หมวด 5 ผู้ที่สามารถเข้าฟังการพิจารณาคดี และวิธีการรวบรวม และเก็บรักษาเอกสาร
มาตรา 1470 วรรค 1 นอกจากกฎหมายเฉพาะระบุไว้เป็นอย่างอื่นขณะที่คดีกำลังดำเนินการอยู่ ณ ศาลใด เฉพาะบุคคลเหล่านั้น ซึ่งกฎหมายหรือผู้พิพากษาตัดสินว่าจำเป็นเพื่อให้คดีดำเนินไป ต้องอยู่ในศาล
วรรค 2 เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ช่วยในศาลที่ขาดความคารวะและความนอบน้อมที่ควรมีต่อศาลอย่างร้ายแรงผู้พิพากษาสามารถลงโทษด้วยโทษที่เหมาะสมให้กลับไปทำหน้าที่ นอกนั้นผู้พิพากษาสามารถสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของทนายและอัยการได้ ในศาลต่างๆของพระศาสนจักร
มาตรา 1471 หากผู้ถูกไต่สวน ไม่พูดภาษาที่ผู้พิพากษาหรือคู่คดีรู้จักให้ใช้ล่ามที่สาบานตน และผู้พิพากษาแต่งตั้ง อย่างไรก็ตามให้จดบันทึกคำให้การตามภาษาเดิม และเพิ่มคำแปลด้วย เช่นเดียวกันถ้าคนหูหนวก หรือคนใบ้ ต้องถูกไต่สวน ให้ใช้ล่ามด้วย เว้นไว้แต่ว่าบังเอิญผู้พิพากษาชอบมากกว่าให้ผู้นั้นตอบคำถามที่เขาถามโดยการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
มาตรา 1472 วรรค 1 เอกสารทางศาล ทั้งสำนวนคดี กล่าวคือเรื่องที่เกี่ยวกับผลของการสอบสวน ทั้งขบวนการศาล กล่าวคือเรื่องที่เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงานศาล ต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
วรรค 2 เอกสารคดีแต่ละแผ่น ต้องใส่หมายเลข และประทับตรา
มาตรา 1473 เมื่อใดก็ตาม ที่ต้องลงลายมือชื่อของคู่คดีหรือของพยานในเอกสารทางศาล หากคู่คดีหรือพยานไม่สามารถหรือไม่ลงลายมือชื่อให้บันทึกเรื่องนี้ไว้ในเอกสารด้วย ขณะเดียวกันทั้งผู้พิพากษาและนายทะเบียนศาลต้องยืนยันว่าได้อ่านสำนวนคดีแบบคำต่อคำให้คู่คดีหรือพยานฟังแล้ว และคู่คดีหรือพยาน ไม่สามารถ หรือไม่ยอมลงลายมือชื่อ
มาตรา 1474 วรรค 1 ในกรณีการอุทธรณ์ ต้องส่งสำเนาเอกสารคดีที่มีการรับรองความถูกต้อง โดยนายทะเบียนศาลไปยังศาลสูงถัดไป
วรรค 2 หากเอกสารคดีเขียนเป็นภาษาที่ศาลสูงถัดไปไม่รู้จักต้องแปลเป็นภาษาที่ศาลรู้จักและมีการรับรองว่าการแปลนั้นตรงตามเอกสารคดีอย่างถูกต้องโดยใช้ความระมัดระวังแล้ว
มาตรา 1475 วรรค 1 เมื่อคดีความสิ้นสุดแล้ว ให้คืนเอกสารต่างๆ ที่เป็นของแต่ละบุคคล โดยทำสำเนาเก็บไว้ 1 ชุด
