ส่วน 2 การแยกกันโดยที่พันธะการแต่งงานยังคงอยู่
มาตรา 1151 คู่แต่งงานมีหน้าที่และสิทธิ ต้องธำรงค์ไว้ซึ่งชีวิตฉันท์สามีภรรยา เว้นแต่มีเหตุผลอันชอบเป็นข้ออ้าง
มาตรา 1152 วรรค 1 แม้จะเป็นที่แนะนำอย่างแข็งขันว่าคู่แต่งงานที่ได้รับการจูงใจจากความรักเยี่ยงคริสตชนและมีความห่วงใยต่อความดีของครอบครัวไม่ควรปฏิเสธการให้อภัยแก่คู่ชีวิตที่นอกใจ และไม่ควรตัดขาดชีวิตสมรสกระนั้นก็ดี ถ้าคู่แต่งงานมิได้ให้อภัยความผิดของอีกฝ่ายหนึ่งอย่างชัดแจ้งหรืออย่างเงียบๆ เขามีสิทธิ์ที่จะตัดขาดการมีชีวิตร่วมกันฉันท์สามีภรรยาเว้นแต่ เขาได้เห็นชอบกับการนอกใจนั้น หรือเป็นเหตุแห่งการนอกใจหรือตัวเขาเองได้นอกใจด้วย
วรรค 2 ถือว่ามีการให้อภัยอย่างเงียบ ถ้าคู่ชีวิตฝ่ายบริสุทธิ์นั้นหลังจากรู้ถึงการนอกใจแล้วยังเต็มใจใช้ชีวิตร่วมกันกับคู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งด้วยความรักฉันท์สามีภรรยาอันที่จริงให้สันนิษฐานว่า มีการให้อภัยถ้าหากคู่ชีวิตฝ่ายบริสุทธิ์ยังคงรักษาชีวิตฉันท์สามีภรรยาอยู่เป็นเวลาหกเดือน และมิได้ร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ฝ่าย ศาสนจักร หรือฝ่ายบ้านเมือง
วรรค 3 ถ้าคู่ชีวิตฝ่ายบริสุทธิ์ได้ตัดการมีชีวิตร่วมกันฉันท์สามีภรรยาโดยลำพังภายในหกเดือนต้องยื่นเรื่องการแยกอยู่ต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจฝ่ายพระศาสนจักร ซึ่งเมื่อได้ตรวจสอบกรณีสิ่งแวดล้อมทั้งปวงแล้ว ต้องชั่งใจดูว่าจะสามารถชักจูงคู่ชีวิตฝ่ายบริสุทธิ์ให้อภัยความผิดนั้น และไม่ยืดการแยกอยู่อย่างถาวร ได้หรือไม่
มาตรา 1153 วรรค 1 ถ้าคู่ชีวิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่ออันตรายร้ายแรงแก่อีกฝ่ายหนึ่งหรือแก่ลูกหลาน ไม่ว่าทางใจหรือทางกายหรือทำให้ชีวิตร่วมกันทุกข์ลำเค็ญเกินไป เป็นเหตุให้คู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งมีเหตุผลอันชอบ มาอ้างเพื่อแยกจากไป ไม่ว่าโดยคำสั่งของผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่น หรือด้วยอำนาจของตนเองและหากชักช้าจะมีอันตราย
วรรค 2 ในทุกกรณี เมื่อเหตุของการแยกอยู่สิ้นสุดลงชีวิตการอยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยาต้องได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งหนึ่งเว้นแต่อำนาจทางพระศาสนจักรจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา 1154 เมื่อจัดให้คู่ชีวิตแยกกันอยู่ ต้องจัดให้บุตรได้รับการเลี้ยงดู และการศึกษาอบรมอย่างเหมาะสมเสมอ
มาตรา 1155 คู่ชีวิตฝ่ายบริสุทธิ์สามารถรับคู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งกลับมาร่วมชีวิตฉันท์สามีภรรยาอย่างน่าสรรเสริญอีกครั้งหนึ่งในกรณีเช่นนี้ เขาสละสิทธิ์ที่จะแยกกันอยู่
