ลักษณะ 6 การสิ้นสุดของโทษ
มาตรา 1354 วรรค 1 นอกจากบุคคลที่มีกล่าวไว้ในกฎหมายมาตรา 1355–1356แล้ว ทุกคนซึ่งสามารถให้การยกเว้นจากกฎหมายที่มีโทษพ่วงติดอยู่หรือสามารถยกเว้นจากคำสั่งที่คาดโทษไว้ เขาก็สามารถยกโทษนั้นได้ด้วย
วรรค 2 นอกนั้นกฎหมายหรือคำสั่ง ซึ่งกำหนดโทษสามารถให้อำนาจยกโทษแก่คนอื่นได้ด้วย
วรรค 3 ถ้าสันตะสำนักสงวนการยกโทษไว้แก่ตนเอง หรือแก่ผู้อื่น การสงวนนั้นต้องตีความอย่างเคร่งครัด
มาตรา 1355 วรรค 1 ถ้าไม่มีการสงวนการยกโทษไว้แก่สันตะสำนัก บุคคลต่อไปนี้สามารถยกโทษซึ่งกฎหมายกำหนดเมื่อมีการสั่งหรือประกาศ
1. ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจผู้ซึ่งเริ่มขบวนการพิจารณาทางศาลเพื่อสั่งหรือประกาศลงโทษหรือผู้ซึ่งมีคำสั่งลงโทษ หรือประกาศลงโทษโดยตนเอง หรือโดยบุคคลอื่น
2. ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจของท้องที่ ซึ่งผู้กระทำผิดพำนักอยู่ อย่างไรก็ตามโดยได้ปรึกษากับผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจที่กล่าวไว้ในข้อ 1 เสียก่อนเว้นแต่การปรึกษานั้นไม่อาจทำได้ เพราะกรณีแวดล้อมที่ผิดปกติ
วรรค 2 ถ้าไม่เป็นโทษสงวนไว้แก่สันตะสำนัก ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจสามารถยกโทษชนิดที่ไม่ต้องมีการพิจารณาตัดสิน ที่กฎหมายกำหนดไว้แต่ยังไม่ถูกประกาศให้แก่ผู้อยู่ใต้อำนาจการปกครองของตนหรือแก่ผู้ที่พำนักอยู่ในเขตการปกครองของตนหรือแก่ผู้กระทำความผิดในเขตการปกครองของตน ยิ่งกว่านั้นพระสังฆราชองค์ใดไม่ว่า ซึ่งกำลังทำหน้าที่โปรดศีลอภัยบาปก็สามารถยกโทษดังกล่าวได้
มาตรา 1356 วรรค 1 โทษที่ต้องมีการพิจารณาตัดสินหรือโทษที่ไม่ต้องมีการพิจารณาตัดสินที่กำหนดในบัญญัติซึ่งไม่ได้ออกโดยสันตะสำนัก บุคคลต่อไปนี้สามารถย้ายได้
1. ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจของท้องที่ ซึ่งผู้กระทำความผิดพำนักอยู่
2. ถ้าโทษที่ถูกสั่งลงทัณฑ์ หรือถูกประกาศลงทัณฑ์แล้วผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจด้วย ผู้ซึ่งได้เริ่มขบวนการพิจารณาสั่งลงทัณฑ์หรือประกาศลงทัณฑ์หรือผู้ที่ได้ลงทัณฑ์หรือประกาศลงทัณฑ์ด้วยคำสั่งโดยตนเอง หรือโดยบุคคลอื่น
วรรค 2 ก่อนจะให้การอภัย จะต้องมีการปรึกษากับผู้ออกคำสั่งเสียก่อน เว้นแต่จะทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะกรณีแวดล้อมที่ผิดปกติ
มาตรา 1357 วรรค 1 โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 508 และ 976 ถ้าเป็นที่ทรมานใจสำหรับผู้สำนึกผิดที่จำเป็นต้องอยู่ในสภาพบาปหนักจนกว่าผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจจะจัดการผู้โปรดศีลอภัยบาปภายในขอบเขตของศีลอภัยบาปก็สามารถอภัยโทษอัตโนมัติ (ที่ไม่ต้องมีการพิจารณาตัดสิน) ซึ่งตัดบุคคลนั้นออกจากพระศาสนจักรหรือทำให้เป็นผู้ต้องห้าม โทษดังกล่าวนี้เป็นโทษที่ไม่ได้ถูกประกาศ
