรรค 3 ต้องไม่รับฟังการสารภาพบาปนอกที่สารภาพบาป เว้นแต่จะมีเหตุอันชอบ

 

หมวด 2 ศาสนบริกรศีลแห่งการสำนึกกลับใจ

มาตรา 965 ศาสนบริกรแห่งการสำนึกกลับใจ คือ พระสงฆ์เท่านั้น

มาตรา 966 วรรค 1 เพื่อให้การให้อภัยบาปมีผลถูกต้องศาสนบริกรนอกจากต้องมีอำนาจที่มาจากศีลบวชแล้ว ยังต้องมีอำนาจปฏิบัติเพื่อใช้อำนาจนั้นกับสัตบุรุษ ซึ่งเขาให้การอภัยบาป

วรรค 2 พระสงฆ์ได้รับอำนาจปฏิบัตินี้ ไม่ว่าโดยกฎหมายเอง หรือโดยผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจมอบให้ตามกฎเกณฑ์ของมาตรา 969

มาตรา 967 วรรค 1 นอกจากสมเด็จพระสันตะปาปาแล้ว บรรดาพระคาร์ดินัลมีอำนาจปฏิบัติโดยกฎหมายเองที่จะรับฟังการสารภาพบาปของคริสตชนทั่วทุกแห่งในโลก เช่นเดียวกันบรรดาพระสังฆราชมีอำนาจปฏิบัตินี้ซึ่งท่านใช้ได้ทุกแห่งโดยชอบด้วยกฎหมายเว้นไว้แต่ว่าพระสังฆราชสังฆมณฑล จะห้ามไว้ในกรณีเฉพาะ

วรรค 2 ผู้ที่มีอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพบาปเป็นประจำไม่ว่าโดยตำแหน่งหน้าที่หรือโดยการมอบให้จากผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจไม่ว่าของสถานที่ที่เขาสังกัด หรือของสถานที่ที่ซึ่งเขามีภูมิลำเนาอยู่สามารถใช้อำนาจปฏิบัตินั้นได้ทุกแห่ง เว้นไว้แต่ว่าผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นห้ามไว้ในกรณีเฉพาะโดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดของมาตรา 974 วรรค 2 และ 3

วรรค 3 บรรดาผู้ที่ได้รับอำนาจปฏิบัติในการรับฟังสารภาพบาปโดยตำแหน่งหน้าที่หรือโดยอธิการผู้มีอำนาจ มอบให้ตามกฎเกณฑ์ของมาตรา 968 วรรค 2 และ 969 วรรค 2 โดยกฎหมายเองพวกเขาสามารถใช้อำนาจปฏิบัติเดียวกันนี้ทุกแห่งกับสมาชิกของสถาบันและกับคนอื่นๆ ที่อาศัยทั้งกลางวันและกลางคืนในบ้านของสถาบัน หรือของคณะอันที่จริง พวกเขาสามารถใช้อำนาจปฏิบัติเดียวกันนี้ได้โดยชอบ เว้นไว้แต่ว่าอธิการใหญ่บางคนห้ามไว้เป็นกรณีเฉพาะเกี่ยวกับผู้อยู่ในปกครองของตน

มาตรา 968 วรรค 1 โดยตำแหน่งหน้าที่ ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นพระสงฆ์ผู้มีอำนาจด้านอภัยโทษ พระสงฆ์เจ้าอาวาสรวมทั้งพระสงฆ์ที่ทำหน้าที่แทนเจ้าอาวาสมีอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพบาปภายในเขตปกครองของแต่ละคน

วรรค 2 โดยตำแหน่งหน้าที่ บรรดาอธิการของสถาบันนักพรตหรือของคณะชีวิตแพร่ธรรม ถ้าเป็นสมณะ สิทธิสันตะสำนักซึ่งมีอำนาจบริหารด้านการปกครองตามกฎเกณฑ์ของธรรมนูญก็มีอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพบาปของผู้อยู่ในปกครองของตนรวมทั้งของผู้อื่นที่อาศัยทั้งกลางวันและกลางคืนในบ้านของสถาบันหรือของคณะด้วย ทั้งนี้โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดของมาตรา 630 วรรค 4

