Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 5 ทรัพย์สิน ฝ่ายโลกของพระศาสนจักร

ลักษณะ 2 การบริหารทรัพย์สิน

มาตรา 1273 สมเด็จพระสันตะปาปา ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุดในการปกครองเป็นผู้บริหาร และผู้จัดการสูงสุด แห่งทรัพย์สินฝ่ายพระศาสนจักรทั้งหมด

มาตรา 1274 วรรค 1 ในแต่ละสังฆมณฑลต้องมีกองทุนพิเศษซึ่งรวบรวมทรัพย์สิน หรือเงินถวายโดยมีจุดประสงค์เพื่อค้ำจุนบรรดาสมณะ ซึ่งรับใช้สังฆมณฑล ตามกฎหมายมาตรา281 เว้นแต่จะจัดหาความช่วยเหลือไว้แล้วเป็นอย่างอื่น

วรรค 2 ในที่ซึ่งประกันสังคมสำหรับสมณะยังไม่มีการจัดไว้อย่างเหมาะสมสภาพระสังฆราชต้องเอาใจใส่ให้มีกองทุนประกันสังคมอย่างเพียงพอสำหรับสมณะ

วรรค 3 ในแต่ละสังฆมณฑล ต้องจัดให้มีกองทุนกลางตามความจำเป็น เพื่อพระสังฆราชสามารถทำหน้าที่ช่วยเหลือ

บุคคลอื่นๆ ที่รับใช้พระศาสนจักร และเพื่อสนองความต้องการต่างๆของสังฆมณฑล และเพื่อสังฆมณฑลที่ร่ำรวยกว่าสามารถช่วยเหลือสังฆมณฑลที่ยากจนกว่า

วรรค 4 ตามสภาพแวดล้อมของพื้นที่ต่างๆ จุดประสงค์ที่กล่าวถึงในวรรค 2 และ วรรค 3 สามารถบรรลุผลดีขึ้นโดยการรวบรวมกองทุนระหว่างสังฆมณฑลเข้าด้วยกัน หรือโดยการร่วมมือกันหรือแม้โดยการตั้งสมาคมที่เหมาะสมสำหรับสังฆมณฑลต่างๆ และยิ่งกว่านั้นสำหรับเขตทั้งหมดของสภาพระสังฆราชเองด้วย

วรรค 5 ถ้าเป็นไปได้กองทุนเหล่านี้ ต้องจัดตั้งขึ้นให้มีผลในทางกฎหมายบ้านเมืองด้วย

มาตรา 1275 กองทุนทรัพย์สินรวมที่มาจากสังฆมณฑลต่างๆ ต้องบริหารตามกฎเกณฑ์ที่ได้ตกลงกันระหว่างพระสังฆราชทั้งหลายซึ่งมีส่วนได้เสียร่วมกัน

มาตรา 1276 วรรค 1 เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจ ต้องเอาใจใส่ดูแลการบริหารทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งเป็นของนิติบุคคลสาธารณะที่ขึ้นกับตนโดยคงไว้ซึ่งตำแหน่งต่างๆ ที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งให้สิทธิที่ดีกว่าแก่ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจองค์เดียวกันนั้นวรรค 2 บรรดาผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจต้องเอาใจใส่ดูแลธุรกิจทั้งหมดของการบริหารทรัพย์สินฝ่ายพระศาสนจักรโดยออกคำสั่งพิเศษภายในขอบเขตของกฎหมายสากล และกฎหมายเฉพาะพร้อมทั้งคำนึงถึงสิทธิ ประเพณีอันชอบด้วยกฎหมาย และสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย

มาตรา 1277 พระสังฆราชสังฆมณฑล ต้องฟังที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและคณะที่ปรึกษาในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจบริหารที่สำคัญมากโดยคำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของสังฆมณฑล อย่างไรก็ตามท่านต้องรับความเห็นชอบของที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ และของคณะที่ปรึกษาด้วยเพื่อทำกิจการบริหารวิสามัญ นอกเหนือไปจากกรณีที่บ่งไว้พิเศษในกฎหมายสากลหรือในกฎบัตรกองทุน ส่วนสภาพระสังฆราชมีหน้าที่กำหนดว่ากิจการใดเป็นบริหารวิสามัญ

มาตรา 1278 นอกจากหน้าที่ซึ่งกล่าวถึงในกฎหมายมาตรา 494 วรรค 3 และ 4 พระสังฆราชสังฆมณฑลสามารถมอบหน้าที่ที่กล่าวถึงในกฎหมายมาตรา 1276 วรรค 1และมาตรา 1279 วรรค 2 แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐกิจ

