Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 5 ทรัพย์สิน ฝ่ายโลกของพระศาสนจักร

ลักษณะ 4 พินัยกรรมศรัทธาโดยทั่วไปและกองทุนมูลนิธิศรัทธา

มาตรา 1299 วรรค 1 บุคคลซึ่งตามกฎหมายธรรมชาติ และกฎหมายพระศาสนจักรสามารถจัดการทรัพย์สินของตนได้อย่างอิสระสามารถอุทิศทรัพย์นั้นเพื่อการกุศล โดยทำพินัยกรรมซึ่งมีผลขณะยังมีชีวิตอยู่ หรือเมื่อสิ้นชีพแล้ว

วรรค 2 พินัยกรรมซึ่งมีผลเมื่อสิ้นชีพแล้วเพื่อยกทรัพย์สินให้พระศาสนจักร ถ้าทำได้ต้องทำตามรูปแบบของกฎหมายบ้านเมืองถ้ามิได้ทำต้องเตือนผู้รับมรดกถึงพันธะที่ผูกมัดเขาให้ปฏิบัติตามเจตนาของผู้ทำพินัยกรรม

มาตรา 1300 เจตนาของสัตบุรุษที่อุทิศหรือสละทรัพย์สินเพื่อการกุศลโดยพินัยกรรมซึ่งมีผลขณะยังมีชีวิตอยู่ หรือเมื่อสิ้นชีพแล้วเมื่อเจตนานั้นได้รับการยอมรับอย่างถูกต้องแล้วต้องปฏิบัติตามอย่างขะมักเขม้น แม้ในเรื่องวิธีการบริหารและการจำหน่ายทรัพย์สินด้วย โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 1301 วรรค 3

มาตรา 1301 วรรค 1 ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจ เป็นผู้ปฏิบัติตามพินัยกรรมศรัทธาทุกฉบับ ทั้งที่มีผลขณะยังมีชีวิตอยู่ หรือเมื่อสิ้นชีพแล้ว

วรรค 2 โดยสิทธินี้ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจสามารถ และต้องดูแลแม้โดยวิธีการไปเยี่ยมด้วย ให้มีการปฏิบัติอย่างครบถ้วนตามพินัยกรรมศรัทธาและบรรดาผู้ปฏิบัติอื่นๆ เมื่อได้ทำหน้าที่เสร็จแล้ว ต้องรายงานให้ท่านทราบ

วรรค 3 เงื่อนไขที่เพิ่มต่อท้ายพินัยกรรม ซึ่งขัดกับสิทธิข้อนี้ของผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจ ให้ถือประหนึ่งว่าไม่มี

มาตรา 1302 วรรค 1 บุคคลซึ่งได้รับหน้าที่ดูแลทรัพย์สินเพื่อการกุศลไม่ว่าโดยนิติกรรม ซึ่งมีผลขณะมีชีวิตอยู่หรือโดยพินัยกรรมต้องแจ้งให้ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจทราบเกี่ยวกับภาระนี้และต้องแสดงทรัพย์สินทุกอย่าง ทั้งสังหาริมทรัพย์ หรือ อสังหาริมทรัพย์พร้อมกับพันธะติดพันด้วย ถ้าหากผู้บริจาคห้ามเรื่องนี้อย่างชัดแจ้งและเด็ดขาด ก็ต้องไม่ยอมรับหน้าที่นี้

วรรค 2 ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจต้องเรียกร้องให้ทรัพย์สินที่รับไว้ในความดูแล เก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยเช่นเดียวกัน ท่านต้องดูแลให้ปฏิบัติตามพินัยกรรมศรัทธาตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายมาตรา 1301

วรรค 3 เมื่อทรัพย์สินที่มอบไว้ในความดูแลแก่สมาชิกคนหนึ่งของสถาบันนักบวชหรือของคณะชีวิตแพร่ธรรม โดยมีจุดประสงค์มอบให้แก่สถานที่หนึ่งโดยเฉพาะกล่าวคือสังฆมณฑล หรือแก่ผู้อาศัยในสังฆมณฑล หรือเพื่อการกุศลผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจที่ระบุไว้ในวรรค 1 และ 2 ได้แก่ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่น มิฉะนั้น ถ้าผู้ได้รับมอบให้ดูแลเป็นสมาชิกในสถาบันสมณะสิทธิสันตะสำนัก ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจ คือท่านอธิการใหญ่หรือถ้าเป็นสมาชิกในสถาบันนักบวช ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจ คือผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจเฉพาะของสมาชิกนั้นเอง

