ลักษณะที่ 3 การดำเนินคดี
มาตรา 1517 การดำเนินคดีเริ่มจากการออกหมายศาลการสิ้นสุดคดีมิใช่จบลงด้วยการประกาศคำตัดสินที่เด็ดขาดแล้วเท่านั้นแต่ยังจบได้โดยวิธีอื่นๆ ที่กฎหมายกำหนด
มาตรา 1518 ถ้าคู่คดีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่กรรม หรือเปลี่ยนสถานภาพหรือสิ้นสุดจากหน้าที่ ซึ่งในนามของหน้าที่นั้น การฟ้องร้องได้ทำขึ้น
1. หากคดียังไม่สรุป การดำเนินคดีจะพักไว้ จนกว่าทายาทของผู้ตาย ผู้สืบทอดตำแหน่ง หรือผู้มีส่วนได้เสียมาดำเนินคดีต่อ
2. หากคดีสรุปแล้ว ผู้พิพากษาต้องดำเนินการต่อจนจบ โดยเรียกผู้ปกป้องถ้าเขาอยู่ มิฉะนั้นให้เรียกทายาท หรือผู้สืบตำแหน่งของผู้ตาย
มาตรา 1519 วรรค 1 ถ้าผู้พิทักษ์ ผู้อภิบาล หรือผู้ปกป้องซึ่งจำเป็นต้องมีตามข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 1481 วรรค 1 และวรรค 3หยุดปฏิบัติหน้าที่ของตน ให้พักการดำเนินคดีไว้ก่อนระหว่างนั้น
วรรค 2 อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาต้องแต่งตั้งผู้พิทักษ์หรือผู้อภิบาลอื่นโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ผู้พิพากษาสามารถแต่งตั้งผู้ปกป้องเฉพาะคดีได้ถ้าคู่คดีละเลยที่จะจัดหาภายในระยะเวลาสั้นๆ ที่ผู้พิพากษาเองกำหนด
มาตรา 1520 ถ้ามิได้มีการดำเนินคดี ทั้งที่ไม่มีอุปสรรคขัดขวางเป็นเวลา 6 เดือน ให้ถือว่า การดำเนินคดีนั้นสิ้นสุดลงกฎหมายพิเศษอาจกำหนดระยะเวลาการสิ้นสุดคดีเป็นอย่างอื่นได้
มาตรา 1521 การสิ้นสุดคดีมีผลตามกฎหมายต่อทุกคนรวมทั้งผู้เยาว์และผู้เสมือนผู้เยาว์ และต้องประกาศอย่างเป็นทางการโดยคำนึงถึงสิทธิการร้องขอค่าชดใช้ต่างๆ จากผู้พิทักษ์ ผู้อภิบาล ผู้จัดการหรือผู้ปกป้อง ผู้ซึ่งไม่ได้พิสูจน์ว่าพวกเขาเองไม่ผิด
มาตรา 1522 การสิ้นสุด ทำให้ขบวนการต่างๆ ทางศาลสิ้นสุดลงด้วยแต่สำนวนคดียังไม่สิ้นสุด ยิ่งกว่านั้นยังสามารถใช้ดำเนินการได้ในศาลชั้นอื่นขอแต่ให้คดีนั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลเดียวกัน และเป็นเรื่องเดียวกันส่วนบุคคลภายนอก สำนวนคดีดังกล่าวมีค่าไม่มากกว่าเป็นเพียงเอกสารเท่านั้น
มาตรา 1523 เมื่อมีการล้มเลิกคดี คู่คดีแต่ละฝ่ายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เขาก่อขึ้น
มาตรา 1524 วรรค 1 โจทก์สามารถถอนฟ้องคดีได้ ไม่ว่าในขั้นใดหรือในชั้นใดของ ศาล ในทำนองเดียวกัน ทั้งโจทก์และจำเลยสามารถยกเลิกสำนวนคดีทั้งหมดหรือบางส่วนได้
วรรค 2 เพื่อสามารถถอนฟ้องคดีได้ ผู้พิทักษ์และผู้บริหารของนิติบุคคลต้องปรึกษาหรือได้รับการยินยอมจากผู้เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้อง ซึ่งการถอนฟ้องนี้อยู่นอกเหนือขอบเขตของการบริหารปกติ
วรรค 3 เพื่อให้การเลิกล้มคดีถูกต้อง จำเป็นต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามโดยคู่คดี หรือโดยผู้ปกป้องของคู่คดีพร้อมกับคำสั่งเฉพาะให้ทำเช่นนั้น จากนั้นต้องแจ้งให้คู่คดีอีกฝ่ายหนึ่งทราบ และเขาต้องยินยอมหรืออย่างน้อยก็ไม่คัดค้าน และผู้พิพากษาต้องรับรอง
มาตรา 1525 การเลิกล้มคดี ที่ถูกรับโดยผู้พิพากษามีผลอย่างเดียวกันกับการถอนฟ้อง คือ เป็นการสิ้นสุดคดีและบังคับให้ฝ่ายเลิกล้มคดีจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินคดีทั้งหมด