มาตรา 1279 วรรค 1 การบริหาร ทรัพย์สินฝ่ายพระศาสนจักร เป็นธุระของ ผู้ปกครองโดยตรง ของบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น เว้นแต่กฎหมายเฉพาะ หรือธรรมนูญหรือประเพณีอันชอบด้วยกฎหมายจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นและให้คงไว้ซึ่งสิทธิของผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจที่จะแทรกแซงในกรณีที่ผู้บริหารนั้นเพิกเฉย

วรรค 2 ในการบริหารทรัพย์สินของนิติบุคคลสาธารณะ ซึ่งจากกฎหมายหรือจากกฎบัตรกองทุน หรือจากธรรมนูญเฉพาะไม่มีผู้บริหารของตนผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจซึ่งนิติบุคคลสาธารณะนั้นอยู่ใต้ปกครองต้องแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมให้เป็นผู้บริหาร เป็นวาระ 3 ปีผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจสามารถแต่งตั้งบุคคลเดียวกันนั้นเป็นผู้บริหารอีก

มาตรา 1280 นิติบุคคลใดๆ ไม่ว่า ต้องมีคณะที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของตนหรืออย่างน้อยมีที่ปรึกษา คนเพื่อช่วยผู้บริหารในการทำหน้าที่ตามกฎเกณฑ์ของธรรมนูญ

มาตรา 1281 วรรค 1 โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดของธรรมนูญผู้บริหารที่ทำเกินขอบเขต และวิธีการของการบริหารตามปกติย่อมทำการอันเป็นโมฆะ เว้นแต่ก่อนทำการ เขาได้รับอำนาจให้ทำเช่นนั้นเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจวรรค 2 ในธรรมนูญต้องกำหนดกิจการที่เกินขอบเขต และวิธีการของการบริหารปกติถ้าธรรมนูญมิได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของพระสังฆราชสังฆมณฑลเมื่อได้ฟังคณะที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจแล้ว ต้องกำหนดกิจการเช่นนี้สำหรับบุคคลที่อยู่ใต้ปกครองของตน

วรรค 3 เว้นแต่เมื่อ และเท่าที่ได้ผลประโยชน์นิติบุคคลไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่โมฆะของผู้บริหาร อย่างไรก็ตามนิติบุคคลเองต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่ไม่โมฆะของผู้บริหาร โดยคงไว้ซึ่งสิทธิฟ้องร้อง หรือเรียกร้องเอาผิดกับผู้บริหารซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย

มาตรา 1282 ทุกคนไม่ว่าเป็นสมณะหรือฆราวาสซึ่งมีส่วนในการบริหารทรัพย์สินฝ่ายพระศาสนจักร โดยตำแหน่งอันชอบด้วยกฎหมายต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนในนามของพระศาสนจักร ตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย

มาตรา 1283 ก่อนที่ผู้บริหารเข้ารับหน้าที่ของตน

    1. ต้องสาบานตนต่อหน้าผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจ หรือผู้แทนของท่านว่า ตนจะบริหารอย่างดี และอย่างซื่อสัตย์

    2. ต้องทำรายการอย่างละเอียด และแจ้งชัดของอสังหาริมทรัพย์สังหาริมทรัพย์ที่มีค่า หรือที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม หรือทรัพย์สินอื่นๆ พร้อมกับคำบรรยาย และการประเมินค่าของทรัพย์สินเหล่านั้นพร้อมลายเซ็นของตนเอง และต้องรับรู้รายการที่ทำแล้ว

    3. สำเนาฉบับหนึ่งของบัญชีรายการนี้ เก็บไว้ที่ตู้เอกสารในที่ทำงานอีกฉบับหนึ่งเก็บไว้ที่ตู้เอกสารของสำนักสังฆมณฑล การเปลี่ยนแปลงใดๆ ไม่ว่า ที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สินที่ว่าต้องบันทึกในบัญชีรายการทั้งสองฉบับ

มาตรา 1284 วรรค 1 ผู้บริหารทุกคนมีภาระ ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง เยี่ยงพ่อบ้านที่ดี

วรรค 2 ฉะนั้น ผู้บริหารต้อง

    1. เฝ้าระวังมิให้ทรัพย์สินที่มอบไว้ในความดูแลของตนสูญหายหรือได้รับความเสียหาย ไม่ว่าด้วยแบบใดๆ และทำประกันเท่าที่จำเป็นเพื่อจุดประสงค์นี้

    2. เอาใจใส่รักษาการเป็นเจ้าของทรัพย์สินฝ่ายพระศาสนจักรให้ปลอดภัย ด้วยวิธีการที่มีผลตามกฎหมายบ้านเมือง

    3. ถือตามข้อกำหนดทั้งของกฎหมายพระศาสนจักร และกฎหมายบ้านเมืองหรือข้อกำหนดที่ตั้งขึ้นโดยผู้ก่อตั้ง หรือผู้บริจาคหรือผู้ทรงอำนาจที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้บริหารต้องระวังเป็นเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง

