ลักษณะ 2 คดีเพื่อการประกาศความเป็นโมฆะของศีลบรรพชา
มาตรา 1708 ตัวสมณะเอง พระสังฆราชที่สมณะขึ้นต่อหรือพระสังฆราชของสังฆมณฑลที่สมณะได้รับการบวชมีสิทธิต่อสู้เรื่องความถูกต้องของศีลบรรพชา
มาตรา 1709 วรรค 1 ต้องส่งหนังสือคำร้องไปยังกระทรวงที่มีอำนาจซึ่งจะตัดสินว่าคดีต้องดำเนินเรื่องโดยกระทรวงของศูนย์สำนักงานแห่งโรมหรือโดยศาลใดที่ศูนย์สำนักงานแห่งโรมกำหนด
วรรค 2 เมื่อได้ส่งคำร้องแล้ว สมณะผู้นั้นถูกห้ามปฏิบัติหน้าที่โดยตัวกฎหมายเอง
มาตรา 1710 ถ้ากระทรวงนั้นส่งคดีกลับมายังศาลใดศาลหนึ่งต้องใช้กฎหมายมาตราที่เกี่ยวกับการพิจารณาแบบทั่วไป และที่เกี่ยวกับการพิจารณาแบบปกติเว้นแต่ว่า ธรรมชาติของเรื่องขัดขวางการทำเช่นนี้โดยคำนึงถึงข้อกำหนดของลักษณะนี้
มาตรา 1711 ในกรณีเหล่านี้ผู้ปกป้องพันธะมีสิทธิ์เช่นเดียวกัน และถูกผูกมัดโดยหน้าที่อันเดียวกัน เหมือนกับผู้ปกป้องพันธะการแต่งงาน
มาตรา 1712 หลังจากการตัดสินครั้งที่ 2 ที่ได้ยืนยันความเป็นโมฆะของศีลบรรพชาสมณะผู้นั้นสูญเสียสิทธิทั้งหมดที่เป็นเฉพาะของสถานภาพของสมณะและเป็นอิสระจากข้อผูกมัดทั้งปวง
ลักษณะ 3 วิธีหลีกเลี่ยงการพิจารณาคดี
มาตรา 1713ให้ใช้การตกลงหรือการไกล่เกลี่ยเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้ทางกฎหมายหรือสามารถมอบให้อนุญาโตตุลาการผู้หนึ่งหรือมากกว่าเป็นผู้ตัดสินการโต้เถียงนั้น
มาตรา 1714 ต้องใช้กฎเกณฑ์ที่คู่คดีเลือกในการทำการตกลง การประนี ประนอมหรือการตัดสินโดยอนุญาโต ตุลาการหรือถ้าคู่คดีไม่เลือกกฎเกณฑ์ใดเลยให้ใช้กฎหมายที่สภาพระสังฆราชได้ตราไว้ถ้าหากมีหรือใช้กฎหมายบ้านเมืองที่ยังมีผลบังคับใช้ในสถานที่นั้นที่การตกลงเกิดขึ้น
มาตรา 1715 วรรค 1 การตกลงหรือการประนีประนอมไม่สามารถทำได้อย่างถูกต้องในเรื่องที่เกี่ยวกับความดีสาธารณะและในเรื่องที่คู่คดีไม่สามารถทำได้โดยเสรี
วรรค 2 ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์ฝ่ายโลกของพระศาสนจักรเมื่อใดก็ตามที่เรื่องเรียกร้องสิ่งนี้คือระเบียบแบบแผนที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อการโอนทรัพย์สินพระศาสนจักรต้องถูกนำมาใช้
มาตรา 1716 วรรค 1 ถ้ากฎหมายบ้านเมืองไม่ยอมรับอำนาจบังคับของการตัดสินแบบอนุญาโตตุลาการเว้นไว้แต่ว่ามันได้รับการยืนยันโดยผู้พิพากษาคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการในการถกเถียงแบบพระศาสนจักรต้องการการยืนยันของผู้ตัดสินฝ่ายพระศาสนจักรของสถานที่ที่มีการตัดสินเพื่อให้มีผลบังคับในศาลพระศาสนจักร
วรรค 2 อย่างไรก็ตามถ้ากฎหมายบ้านเมืองยอมรับการต่อสู้ของการตัดสินแบบอนุญาโตตุลาการต่อ่หน้าผู้พิพากษาฝ่ายบ้านเมือง การต่อสู้แบบเดียวกันนี้สามารถยื่นในศาลพระศาสนจักรต่อหน้าผู้พิพากษาฝ่ายพระศาสนจักรผู้มีอำนาจตัดสินการโต้แย้งในศาลชั้นต้น