มาตรา 969 วรรค 1 ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นเท่านั้นมีอำนาจให้อำนาจปฏิบัติแก่พระสงฆ์ใดๆ ไม่ว่าในการรับฟังการสารภาพบาปของสัตบุรุษใดๆ ไม่ว่าส่วนบรรดาพระสงฆ์ผู้เป็นสมาชิกของสถาบันนักพรตต้องไม่ใช้อำนาจปฏิบัติเดียวกันนี้ โดยมิได้รับอนุญาตอย่างน้อยโดยสันนิษฐานจากอธิการของตน

วรรค 2 อธิการของสถาบันนักพรต หรือของคณะชีวิตแพร่ธรรม ซึ่งระบุในมาตรา 968 วรรค 2 มีอำนาจ ให้อำนาจปฏิบัติแก่พระสงฆ์ใดๆไม่ว่าในการรับฟังการสารภาพบาปของผู้อยู่ในปกครองของตนและของคนอื่นที่อาศัยทั้งกลางวันและกลางคืนในบ้านของสถาบัน หรือของคณะ

มาตรา 970 ต้องไม่มอบอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพบาป แก่พระสงฆ์องค์ใด เว้นแต่จะเห็นว่าเขาเหมาะสม ไม่ว่าโดยการสอบหรือโดยวิธีอื่น

มาตรา 971 ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นต้องไม่มอบอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพบาปแบบประจำแก่พระสงฆ์ องค์ใดแม้พระสงฆ์องค์นั้นมีภูมิลำเนา หรือกึ่งภูมิลำเนาในเขตปกครองของท่านเว้นแต่จะได้ปรึกษาผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจของพระสงฆ์องค์นั้นเสียก่อนเท่าที่จะทำได้

มาตรา 972 ผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจที่ระบุในมาตรา 969 สามารถมอบอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพบาปแบบชั่วคราว โดยกำหนดหรือไม่กำหนดเวลาก็ได้

มาตรา 973 การมอบอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพบาปแบบประจำ ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร

มาตรา 974 วรรค 1 ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่น และอธิการผู้มีอำนาจด้วยต้องเรียกคืนอำนาจปฏิบัติที่มอบให้ในการ รับฟังการสารภาพบาปแบบประจำเว้นแต่จะมีเหตุอันหนัก

วรรค 2 ถ้าผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นที่ระบุในมาตรา 967 วรรค 2 ซึ่งเป็นผู้มอบอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพบาปเรียกคืนอำนาจปฏิบัตินั้น พระสงฆ์องค์นั้นเสียอำนาจนั้นทุกแห่งถ้าผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นท่านอื่นเป็นผู้เรียกคืนพระสงฆ์องค์นั้นเสียอำนาจนั้นเฉพาะในเขตปกครองของผู้ที่เรียกคืนเท่านั้น

วรรค 3 ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นท่านใดที่ได้เรียกคืนอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพบาป จากพระสงฆ์องค์ใดต้องแจ้งผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจที่เป็นผู้ใหญ่เฉพาะซึ่งพระสงฆ์องค์นั้นสังกัดอยู่ หรือถ้าพระสงฆ์องค์นั้นเป็นสมาชิกของสถาบันนักพรตต้องแจ้งอธิการผู้มีอำนาจของพระสงฆ์องค์นั้น

วรรค 4 ถ้าอธิการใหญ่เรียกคืนอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพบาปจากพระสงฆ์ของตนพระสงฆ์องค์นั้นเสียอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพบาปของสมาชิกของสถาบันทุกแห่ง แต่ถ้าอธิการผู้มีอำนาจท่านอื่นเป็นผู้เรียกคืนพระสงฆ์องค์นั้นเสียอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพ บาปเฉพาะกับผู้อยู่ในปกครองของ อธิการท่านนั้นเท่านั้น