มาตรา 1303 วรรค 1 กองทุนมูลนิธิศรัทธา ในกฎหมายได้แก่

     1. กองทุนมูลนิธิศรัทธาอิสระ กล่าวคือทรัพย์สินทุกชนิดที่รวมเป็นกองทุนเพื่อจุดประสงค์ที่ระบุไว้ในกฎหมายมาตรา114 วรรค 2 และตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคล โดยผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจฝ่ายพระศาสนจักร

     2. กองทุนมูลนิธิศรัทธาไม่อิสระ กล่าวคือทรัพย์สินฝ่ายโลกที่ให้แก่นิติบุคคลสาธารณะบางแห่ง ไม่ว่าด้วยวิธีใดๆพร้อมกับภาระเป็นระยะเวลานานซึ่งกำหนดโดยกฎหมายเฉพาะที่จะต้องถวายบูชามิสซา จากรายได้ประจำปีและกระทำหน้าที่ฝ่ายพระศาสนจักรตามที่กำหนดไว้ หรือมิฉะนั้นเพื่อจุดประสงค์ตามที่ระบุไว้ในกฎหมายมาตรา 114 วรรค 2

วรรค 2 ทรัพย์สินของกองทุนมูลนิธิศรัทธาที่ไม่อิสระถ้ามอบให้แก่นิติบุคคลที่ขึ้นกับพระสังฆราชสังฆมณฑล เมื่อสิ้นสุดเวลาแล้วทรัพย์สินนั้นต้องมอบให้แก่สถาบันที่ระบุไว้ในกฎหมายมาตรา 1274 วรรค 1 เว้นแต่ผู้บริจาคแสดงเจตนาอย่างชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น มิฉะนั้นทรัพย์สินนั้นตกเป็นของนิติบุคคลนั้นเอง

มาตรา 1304 วรรค 1 เพื่อให้นิติบุคคลสามารถรับกองทุนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายจำเป็นต้องมีอนุญาตของผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรผู้ใหญ่ดังกล่าวต้องไม่ให้อนุญาตก่อนที่จะเห็นโดยชอบด้วยกฎหมายว่านิติบุคคลนั้นสามารถปฏิบัติทั้งพันธะใหม่ที่จะรับ และพันธะเก่าที่รับมาแล้วยิ่งกว่านั้นต้องระวังเป็นพิเศษให้รายได้ตอบสนองอย่างเพียงพอทีเดียวต่อพันธะที่ติดมาตามประเพณีของท้องที่ หรือของแขวงแต่ละแห่ง

วรรค 2 เงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวกับธรรมนูญ และการรับกองทุนต้องกำหนด โดยกฎหมายเฉพาะ

มาตรา 1305 เงิน และสังหาริมทรัพย์ที่กำหนดเป็นสินสอดจะต้องเก็บทันทีในที่ปลอดภัยซึ่งรับรองโดยผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เงินหรือค่าของสังหาริมทรัพย์ได้รับการปกปักรักษาอย่างปลอดภัย ทรัพย์สินนี้โดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ต้องนำไปลงทุนอย่างระมัดระวัง และอย่างประโยชน์เพื่อผลประโยชน์ของกองทุนตามที่ระบุไว้อย่างชัดแจ้ง และเฉพาะถึงภาระที่ติดมากับกองทุนการลงทุนนี้ต้องทำตามการวินิจฉัยที่รอบคอบของผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจคนเดียวกันซึ่งได้ปรึกษาผู้มีส่วนได้เสีย และคณะที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของท่าน

มาตรา 1306 วรรค 1 กองทุน แม้ตั้งขึ้นโดยปากเปล่า ต้องบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

วรรค 2 สำเนาเอกสารกองทุนฉบับหนึ่งต้องเก็บไว้อย่างปลอดภัยในตู้เอกสารของสำนักสังฆมณฑลและอีกฉบับหนึ่งเก็บไว้ในตู้เอกสารของนิติบุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องกับกองทุน

