ลักษณะ 2 เวลาศักดิ์สิทธิ์
มาตรา 1244 วรรค 1 อำนาจสูงสุดของพระศาสนจักร แต่อำนาจเดียวมีอำนาจกำหนด เลื่อน ยกเลิกวันฉลองและวันทำการใช้โทษบาปด้วยที่ใช้สำหรับพระศาสนจักรสากล ทั้งนี้ให้คงไว้ซึ่งข้อกำหนดของมาตรา 1246
วรรค 2 พระสังฆราชสังฆมณฑล สามารถกำหนดวันฉลอง หรือวันทำการใช้โทษบาปเฉพาะสำหรับสังฆมณฑลของตนได้เป็นครั้งๆ ไปเท่านั้น
มาตรา 1245 โดยคงไว้ซึ่งสิทธิของพระสังฆราชสังฆมณฑล ที่กล่าวถึงในมาตรา87 พระสงฆ์เจ้าอาวาส เมื่อมีเหตุอันชอบ และตามคำสั่งของพระสังฆราชสังฆมณฑลสามารถให้การยกเว้นในแต่ละกรณี จากพันธะต้องถือวันฉลองหรือวันทำการใช้โทษบาปหรือเปลี่ยนพันธะนั้นไปเป็นกิจกรรมศรัทธาอย่างอื่นแทนได้อธิการของสถาบันนักบวชหรือของคณะชีวิตธรรมทูต ถ้าเป็นสมณะสิทธิสันตะสำนักก็ทำได้เช่นกัน เกี่ยวกับผู้ใต้ปกครองเฉพาะของตนและบุคคลอื่นที่อาศัยอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืนในบ้านของคณะ
หมวด 1 วันฉลอง
มาตรา 1246 วรรค 1 วันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันฉลองรหัสธรรมปาสกาตามประเพณีที่สืบทอดมาจากอัครสาวก ต้องถือเป็นวันฉลองต้องบังคับแรกในพระศาสนจักรสากล เช่นเดียวกันวันต่อไปนี้ต้องถือเป็นวันฉลองต้องบังคับด้วย :วันสมภพของพระเยซูคริสต์พระสวามีของเรา วันพระคริสตประจักษ์ วันเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ วันฉลองพระกายและพระโลหิตของพระคริสต์ วันฉลองพระนางมารีย์พระมารดาศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า วันปฏิสนธินิรมลและวันรับยกขึ้นสู่สวรรค์ของพระนางมารีย์ วันฉลองนักบุญยอแซฟ วันฉลองอัครสาวกเปโตรและเปาโล ในที่สุด วันฉลองนักบุญทั้งหลาย
วรรค 2 กระนั้นก็ดี สภาพระสังฆราชสามารถยกเลิกวันฉลองต้องบังคับบางวันหรือเลื่อนวันฉลองเหล่านั้นไปวันอาทิตย์ ทั้งนี้โดยได้รับการเห็นชอบจากสันตะสำนักก่อน
มาตรา 1247 ในวันอาทิตย์ และวันฉลองอื่นๆ ที่ต้องบังคับคริสตชนต้องไปร่วมพิธีบูชามิสซา ยิ่งกว่านั้น ต้องเว้นจากการงานและธุรกิจซึ่งกีดกันการถวายคารวกิจแด่พระเจ้าความชื่นชมยินดีอันเป็นเฉพาะสำหรับวันพระเจ้าหรือการพักผ่อนอันจำเป็นของใจและกาย
มาตรา 1248 วรรค 1 ผู้ที่ร่วมพิธีบูชามิสซาซึ่งถวายด้วยจารีตคาทอลิก ณที่ใดไม่ว่า ในวันฉลองนั้นเอง หรือในตอนเย็นของวันก่อนฉลองถือว่าได้ปฏิบัติตามบัญญัติให้ร่วมพิธีบูชามิสซานั้นแล้ว
วรรค 2 ถ้าขาดบุคลากรศักดิ์สิทธิ์ หรือมีเหตุอันหนักทำให้ไม่สามารถร่วมพิธีบูชามิสซาได้ ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้ร่วมในวจนพิธีกรรม ถ้าหากมีการจัดพิธีนั้น ในวัดปกครองหรือในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อื่น ตามข้อกำหนดของพระสังฆราชสังฆมณฑลหรือให้สวดภาวนาส่วนตัว หรือเป็นครอบครัวเป็นเวลานานเท่าที่ควรหรือร่วมกับครอบครัวอื่นๆ เท่าที่โอกาสจะอำนวย
หมวด 2 วันทำการใช้โทษบาป
มาตรา 1249 คริสตชนทุกคน แต่ละคนด้วยวิธีของตนเองมีพันธะต้องทำการใช้โทษบาป โดยกฎหมายของพระเจ้า อย่างไรก็ดีเพื่อให้คริสตชนทั้งหมดร่วมกันทำการใช้โทษบาป จึงได้กำหนดวันใช้โทษบาปขึ้นซึ่งในวันเหล่านั้น คริสตชนอุทิศตนเป็นพิเศษ เพื่อภาวนาปฏิบัติกิจศรัทธาและกิจเมตตา ปฏิเสธตนเองโดยทำหน้าที่ของตนอย่างซื่อสัตย์ยิ่งขึ้น และเป็นต้น โดยการถือศีลอดอาหารและอดเนื้อ ตามกฎเกณฑ์ของมาตราต่อไปนี้
มาตรา 1250 วันและเวลาทำการใช้โทษบาป ในพระศาสนจักรสากล คือ ทุกวันศุกร์ตลอดปี และเทศกาลมหาพรต
มาตรา 1251 การอดเนื้อ หรือการอดอาหารอย่างอื่นตามข้อกำหนดของสภาพระสังฆราช ต้องถือทุกวันศุกร์ตลอดปีเว้นแต่วันฉลองใหญ่ตกเป็นวันศุกร์ส่วนการอดเนื้อและการอดอาหารต้องถือในวันพุธรับเถ้าและในวันศุกร์แห่งมหาทรมาน และการสิ้นพระชนม์ของพระสวามีเยซูคริสตเจ้าของเรา
มาตรา 1252 ผู้ที่มีอายุครบสิบสี่ปี (14 ปี) บริบูรณ์ต้องถือกฎการอดเนื้อ ส่วนผู้ที่มีอายุเป็นผู้ใหญ่ต้องถือกฎการอดอาหารจนถึงอายุเริ่มหกสิบปี (60 ปี) กระนั้นก็ดีผู้อภิบาลวิญญาณและบิดามารดาต้องเอาใจใส่ให้ผู้เยาว์ที่แม้ไม่ถูกบังคับให้ถือกฎ การอดเนื้อและการอดอาหาร เพราะอายุยังน้อยได้รับการอบรมถึงความหมายแท้ของการใช้โทษบาป
มาตรา 1253 สภาพระสังฆราช สามารถกำหนดให้ชัดแจ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการอดเนื้อและการอดอาหารและกำหนดรูปแบบอื่นๆ ของการใช้โทษบาป เป็นต้น เกี่ยวกับการปฏิบัติกิจเมตตา และกิจศรัทธา เพื่อทดแทนการอดเนื้อ และการอดอาหารทั้งหมด หรือเป็นบางส่วน