มาตรา 975 นอกจากการเรียกคืนแล้ว อำนาจปฏิบัติที่ระบุในมาตรา 967 วรรค 2 หมดไปเพราะการเสียตำแหน่งหน้าที่ หรือการออกจากต้นสังกัดหรือการเสียภูมิลำเนา

มาตรา 976 พระสงฆ์องค์ใดไม่ว่า แม้ไม่มีอำนาจปฏิบัติในการรับฟังการสารภาพบาปสามารถยกโทษทางวินัย และให้อภัยบาปใดๆ ไม่ว่าอย่างมีผลถูกต้องแก่ผู้สารภาพบาปคนใดไม่ว่า ที่อยู่ในภัยความตายแม้มีพระสงฆ์ผู้ได้รับการรับรองอยู่ที่นั่นก็ตาม

มาตรา 977 การอภัยบาปที่ผิดต่อพระบัญญัติประการที่หก ให้คู่ขาเป็นโมฆะ เว้นแต่อยู่ในภัยความตาย

มาตรา 978 วรรค 1 ในการรับฟังการสารภาพบาป พระสงฆ์ต้องระลึกว่าตนทำหน้าที่เป็นทั้งตุลาการและแพทย์และเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้าให้เป็นศาสนบริกรแห่งพระยุติธรรมและพระเมตตาของพระองค์ โดยมุ่งถวายเกียรติมงคลแด่พระเจ้าและช่วยวิญญาณให้รอด

วรรค 2 ในการให้บริการศีลศักดิ์สิทธิ์ ผู้รับฟังการสารภาพบาปในฐานะเป็นศาสนบริกรของพระศาสน จักร ต้องยึดถือคำสอนทางการของพระศาสนจักรและกฎเกณฑ์ที่ผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจกำหนดไว้อย่างซื่อสัตย์

มาตรา 979 พระสงฆ์เมื่อต้องถาม ต้องทำด้วยความรอบคอบและด้วยความระมัดระวังโดยคำนึงถึงสภาพและอายุของผู้สารภาพบาปและให้ละเว้นถามชื่อของผู้ร่วมกระทำผิด

มาตรา 980 ถ้าผู้รับฟังการสารภาพบาปไม่สงสัยถึงความพร้อมของผู้สารภาพบาป และเขาขอการอภัยบาป อย่าปฏิเสธหรือเลื่อนการอภัยบาปนั้น

มาตรา 981 ผู้รับฟังการสารภาพบาปต้องกำหนดกิจการใช้โทษบาปที่นำความรอด และเหมาะสมตามสัดส่วนของความหนักเบาและจำนวนของบาป อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงสภาพของผู้สารภาพบาปด้วยผู้สารภาพบาปมีพันธะต้องทำกิจการใช้โทษบาปเหล่านั้นด้วยตนเอง

มาตรา 982 ต้องไม่อภัยบาปแก่ผู้สารภาพว่าตนได้กล่าวหาผู้รับฟังการสารภาพบาปที่บริสุทธิ์ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จต่อผู้ใหญ่ของพระศาสนจักรเกี่ยวกับความผิดหนักในเรื่องการชักชวนให้ทำบาปผิดต่อพระบัญญัติประการที่หกเว้นไว้แต่ว่า ผู้นั้นจะได้ถอนคำกล่าวหาอันเป็นเท็จอย่างเป็นทางการ และพร้อมที่จะชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ถ้ามีเสียก่อน

มาตรา 983 วรรค 1 ความลับศีลศักดิ์สิทธิ์ละเมิดมิได้ เพราะฉะนั้นห้ามโดยเด็ดขาดมิให้ผู้รับฟังสารภาพบาปทรยศผู้สารภาพบาปด้วยคำพูดหรือด้วยวิธีอื่นใด และด้วยเหตุผลอันใดแม้เพียงเล็กน้อย

วรรค 2 ถ้ามีล่ามแปล ล่ามมีพันธะต้องรักษาความลับนี้ด้วย รวมทั้งคนอื่นๆ ทุกคน ที่รู้บาปจากการสารภาพบาป ไม่ว่าโดยวิธีใดก็ตาม