วรรค 2 ในการให้อภัย ผู้โปรดศีลอภัยบาปต้องเพิ่มภาระให้แก่ผู้สำนึกผิดที่จะต้องเข้าหาผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจหรือพระสงฆ์ผู้มีอำนาจปฏิบัติภายในหนึ่งเดือน มิฉะนั้นโทษจะกลับมาอีก และต้องทำตามคำแนะนำของท่าน ในขณะเดียวกันผู้โปรดบาปต้องให้กิจใช้โทษที่เหมาะสม และต้องกำหนดการชดเชยการเป็นที่สะดุดและความเสียหายเท่าที่จำเป็นการเข้าหาผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจนี้สามารถทำได้โดยผ่านทางผู้โปรดบาปโดยไม่มีการบ่งชื่อ
วรรค 3 หลังจากได้ฟื้นกลับสู่สภาพดีแล้ว ภาระเดียวกันนี้ที่ต้องเข้าหาผู้ใหญ่ผูกมัดผู้รับการอภัยตามกฎหมายมาตรา 976 จากโทษที่ถูกสั่งลงทัณฑ์ หรือถูกประกาศลงทัณฑ์ หรือที่สงวนไว้แก่สันตะสำนัก
มาตรา 1358 วรรค 1 การให้อภัยโทษ ไม่สามารถให้แก่ผู้ทำผิดได้เว้นแต่เขาจะได้ละจากความดื้อดึงนั้นแล้ว ตามกฎหมายมาตรา 1347 วรรค 2อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาละจากความดื้อดึงแล้ว การให้อภัยก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
วรรค 2 ผู้ที่ให้อภัยโทษ สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 1348 หรือสามารถให้กิจใช้โทษได้ด้วย
มาตรา 1359 ถ้าใครต้องโทษหลายกระทงการให้อภัยโทษใช้ได้สำหรับกระทงที่ระบุชัดแจ้งในการให้อภัยโทษนั้นเท่านั้นส่วนการให้อภัยโทษทั่วไป ให้อภัยโทษทุกกระทงเว้นแต่โทษกระทงที่ผู้กระทำผิดได้ปิดบังด้วยใจไม่บริสุทธิ์ในคำขอ
มาตรา 1360 การให้อภัยโทษที่บีบบังคับเอาโดยความกลัวหนักไม่มีผลทางกฎหมาย
มาตรา 1361 วรรค 1 การให้อภัยโทษสามารถให้ได้แม้แก่บุคคลที่ไม่อยู่ต่อหน้า หรือโดยมีเงื่อนไข
วรรค 2 การให้อภัยโทษในขอบ เขตภายนอกต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่เหตุผลสำคัญชี้นำให้ทำอย่างอื่น
วรรค 3 พึงระวังอย่าแพร่งพรายการขออภัยโทษ หรือการให้อภัยโทษนั้นเองเว้นแต่การปฏิบัติเช่นนั้นมีประโยชน์เพื่อป้องกันชื่อเสียงของผู้กระทำความผิดหรือจำเป็นเพื่อชดเชยการเป็นที่สะดุด
มาตรา 1362 วรรค 1 ความผิดทางอาญามีอายุความ 3 ปี เว้นแต่
1. ความผิดที่สงวนไว้แก่กระทรวงเกี่ยวกับคำสอนข้อความเชื่อ
2. ความผิดต่าง ๆ ที่กล่าวไว้ในกฎหมายมาตรา 1394, 1395, 1397, 1398 ซึ่งมีอายุความ 5 ปี
3. ความผิดที่กฎหมายสากลไม่ ลงโทษ ซึ่งกฎหมายเฉพาะกำหนดอายุความไว้เป็นอย่างอื่น
วรรค 2 อายุความเริ่มนับจากวันกระทำความผิด หรือถ้าเป็นความผิด ต่อเนื่อง หรือที่เป็นประจำ ก็นับจากวันที่ความผิดนั้นหยุดลง
มาตรา 1363 วรรค 1 ภายในกำหนดอายุความที่กล่าวไว้ในกฎหมายมาตรา 1362 นับจากวันที่มีคำพิพากษาลงโทษแล้วถ้าคำสั่งลงโทษของผู้พิพากษาที่กล่าวไว้ใน กฎหมายมาตรา 1651 ไม่ถูกนำไปแจ้งแก่ผู้กระทำความผิดการดำเนินการลงโทษเป็นอันสิ้นสุดลงโดยอายุความ
วรรค 2 สิ่งเดียวกันนี้ใช้ได้ถ้ามีการลงโทษโดยคำสั่งนอกขบวนการพิจารณาความ ทั้งนี้โดยปฏิบัติทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นต้องปฏิบัตินั้นเสียก่อน