มาตรา 1307 วรรค 1 โดยถือตามข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 1300-1302 และ 1287 ต้องทำบัญชีภาระที่เกิดขึ้นจากกองทุนมูลนิธิศรัทธาซึ่งต้องติดตั้งไว้ในที่เปิดเผย เพื่อมิให้หลงลืมภาระที่ต้องปฏิบัติ

วรรค 2 นอกจากหนังสือที่ระบุไว้ในกฎหมายมาตรา 958 วรรค 1 แล้วต้องมีหนังสืออีกเล่มหนึ่ง และเก็บไว้ที่บ้านของเจ้าวัด หรืออธิการโบสถ์ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ ต้องบันทึกภาระแต่ละเรื่อง ภาระที่ได้ปฏิบัติไปแล้วและเงินทานที่ได้รับ

มาตรา 1308 วรรค 1 การปรับลดภาระมิสซาต้องทำเฉพาะเมื่อมีเหตุชอบธรรม และจำเป็นเท่านั้นการปรับลดนี้สงวนไว้แก่สันตะสำนัก โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

วรรค 2 ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจสามารถปรับลดภาระมิสซาลงได้ เพราะรายได้ลดลง ถ้าในเอกสารกองทุนได้คาดการเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วอย่างแจ้งชัด

วรรค 3 เมื่อรายได้ลดลง พระสังฆราชสังฆมณฑลมีอำนาจปรับลดจำนวนมิสซาจากกองมรดกหรือจากกองทุนทุกชนิดที่เป็นกองทุนอิสระเพื่อให้เหมาะสมกับระดับค่ามิสซาปัจจุบัน ที่ได้กำหนดอย่างถูกต้องตามกฎหมายในสังฆมณฑลตลอดระยะเวลาที่เหตุการณ์ที่จำต้องปรับนั้นยังคงอยู่ขอแต่ว่าไม่มีใครที่ต้องมีภาระและถูกบีบบังคับอย่างได้ผลให้ต้องเพิ่มเงินถวายมิสซา

วรรค 4 ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจคนเดียวกัน มีอำนาจปรับลดภาระ หรือมรดกมิสซาซึ่งผูกมัดสถาบันฝ่ายพระศาสนจักรถ้ารายได้ลดลงจนไม่เพียงพอที่จะดำเนินการตามจุดประสงค์เฉพาะของสถาบันนั้นอย่างเหมาะสม

วรรค 5 ผู้บริหารสูงสุดของสถาบันนักบวช สมณะ สิทธิสันตะสำนัก มีอำนาจเดียวกัน ดังที่ระบุไว้ในวรรค 3 และ 4

มาตรา 1309 ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจคนเดียวกัน ที่ระบุไว้ในกฎหมายมาตรา 1308มีอำนาจด้วยที่จะย้ายเมื่อมีเหตุผลอันเหมาะสม พันธะมิสซาไปยังวัดหรือพระแท่นอื่นที่แตกต่างจากที่กำหนดไว้ในกองทุน

มาตรา 1310 วรรค 1 ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจสามารถปรับลด ปรับให้พอควรหรือปรับเปลี่ยนพินัยกรรมเพื่อการกุศลของสัตบุรุษได้เฉพาะเมื่อมีเหตุผลชอบธรรมและจำเป็นเท่านั้น ขอแต่ว่าผู้ตั้งกองทุนให้อำนาจนั้นแก่เขาอย่างชัดแจ้ง

วรรค 2 ถ้าการปฏิบัติตามพันธะ เป็นไปไม่ได้ เพราะรายได้ลดลงหรือเพราะสาเหตุอื่นบางประการ โดยมิใช่ความผิดของผู้บริหารผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจสามารถลดพันธะนั้นลงได้อย่างเที่ยงธรรมหลังจากได้ปรึกษากับผู้มีส่วนได้เสีย และคณะที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของตนแล้วทั้งนี้ โดยพยายามทำตามเจตนาของผู้ตั้งกองทุนให้ดีเท่าที่จะทำได้ยกเว้นการปรับลดมิสซา ซึ่งควบคุมโดยข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 1308

วรรค 3 ในกรณีอื่นๆ ต้องเสนอเรื่องต่อสันตะสำนัก

book

"พินัยกรรมศรัทธาโดยทั่วไปและกองทุนมูลนิธิศรัทธา" (มาตรา 1299-1310)