    4. จัดเก็บรายได้ และรายรับของทรัพย์สินอย่างละเอียดและตามเวลาที่ถูกต้อง และเมื่อเก็บแล้ว ต้องรักษาให้ปลอดภัยและใช้มันตามจุดประสงค์ของผู้ก่อตั้ง หรือตามกฎเกณฑ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย

    5. ชำระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพราะการยืม หรือจำนองตามเวลาที่กำหนด และเอาใจใส่คืนเงินต้นของหนี้สินนั้นตามเวลาที่เหมาะสม

    6. ด้วยความเห็นชอบของผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจ นำเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายและเงินที่สามารถจัดการให้เป็นประโยชน์ได้ไปลงทุนเพื่อจุดประสงค์ของนิติบุคคล

    7. ทำบัญชีรายรับ และรายจ่าย อย่างเป็นระเบียบ

    8. ทำรายงานการบริหารทุกสิ้นปี

    9. จัดเอกสาร และเอกสารสิทธิ์ซึ่งเป็นหลักฐานของสิทธิในทรัพย์สินของพระศาสนจักร และของสถาบันให้เป็นระเบียบอย่างถูกต้องและเก็บรักษาไว้ในตู้เอกสารที่ปลอดภัย และเหมาะสม ที่ใดทำได้สะดวกให้เก็บต้นฉบับแท้ของเอกสารเหล่านั้นในตู้เอกสารของสำนักสังฆมณฑล

วรรค 3 ขอแนะนำอย่างแข็งขัน ให้ผู้บริหารจัดทำงบประมาณรายรับและรายจ่ายทุกๆ ปี อย่างไรก็ตาม ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายเฉพาะที่จะสั่ง และกำหนดวิธีการเสนองบประมาณนั้น อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น

มาตรา 1285 ภายในขอบเขตการบริหารทรัพย์สินตามปกติเท่านั้นอนุญาตให้ผู้บริหารนำทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ที่ไม่รวมอยู่ในกองทรัพย์สินถาวรไปทำการบริจาค เพื่อกิจศรัทธาหรือเพื่อกิจเมตตาแบบ คริสตชนได้

มาตรา 1286 ผู้บริหารทรัพย์สินฝ่ายโลก

    1. ในการจ้างแรงงาน ต้องปฏิบัติอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามหลักการที่พระศาสนจักรสั่งสอน และตามกฎหมายบ้านเมืองที่เกี่ยวกับแรงงาน และชีวิตสังคมด้วย

    2. ต้องจ่ายค่าจ้างที่เป็นธรรม และสมศักดิ์ศรีแก่คนงานที่ทำงานตามที่ตกลงกันเพื่อให้เขาสามารถจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับตนเอง และคนที่ขึ้นอยู่กับเขาได้อย่างเหมาะสม

มาตรา 1287 วรรค 1 โดยตำหนิประเพณีที่ตรงกันข้ามผู้บริหารทั้งที่เป็นสมณะ และฆราวาสซึ่งทำหน้าที่บริหารทรัพย์สินฝ่ายพระศาสนจักรใดๆ ไม่ว่าที่มิถูกถอนออกจากอำนาจปกครองของพระสังฆราชสังฆมณฑลโดยชอบด้วยกฎหมายมีหน้าที่ต้องส่งรายงานทุกปีแก่ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นซึ่งท่านต้องส่งรายงานนั้นแก่คณะที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจเพื่อตรวจสอบ

วรรค 2 เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ สัตบุรุษบริจาคแก่พระศาสนจักร ผู้บริหารต้องทำรายงานแก่สัตบุรุษตามกฎเกณฑ์ที่ต้องกำหนดโดยกฎหมายเฉพาะ

มาตรา 1288 ผู้บริหารทรัพย์สิน ต้องไม่ดำเนินคดีหรือต่อสู้คดีในศาลทางบ้านเมืองในนามของนิติบุคคลสาธารณะเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจเฉพาะของตนก่อน

มาตรา 1289 ผู้บริหารทรัพย์สินแม้ว่าไม่มีพันธะในการบริการโดยตำแหน่งหน้าที่ทางพระศาสนจักรเขาไม่สามารถทิ้งหน้าที่ซึ่งเขาได้รับมาโดยพลการของตนเอง ถ้าเขาทำเช่นนั้น และการกระทำเช่นนี้ทำให้เกิดความเสียหายแก่พระศาสนจักรเขามีหน้าที่จะต้องชดใช้ความเสียหายนั้น

book

"การบริหารทรัพย์สิน" (มาตรา 1273-1289)

"สัญญา และโดยเฉพาะ การจำหน่ายจ่ายโอน" (มาตรา 1290-1298) >>