มาตรา 984 วรรค 1 ห้ามโดยเด็ดขาดมิให้ผู้รับฟังการสารภาพบาปใช้ความรู้ที่ได้จากการสารภาพบาป ให้เป็นที่เสียหายแก่ผู้สารภาพบาปแม้ว่าจะได้ขจัดอันตรายที่จะเผยความลับนั้นให้หมดไปแล้วก็ตาม

วรรค 2 ผู้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจไม่สามารถเลยที่จะนำความรู้เกี่ยวกับบาปที่ได้มาจากการสารภาพบาปไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม มาใช้ในการปกครองภายนอก

มาตรา 985 นวกจารย์ และเพื่อนร่วมงานของเขาอธิการบ้านเณรหรืออธิการของสถาบันการศึกษาอื่นใดต้องไม่รับฟังการสารภาพบาปที่เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ของนักเรียนของตนซึ่งพำนักอยู่ใน บ้านเดียวกันเว้นแต่ในกรณีเฉพาะที่นักเรียนขอให้รับฟังการสารภาพบาปของเขาด้วยความสมัครใจเอง

มาตรา 986 วรรค 1 ทุกคนที่มีหน้าที่ดูแลวิญญาณมีพันธะต้องจัดให้มีการรับฟังการสารภาพบาปของสัตบุรุษที่ตนได้รับมอบหมายเมื่อพวกเขาขออย่างมีเหตุผล และต้องจัดให้พวกเขามีโอกาสสารภาพบาปส่วนตัวโดยกำหนดวันและเวลาที่สะดวกสำหรับพวกเขา

วรรค 2 เมื่อความจำเป็นเร่งเร้า ผู้รับฟังการสารภาพบาปทุกองค์มีพันธะต้องรับฟังการสารภาพบาปของคริสตชน และในกรณีมีอันตรายที่จะตายพระสงฆ์องค์ใดไม่ว่ามีพันธะ

 

หมวด 3 ผู้สารภาพบาป

มาตรา 987 เพื่อรับการเยียวยาที่นำไปสู่ความรอดของศีลแห่งการสำนึกกลับใจคริสตชนต้องทำตัวให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะกลับมาหาพระเจ้าโดยละทิ้งบาปที่ตนได้กระทำ และตั้งใจจะแก้ไขตนเอง

มาตรา 988 วรรค 1 คริสตชนแต่ละคน มีพันธะต้องสารภาพบาปหนักทุกข้อโดยบอกชนิดและจำนวนของบาปที่ได้ทำ หลังรับศีลล้างบาปและยังมิได้รับการอภัยโดยตรงจากอำนาจยกบาปของพระศาสนจักร และยังมิได้สารภาพบาปนั้นในการสารภาพบาปเป็นรายบุคคลซึ่งเขาสำนึกได้หลังจากได้พิจารณามโนธรรมอย่างดีแล้ว

วรรค 2 ขอแนะนำให้คริสตชน สารภาพบาปเบาด้วย

มาตรา 989 สัตบุรุษทุกคน เมื่อถึงอายุรู้ความ มีพันธะต้องสารภาพบาปหนักของตนเองอย่างซื่อสัตย์อย่างน้อยปีละครั้ง

มาตรา 990 ไม่ห้ามใครสารภาพบาปโดยผ่านล่าม อย่างไรก็ตามต้องหลีกเลี่ยงการใช้โดยไม่จำเป็น และการเป็นที่สะดุดโดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดของมาตรา 983 วรรค 2

มาตรา 991 คริสตชนใดไม่ว่ามีสิทธิเต็มที่ที่จะเลือกสารภาพบาปกับผู้รับฟังการสารภาพบาปที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ตามที่ตนชอบแม้จะเป็นผู้รับฟังการสารภาพบาปของจารีตอื่น

book

"ศีลแห่งความสำนึกกลับใจ" (มาตรา 959-991)

"พระคุณการุณย์" (มาตรา 992-997) >>