หมวด 2 หมายศาล และการประกาศหมายศาล
มาตรา 1507 วรรค 1 ในคำสั่งที่ศาลตอบรับหนังสือฟ้องร้องของโจทก์ผู้พิพากษา หรือประธานคณะผู้พิพากษาต้องเรียกหรือออกหมายศาลให้คู่ความอื่นๆ มาที่ศาลเพื่อระบุประเด็นปัญหาโดยกำหนดว่าคู่ความนั้นต้องตอบเป็นลายลักษณ์อักษรหรือต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าศาลด้วยตนเอง เพื่อระบุประเด็นปัญหาเว้นแต่เมื่อดูคำตอบที่เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วผู้พิพากษาเห็นว่าจำเป็นต้องเรียกคู่คดีทั้งสองฝ่ายมาพบกันผู้พิพากษาก็สามารถทำได้โดยใช้คำสั่งใหม่
วรรค 2 ถ้าหนังสือฟ้องร้องถูกถือว่าได้รับแล้วตามข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 1506 ผู้พิพากษาต้องออกคำสั่งเรียกให้มาขึ้นศาลภายในเวลา 20 วันนับจากวันร้องเรียนของโจทก์ ให้กระทำการตามที่ระบุไว้ในกฎหมายมาตรานั้น
วรรค 3 ถ้าคู่คดีทั้งสองฝ่ายมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้พิพากษาเพื่อดำเนินคดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องออกหมายศาลอย่างไรก็ตามนายทะเบียนศาลต้องบันทึกไว้ในสำนวนคดีว่าคู่คดีได้มาขึ้นศาลแล้ว
มาตรา 1508 วรรค 1 คำสั่งเรียกมาขึ้นศาลต้องแจ้งทันทีแก่จำเลย และในเวลาเดียวกัน แก่บุคคลอื่นที่ต้องมาปรากฏตัว
วรรค 2 หนังสือฟ้องร้องเริ่มคดีความต้องแจ้งพร้อมกับหมายศาลเว้นไว้แต่ว่าเมื่อมีเหตุผลสำคัญผู้พิพากษาพิจารณาว่าไม่ต้องแจ้งหนังสือฟ้องร้องให้จำเลยทราบก่อนที่จำเลยจะให้การในศาล
วรรค 3 ถ้าคดีความเป็นการฟ้องผู้ที่ไม่สามารถใช้สิทธิของตนได้อย่างเสรีหรือไม่สามารถจัดการเรื่องขัดแย้งได้อย่างเสรีหมายศาลต้องถูกแจ้งไปยังผู้พิทักษ์ ผู้อภิบาลหรือผู้ปกป้องพิเศษแล้วแต่กรณี หรือแก่บุคคลที่ต้องขึ้นศาลในนามของจำเลยตามข้อกำหนดของกฎหมาย
มาตรา 1509 วรรค 1 การประกาศหมายศาล คำสั่งศาลคำพิพากษาและกิจกรรมทางศาลอื่นๆต้องกระทำตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายเฉพาะโดยอาศัยการบริการทางไปรษณีย์สาธารณะ หรือโดยวิธีการอื่นที่ปลอดภัยที่สุด
วรรค 2 ข้อเท็จจริง และวิธีการแจ้งหมายศาล ต้องแสดงไว้ในสำนวนคดี
มาตรา 1510 จำเลยที่ปฏิเสธการรับเอกสารหมายศาล หรือขัดขวางไม่ให้หมายศาลมาถึงตน ให้ถือว่าได้รับหมายศาลโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
มาตรา 1511 หากมิได้มีการแจ้งหมายศาลโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วให้ถือว่าการกระทำของขบวนการพิจารณาเป็นโมฆะโดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 1507 วรรค 3
มาตรา 1512 เมื่อมีการแจ้งหมายศาลโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว หรือคู่คดีได้มาปรากฏตัวต่อหน้าผู้พิพากษาเพื่อดำเนินคดีแล้ว
1. เรื่องหยุด เพื่อให้เป็น “เรื่องครบถ้วน”
2. คดีนั้นเป็นเรื่องเฉพาะของผู้พิพากษาผู้นั้น หรือของศาลนั้น ซึ่งคดีถูกยื่นฟ้อง และเป็นศาลที่มีอำนาจในด้านอื่นๆ
3. อำนาจทางกฎหมายของผู้พิพากษาที่ได้รับมอบอำนาจ เป็นแบบมั่นคงจนว่าไม่จบลง แม้ว่าสิทธิของผู้มอบอำนาจจะสิ้นสุดลงก็ตาม
